งานวิเคราะห์ เรื่อง การศึกษาเปรียบเทียบคุณภาพชีวิตก่อนและหลังของผู้พิการทางการมองเห็นที่เข้ารับการฝึกอบรมทักษะการสร้างความคุ้นเคยกับสภาพแวดล้อมและการเคลื่อนไหว รุ่นที่ 17– 21 โดยคลินิกฟื้นฟูสมรรถภาพทางการมองเห็น
Issued Date
2565
Resource Type
Language
tha
File Type
application/pdf
No. of Pages/File Size
71 หน้า, Full Text (Intranet only)
Access Rights
restricted access
Rights
ผลงานนี้เป็นลิขสิทธิ์ของมหาวิทยาลัยมหิดล ขอสงวนไว้สำหรับเพื่อการศึกษาเท่านั้น ต้องอ้างอิงแหล่งที่มา ห้ามดัดแปลงเนื้อหา และห้ามนำไปใช้เพื่อการค้า
Rights Holder(s)
คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล
Suggested Citation
รุ่งทิพย์ แก้วมณี (2565). งานวิเคราะห์ เรื่อง การศึกษาเปรียบเทียบคุณภาพชีวิตก่อนและหลังของผู้พิการทางการมองเห็นที่เข้ารับการฝึกอบรมทักษะการสร้างความคุ้นเคยกับสภาพแวดล้อมและการเคลื่อนไหว รุ่นที่ 17– 21 โดยคลินิกฟื้นฟูสมรรถภาพทางการมองเห็น. สืบค้นจาก: https://repository.li.mahidol.ac.th/handle/123456789/117213
Title
งานวิเคราะห์ เรื่อง การศึกษาเปรียบเทียบคุณภาพชีวิตก่อนและหลังของผู้พิการทางการมองเห็นที่เข้ารับการฝึกอบรมทักษะการสร้างความคุ้นเคยกับสภาพแวดล้อมและการเคลื่อนไหว รุ่นที่ 17– 21 โดยคลินิกฟื้นฟูสมรรถภาพทางการมองเห็น
Author(s)
Author's Affiliation
Abstract
การสูญเสียทางการมองเห็นส่งผลกระทบอย่างลึกซึ้งต่อทั้งร่างกาย จิตใจ สังคม และเศรษฐกิจของผู้ป่วยและครอบครัว งานวิเคราะห์ฉบับนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาเปรียบเทียบคุณภาพชีวิตก่อนและหลังของผู้พิการทางการมองเห็นที่เข้ารับการฝึกอบรมทักษะการสร้างความคุ้นเคยกับสภาพแวดล้อมและการเคลื่อนไหว (Orientation and Mobility: O&M) และทักษะการทำกิจวัตรประจำวัน (Activities of Daily Living: ADL) รุ่นที่ 17 – 21 ของคลินิกฟื้นฟูสมรรถภาพทางการมองเห็น ภาควิชาจักษุวิทยา คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล กลุ่มเป้าหมายประกอบด้วยผู้พิการทางการมองเห็นจำนวนทั้งสิ้น 88 ราย เครื่องมือที่ใช้ในการประเมินคือ แบบสอบถามการวัดคุณภาพชีวิตผู้ที่มีสายตาเลือนราง (Low Vision Quality of Life: LVQOL) ผลการศึกษาด้านประชากรศาสตร์และลักษณะทางคลินิกพบว่า กลุ่มตัวอย่างมีอายุเฉลี่ยรวมอยู่ในเกณฑ์เกือบ 50 ปี (ระหว่าง 13 - 81 ปี) โดยมีสาเหตุหลักของการสูญเสียการมองเห็นมาจากโรคจอตาเสื่อม (Retinitis Pigmentosa: RP) และส่วนใหญ่มีข้อจำกัดทางกายภาพรุนแรงคือมีลานสายตาแคบกว่า 30 องศา ในมิติทางสังคมและเศรษฐกิจ พบว่าผู้พิการส่วนใหญ่ไม่ได้ประกอบอาชีพ (อาศัยอยู่บ้านเป็นหลัก) มีรายได้น้อยกว่า 5,000 บาทต่อเดือน ซึ่งไม่เพียงพอต่อการดำรงชีพ แต่ยังคงได้รับการดูแลจากสมาชิกในครอบครัวเป็นอย่างดี ผลการวิเคราะห์เปรียบเทียบคุณภาพชีวิตหลังเข้ารับการฝึกอบรมทักษะ O&M (เช่น การใช้ไม้เท้าขาว เทคนิคการเดินกับผู้นำทาง การข้ามถนน) และทักษะ ADL (เช่น การช่วยเหลือตนเองในบ้าน การรับประทานอาหาร และการทำความสะอาด) พบว่า ผู้พิการทางการมองเห็นมีคะแนนคุณภาพชีวิตในภาพรวมพัฒนาขึ้นอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติในทุกรุ่น กลุ่มตัวอย่างมีความมั่นใจในการเคลื่อนไหว สามารถพึ่งพาตนเองในการดำเนินชีวิตประจำวัน ลดภาวะพึ่งพิง และมีเจตคติต่อตนเองในทางบวกเพิ่มมากขึ้น ผลงานวิเคราะห์นี้จึงเป็นสิ่งยืนยันถึงความสำเร็จในการฟื้นฟูสมรรถภาพเชิงรุกเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้พิการทางการมองเห็นอย่างยั่งยืน
