Search Results

Now showing 1 - 4 of 4
  • Thumbnail Image
    PublicationOpen Access
    ระบบบริการสุขภาพและคุณภาพชีวิตของผู้ต้องขังในทัณฑสถาน โรงพยาบาลราชทัณฑ์
    (2564) จะเด็ดดาว สารบรรณ; ฉัตรสุมน พฤฒิภิญโญ; วิริณธิ์ กิตติพิชัย; วัลลีรัตน์ พบคีรี; นพดล กรรณิกา; Jadetdaw Saraban; Chardsumon Prutipinyo; Wirin Kittipichai; Vallerut Pobkeeree; Noppadon Kannika; มหาวิทยาลัยมหิดล. คณะสาธารณสุขศาสตร์; มูลนิธิสถาบันวิจัยความสุขชุมชนและความเป็นผู้นำ
    การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาระบบบริการสุขภาพ คุณภาพชีวิต และปัจจัยส่วนบุคคลที่มีความสัมพันธ์กับคุณภาพชีวิตของผู้ต้องขังในทัณฑสถานโรงพยาบาลราชทัณฑ์ ดำเนินการวิจัย 2 ขั้นตอนคือ 1. ศึกษาระบบบริการสุขภาพในทัณฑสถานโรงพยาบาลราชทัณฑ์ กลุ่มตัวอย่างเป็นบุคลากรตำแหน่งผู้บริหาร หรือผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องในระบบบริการสุขภาพจำนวน 5 คน 2. ประเมินคุณภาพชีวิตของผู้ต้องขังในทัณฑสถานโรงพยาบาลราชทัณฑ์ กลุ่มตัวอย่างเป็นผู้ต้องขังป่วยในที่เข้ารับการรักษาในทัณฑสถานโรงพยาบาลราชทัณฑ์จนเสร็จสิ้นกระบวนการรักษา และอยู่ระหว่างการส่งตัวกลับเรือนจำ/ทัณฑสถาน จำนวน 193 คน เก็บรวบรวมข้อมูลระหว่างวันที่ 2 -20 พฤศจิกายน 2563 โดยใช้เครื่องมือแบบสัมภาษณ์และแบบสอบถาม วิเคราะห์ข้อมูลคุณภาพด้วยการวิเคราะห์เนื้อหา และข้อมูลเชิงปริมาณด้วยสถิติพรรณา ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และสถิติไคสแควร์ ผลการศึกษาพบว่า 1. การบริหารงานด้านโครงสร้างทางกายภาพเอื้อต่อการควบคุม และการให้บริการสุขภาพ มีการบริหารงานด้านการดูแลสุขภาพที่เหมาะสมและสอดคล้องตามความจำเป็นควบคู่กับหลักทัณฑปฏิบัติ และมีการบริหารงานระบบบริการสุขภาพที่ครอบคลุมทั้งการส่งเสริมสุขภาพการป้องกันโรค การรักษาพยาบาล และการฟื้นฟูสุขภาพ 2. กลุ่มตัวอย่างผู้ต้องขังในทัณฑสถานโรงพยาบาลราชทัณฑ์มีระดับความคิดเห็นเกี่ยวกับคุณภาพชีวิตโดยรวมอยู่ในระดับปานกลาง (mean = 68.51, S.D. = 10.07) ปัจจัยส่วนบุคคล ได้แก่ เพศ และโรคประจำตัวที่ได้รับการวินิจฉัยจากแพทย์ มีความสัมพันธ์กับคุณภาพชีวิตของผู้ต้องขังในทัณฑสถานโรงพยาบาลราชทัณฑ์อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p-value < .01) ข้อเสนอแนะจากการวิจัย ผู้บริหารควรส่งเสริมและสนับสนุนการพัฒนาบุคลากรในสาขาที่ขาดแคลน เพื่อให้บุคลกรมีความรู้ ความสามารถในการปฏิบัติงาน ลดการส่งตัวผู้ต้องขังป่วยออกไปรับการรักษาภายนอก นอกจากนี้ควรมีนโยบายในการส่งเสริมสุขภาพจิตที่ดีให้แก่ผู้ต้องขัง รวมถึงการจัดการข้อมูลข่าวสารที่จำเป็นให้แก่ผู้ต้องขังอย่างเหมาะสม
  • Thumbnail Image
    PublicationOpen Access
    เจ้าหน้าที่รัฐละเลยต่อหน้าที่ตามที่กฎหมายกำหนดให้ต้องปฏิบัติ หรือปฏิบัติหน้าที่ล่าช้าเกินสมควรในฟ้องเหตุรำคาญและกิจการอันตราย
    (2563) ฉัตรสุมน พฤฒิภิญโญ; Chardsumon Prutipinyo; มหาวิทยาลัยมหิดล. คณะสาธารณสุขศาสตร์. ภาควิชาบริหารงานสาธารณสุข
    คดีนี้ผู้ฟ้องคดีทั้งหกอุทธรณ์ต่อศาลสูงสุดว่า กิจการนึ่งปลาทูในบ้านเลขที่ 313 และ 314 นี้ก่อเหตุเดือดร้อนรำคาญในเรื่องกลิ่นและเสียงแก่ผู้ฟ้องคดีทั้งหกอย่างต่อเนื่อง ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 เป็นเทศบาลตำบล ละเลยต่อหน้าที่ตามพระราชบัญญัติการสาธารณสุข พ.ศ. 2535 และฝ่าฝืนประกาศกระทรวงสาธารณสุขที่ 5/2538 เรื่องกิจการที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ ข้อเท็จจริงปรากฏต่อมาว่าผู้ประกอบการนึ่งปลาทูได้ย้ายสถานประกอบกิจการไปยังพื้นที่อื่น จึงถือได้ว่าไม่ปรากฏเหตุเดือดร้อนรำคาญอันจะทำให้ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 จะต้องดำเนินการแก้ไขอีกต่อไป ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 2 เป็นเจ้าหน้าที่ในสังกัดกระทรวงมหาดไทยมีอำนาจหน้าที่กำกับดูแลผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 ตามพระราชบัญญัติเทศบาล พ.ศ. 2496 นั้น ข้อเท็จจริงปรากฎว่า ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 2 จึงได้มีหนังสือ ไปยังผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 ให้ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงและประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับอำนาจหน้าที่และให้รายงานผลการตรวจสอบให้ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 2 ทราบ ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 2 เห็นว่าผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 ได้ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงและแก้ไขปัญหาเบื้องต้นแล้ว กรณีจึงถือได้ว่าผู้ถูกฟ้องคดีที่ 2 ได้ปฏิบัติหน้าที่ตามที่กฎหมายกำหนดในการควบคุมดูแลผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 2 จึงไม่ได้ละเลยต่อหน้าที่ ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 3 เจ้าหน้าที่ของรัฐตามพระราชบัญญัติโรงงาน พ.ศ. 2535 กิจการนึ่งปลาทูอยู่ในข่ายถูกโอนภารกิจให้เทศบาล และไม่ปรากฏพยานหลักฐานใดในคดีว่าผู้ฟ้องคดีทั้งหก ได้มีหนังสือร้องเรียนเกี่ยวกับเหตุเดือดร้อนรำคาญเรื่องกลิ่นและเสียงไปยังผู้ถูกฟ้องคดีที่ 3 โดยตรง กรณีจึงยังถือไม่ได้ว่า ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 3 ละเลยต่อหน้าที่ตามที่กฎหมายกำหนดให้ต้องปฏิบัติหรือปฏิบัติหน้าที่ดังกล่าวล่าช้าเกินสมควร
  • Thumbnail Image
    PublicationOpen Access
    กฎหมายกับการควบคุมมลภาวะทางอากาศ
    (2560) ฉัตรสุมน พฤฒิภิญโญ; Chardsumon Prutipinyo; มหาวิทยาลัยมหิดล. คณะสาธารณสุขศาสตร์. ภาควิชาบริหารงานสาธารณสุข
    ประเทศไทยมีกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการรักษาสภาพแวดล้อมอยู่หลายฉบับ สำหรับ พ.ร.บ. ส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อม พ.ศ. 2535 ซึ่งถือเป็นกฎหมายกลางในการรักษาสภาพแวดล้อม ปัญหาของกฎหมายควบคุมมลพิษทางอากาศเกิดจากหลายสาเหตุ อาทิเช่น 1. กฎหมายยังขาด มาตรการจูงใจ ในการควบคุมกระบวนการผลิต 2. การลงโทษให้ประจักษ์ชัดตามความรุนแรงของการ กระทำ 3. การติดตามตรวจสอบผลกระทบสิ่งแวดล้อม รวมถึง 4. ปรากฏการณ์ธรรมชาติ อาทิ เช่น ปรากฏการณ์เรือนกระจกที่เกิดขึ้นเพราะโลกจะได้รับพลังงานจากดวงอาทิตย์ที่ส่องผ่านบรรยากาศลงมา อยู่อย่างสม่ำเสมอ การเปลี่ยนแปลงรูปแบบของการเกษตรกรรมและการพัฒนาอุตสาหกรรม มีผลทำให้ โลกร้อนขึ้นด้วยสาเหตุที่ทำให้ปริมาณก๊าซชนิดต่างๆ ที่กล่าวมาแล้วเพิ่มขึ้น ส่วนปัญหาการควบคุม มลภาวะทางอากาศระหว่างประเทศ สำหรับกรณีมลพิษหมอกควันข้ามแดนจะต้องประสานเพื่อ ดำเนินการแก้ไขปัญหาทั้งในระดับพหุภาคีและทวิภาคีตามข้อกำหนดในข้อตกลงอาเซียน เรื่องมลพิษ จากหมอกควันข้ามแดนในพื้นที่อนุภูมิภาคแม่น้ำโขง อย่างไรก็ตาม ประเทศไทยต้องดำเนินการอนุวัติ การกฎหมายให้เป็นไปตามอนุสัญญาฯ และพิธีสารฯ ใน 3 มาตรการ คือ มาตรการทางกฎหมายในการ ป้องกัน ในการควบคุมและจัดการแก้ปัญหา และ ในการฟื้นฟูแก้ไขปัญหา โดยมาตรการทางกฎหมายใน การป้องกันถือเป็นพันธกรณีที่สำคัญ ได้แก่ การเพิ่มบทบาทการมีส่วนร่วมของประชาชน ชุมชน ท้องถิ่น การให้สิทธิหน้าที่แก่ประชาชนในการจัดการทรัพยากรฯ และการจัดกิจกรรมรณรงค์ป้องกันหมอกควัน ไฟป่า
  • Thumbnail Image
    PublicationOpen Access
    คำสั่งทางปกครองและกรณีศึกษาที่เกี่ยวกับงานสาธารณสุข
    (2559) ฉัตรสุมน พฤฒิภิิญโญ; Chardsumon Prutipinyo; มหาวิทยาลัยมหิดล. คณะสาธารณสุขศาสตร์. ภาควิชาบริหารงานสาธารณสุข
    บทความวิชาการนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อพรรณนาถึง 1) กระบวนการ การควบคุมความชอบ และ การเพิกถอนคำสั่งทางปกครอง และ 2) ศึกษากรณีศึกษาตามกฎหมายวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ. 2539 จากผลการวิเคราะห์ถึงการออกคำสั่งทางปกครองขององค์กรฝ่ายปกครองนั้น อาจมีการออก คำสั่งทางปกครองที่ไม่สมบูรณ์ เพราะความบกพร่องในรูปแบบหรือวิธีพิจารณา (Procedure) หรือความ ไม่สมบูรณ์ในเนื้อหา (Substance) ก็ได้ อย่างไรก็ตาม คำสั่งที่บกพร่องยังถือว่าเป็นคำสั่งทางปกครองที่มี ผลตามปกติ มีเพียงเฉพาะคำสั่งทางปกครองที่มีความบกพร่องในเรื่องที่สำคัญเท่านั้นที่จะถือว่าไม่ชอบ ด้วยกฎหมาย ส่วนการขออุทธรณ์โดยคู่กรณีได้รับผลกระทบจากคำสั่งทางปกครอง ผู้มีอำนาจพิจารณา ทบทวนคำสั่งทางปกครองของตนเอง และอาจมีคำสั่งเพิกถอนคำสั่งทางปกครองเดิมหรือเปลี่ยนแปลง คำสั่งนั้นไปในทางใดและในเรื่องใดก็ได้ภายในขอบเขตอำนาจหน้าที่ของตน โดยต้องพิจารณาให้เสร็จและ แจ้งให้ผู้อุทธรณ์ทราบว่าตนเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยกับคำอุทธรณ์นั้นโดยไม่ชักช้า แต่ต้องไม่เกินสามสิบ วัน นับแต่วันที่ได้รับอุทธรณ์ ทั้งนี้ ถ้าคู่กรณีที่ได้ใช้สิทธิอุทธรณ์ในชั้นเจ้าหน้าที่แล้วชอบที่จะฟ้องขอให้ เพิกถอนคำสั่งทางปกครอง กฎหมายกำหนดให้ยื่นฟ้องภายใน 90 วัน นับแต่วันที่รู้หรือควรรู้ถึงเหตุแห่ง การฟ้องคดี