2 results
Search Results
Now showing 1 - 2 of 2
Publication Open Access ผลของโปรแกรมส่งเสริมปฏิสัมพันธ์ระหว่างมารดา-ทารกต่อการตอบสนองของมารดาต่อความต้องการของทารก และความรักใคร่ผูกพันระหว่างมารดา-ทารกในมารดาที่มีบุตรคนแรก(2563) สุดหทัย ประสงค์; นิตยา สินสุกใส; นันทนา ธนาโนวรรณ; พฤหัส จันทร์ประภาพ; Sudhathai Prasong; Nittaya Sinsuksai; Nanthana Thananowan; Pharuhas Chanprapaph; มหาวิทยาลัยมหิดล. คณะพยาบาลศาสตร์; มหาวิทยาลัยมหิดล. คณะพยาบาลศาสตร์. ภาควิชาการพยาบาลสูติศาสตร์-นรีเวชวิทยา; มหาวิทยาลัยมหิดล. คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล. ภาควิชาสูติศาสตร์-นรีเวชวิทยาgroups with 25 and 26 dyads in each group, respectively. The control group received only routine nursing care. The experimental group received routine nursing care and the maternal-infant interaction-promoting program. Data were collected by using..., resulting in increasing maternal-infant attachment at one month postpartum. Therefore, nurses should be encouraged to use this program to teach new mothers about infant cues and how to response to their infant cues. Counseling should be provided to mothersPublication Open Access โปรแกรมการกำกับตนเองต่อการรับประทานอาหาร การออกกำลังกาย และน้ำหนักตัวที่เพิ่มขึ้นในสตรีตั้งครรภ์ที่มีน้ำหนักเกินและอ้วน(2562) อรวรรณ พินิจเลิศสกุล; ปิยะนันท์ ลิมเรืองรอง; นิตยา สินสุกใส; ดิฐกานต์ บริบูรณ์หิรัญสาร; Orrawan Pinitlertsakun; Piyanun Limruangrong; Nittaya Sinsuksai; Dittakarn Boriboonhirunsarn; มหาวิทยาลัยมหิดล. คณะพยาบาลศาสตร์; มหาวิทยาลัยมหิดล. คณะพยาบาลศาสตร์. ภาควิชาการพยาบาลสูติศาสตร์-นรีเวชวิทยา; มหาวิทยาลัยมหิดล. คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล. ภาควิชาสูติศาสตร์-นรีเวชวิทยาวัตถุประสงค์: เพื่อศึกษาประสิทธิผลของโปรแกรมการกำกับตนเอง ต่อการรับประทานอาหาร การออกกำลังกาย และน้ำหนักตัวที่เพิ่มขึ้นของสตรีตั้งครรภ์ที่มีน้ำหนักเกินและอ้วน รูปแบบการวิจัย: การวิจัยกึ่งทดลอง วิธีดำเนินการวิจัย: กลุ่มตัวอย่างเป็นสตรีตั้งครรภ์ที่มีน้ำหนักเกินและอ้วน จำนวน 70 รายที่มาฝากครรภ์ที่โรงพยาบาลมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง แบ่งออกเป็นกลุ่มควบคุม และกลุ่มทดลอง กลุ่มละ 35 ราย กลุ่มควบคุมได้รับการดูแลตามปกติ และได้รับความรู้เกี่ยวกับภาวะน้ำหนักเกินและอ้วน และวิธีการควบคุมน้ำหนักที่เพิ่มขึ้นขณะตั้งครรภ์ด้วย สำหรับกลุ่มทดลองได้รับโปรแกรมการกำกับตนเอง ประกอบด้วย การเฝ้าสังเกตตนเอง กระบวนการตัดสินใจ และการแสดงปฏิกิริยาต่อตนเอง เก็บรวบรวมข้อมูลด้วยเครื่องมือ 4 ชุด คือ แบบบันทึกข้อมูลส่วนบุคคล แบบบันทึกการรับประทานอาหารและการออกกำลังกาย และแบบบันทึกน้ำหนักตัวที่เพิ่มขึ้นขณะตั้งครรภ์ ในสัปดาห์ที่ 4 และ 8 ภายหลังเข้าร่วมโปรแกรม วิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติ Chi-square, Fisher’s exact test และ Relative risk ผลการวิจัย: ภายหลังการเข้าร่วมโปรแกรมการกำกับตนเอง กลุ่มทดลองมีโอกาสรับประทานอาหารไม่เหมาะสมตามเกณฑ์น้อยกว่ากลุ่มควบคุมในสัปดาห์ที่ 4 (RR .36, 95%CI .20,.66) และ สัปดาห์ที่ 8 (RR .19, 95%CI .07,.50) ออกกำลังกายไม่เหมาะสมตามเกณฑ์น้อยกว่ากลุ่มควบคุมในสัปดาห์ที่ 4 (RR .25, 95%CI .11,.59) และ สัปดาห์ที่ 8 (RR .20, 95%CI .09,.46) มีน้ำหนักเพิ่มขึ้นไม่เหมาะสมตามเกณฑ์น้อยกว่ากลุ่มควบคุมในสัปดาห์ที่ 4 (RR .63, 95%CI .40,.97) และ สัปดาห์ที่ 8 (RR .61, 95%CI .38,.97) อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ สรุปและข้อเสนอแนะ: โปรแกรมการกำกับตนเองส่งเสริมให้สตรีตั้งครรภ์ที่มีน้ำหนักเกินและอ้วนปรับเปลี่ยนพฤติกรรมได้อย่างต่อเนื่อง และควบคุมน้ำหนักที่เพิ่มขึ้นได้ดีกว่าการดูแลตามปกติ ผดุงครรภ์สามารถนำโปรแกรมการกำกับตนเองนี้ไปประยุกต์ใช้ เพื่อส่งเสริมให้สตรีตั้งครรภ์ที่มีน้ำหนักเกินและอ้วน ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการรับประทานอาหาร การออกกำลังกาย และควบคุมน้ำหนักให้เพิ่มขึ้นอย่างเหมาะสมด้วยตนเอง
