Search Results

Now showing 1 - 2 of 2
  • Thumbnail Image
    PublicationOpen Access
    ความชุกและปัจจัยที่เชื่อมโยงกับการเกิดอุบัติเหตุต่อฟันแท้ในเด็กที่รับการรักษาที่คลินิกทันตกรรมเด็ก คณะทันตแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล: การศึกษาย้อนหลัง 6 ปี
    (2012-01) เข็มทอง มิตรกูล; Kemthong Mitrakul; มาลี อรุณากูร; Malee Arunakul; อัฐพงศ์ ฮวกนิล; Atthaphong Huagnil; เจษฎา ธุวไมตรี; Jessada Tuwamaitee; วีรวัฒน์ สุขชม; Weerawat Sukchom; พิชญะ พิมลวงษาภรณ์; Phichaya Phimonwongsaphorn; เข็มทอง มิตรกูล; Kemthong Mitrakul; มหาวิทยาลัยมหิดล. คณะทันตแพทยศาสตร์. ภาควิชาทันตกรรมเด็ก
    for analyzes the factors associated with TDI and treatment received. Data were analyzed using descriptive analysis for mean and average number. Chi square or Fisherûs exact tests were used to evaluate the associations between those factors
  • Thumbnail Image
    PublicationOpen Access
    อิทธิพลของความวิตกกังวลของผู้ปกครองต่อระดับความกลัว/ความวิตกกังวลในการทำฟันในเด็กไทยกลุ่มหนึ่ง
    (2011-05) มาลี อรุณากูร; Malee Arunakul; ชลาธิป ชมพูนุท ณ อยุธยา; Chalatip Chompunud Na Ayudthaya; ณัฐกานต์ ไตรตานนท์; Nattakan Traitanon; ลีรวรรณ บูรณจรรยากุล; Leerawan Buranajanyakul; ยุวดี อัศวนันท์; Yuwadee Asvanund; เข็มทอง มิตรกูล; Kemthong Mitrakul; มาลี อรุณากูร; Malee Arunakul; คณะทันตแพทยศาสตร์. มหาวิทยาลัยมหิดล. ภาควิชาทันตกรรมเด็ก
    วัตถุประสงค์: เพื่อหาระหว่างความสัมพันธ์ระหว่างความกลัวและความวิตกกังวลของผู้ปกครองและของเด็กต่อการเข้ารับการรักษาทางทันตกรรม รวมทั้งบัจจัยของผู้ปกครองที่มีอิทธิพลต่อความกลัวของเด็ก วัสดุอุปกรณ์และวิธีการศึกษา: เป็นการวิจัยแบบตัดขวางโดยใช้แบบสอบถามและสัมภาษณ์ผู้ปกครองและเด็กอายุระหว่าง 7 ถึง 12 ปี โดยตรง ที่คลินิกทันตกรรมเด็ก คณะทันตแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล แบบสอบถามมี 2 ชุด สำหรับใช้กับผู้ปกครองและสำหรับเด็ก เก็บข้อมูลของผู้ปกครอง เพศความสัมพันธ์กับผู้ป่วยเด็ก ระดับการศึกษา อาชีพ รายได้ต่อเดือน และประวัติการรักษาทางทันตกรรม ได้แก่ ความถี่ ประสบการณ์ด้านลบที่ได้รับจากการทางทันตกรรม เก็บข้อมูลของเด็ก อายุ เพศ จำนวนพี่น้อง ลำดับบุตร และประวัติการรักษาทางทันตกรรมได้แก่ จำนวนครั้งที่เข้ารับการรักษาทางทันตกรรมประเภทของการรักษาที่เคยได้รับ ประสบการณ์ด้านลบจากการรับการรักษาทางทันตกรรม โดยทั้งผู้ปกครองและเด็กใช้โมดิฟายหว่องเบเกอร์เฟสเพนสเกลวิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติไคร์สแควร์และอโนว่า ผลการศึกษา: กลุ่มตัวอย่างมีทั้งหมดจำนวน 93 คู่ ผู้ปกครองส่วนใหญ่เลี้ยงดูเด็กเอง ร้อยละ 48.4 เคยมีประสบการณ์ไม่ดีในการรักษาทางทันตกรรมสำหรับเด็กนั้นร้อยละ 69.9 ไม่เคยมีประสบการณ์ไม่ดีในการเข้ารับการรักษาทางทันตกรรม ค่าเฉลี่ยระดับความกลัวและความวิตกกังวลของผู้ปกครองและของเด็กไม่มีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญ รวมทั้งระดับความกลัวและความวิตกกังวลของผู้ปกครองมีความสัมพันธ์กับระดับความกลัวและความวิตกกังวลของเด็กอย่างมีนัยสำคัญ (ค่าสหสัมพันธ์ = 0 ระดับนัยสำคัญทางสถิติที่ 0.01) นอกจากนี้ ยังพบว่าประสบการณ์ไม่ดีที่เด็กเคยได้รับนำไปสู่ความกลัวและวิตกกังวลในการเข้ารับการรักษาครั้งต่อไป การอบรม เลี้ยงดู และการเล่าประสบการณ์ที่ไม่ดีให้ฟังไม่ส่งผลต่อระดับความกลัวและความวิตกกังวลของเด็กในช่วงอายุนี้ บทสรุป: ระดับความวิตกกังวลและความกลัวของผู้ปกครองสัมพันธ์กับระดับความวิตกวังวลและความกลัวของเด็ก