4 results
Search Results
Now showing 1 - 4 of 4
Publication Open Access การประเมินการออกแบบภายในรถพยาบาลฉุกเฉินเพื่อความปลอดภัยในการปฏิบัติงานของเครือข่ายโรงพยาบาลจังหวัดแห่งหนึ่ง(2554) พิพัฒน์ ลักษมีจรัลกุล; สิริกุล พิพิธแสงจันทร์,; ดุสิต สุจิรารัตน์; พิศิษฐ์ วัฒนสมบูรณ์; Pipat Luksamijarulkul; Dusit Sujirarat; Pisit Vatanasomboon; พิพัฒน์ ลักษมีจรัลกุล; มหาวิทยาลัยมหิดล. คณะสาธารณสุขศาสตร์. ภาควิชาจุลชีววิทยา; มหาวิทยาลัยมหิดล. คณะสาธารณสุขศาสตร์. ภาควิชาระบาดวิทยา; มหาวิทยาลัยมหิดล. คณะสาธารณสุขศาสตร์. ภาควิชาวิทยาศาสตร์อนามัยสิ่งแวดล้อม.4 มีความเห็นว่าในส่วนผู้ป่วยควรสามรถรองรับผู้ป่วยและบุคลากรได้อย่างน้อย 3 คน เป็นต้น ข้อมูลจากการสังเกตขณะปฏิบัติงาน พบว่ารถพยาบาลฉุกเฉินเกือบทุกคัน (27/30 คัน) ภาชนะใส่ของมีคมและถังขยะติดเชื้อไม่มีการติดตั้งที่มั่งคง อาจทำให้เกิดอันตรายได้รถทุกคันผู้Publication Open Access ภัยพิบัติ : มหาอุทกภัยของประเทศ พ.ศ. 2554(2554) พิพัฒน์ ลักษมีจรัลกุล; Pipat Luksamijarulkul; มหาวิทยาลัยมหิดล. คณะสาธารณสุขศาสตร์. ภาควิชาจุลชีววิทยาPublication Open Access การรับรู้นโยบายและการปฏิบัติตามหลักการป้องกันการติดเชื้อมาตรฐานจากการปฏิบัติงานของบุคลากรในโรงพยาบาลประจำจังหวัดแห่งหนึ่ง(2558) อุบล ชราศรี; พิพัฒน์ ลักษมีจรัลกุล; ดุสิต สุจิรารัตน์; นารา กุลวรรณาวิจิตร; Pipat Luksamijarulkul; Dusit Sujirarat; พิพัฒน์ ลักษมีจรัลกุล; มหาวิทยาลัยมหิดล. คณะสาธารณสุขศาสตร์. ภาควิชาจุลชีววิทยา; มหาวิทยาลัยมหิดล. คณะสาธารณสุขศาสตร์. ภาควิชาระบาดวิทยา; Mahidol university. Faculty of Public Health. Department of Microbiology; Mahidol university. Faculty of Public Health. Department of Epidemiologyโรงพยาบาลเป็นสถานที่ให้บริการผู้ป่วยทุกประเภท และแหล่งของเชื้อโรคหลายชนิดที่สามารถแพร่ กระจายไปสู่คนและสิ่งแวดล้อม ดังนั้นบุคลากรที่ปฏิบัติงานในโรงพยาบาลอาจมีความเสี่ยงต่อการ ติดเชื้อจากการทำงาน การศึกษาภาคตัดขวางนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อประเมินการรับรู้นโยบาย และการ ปฏิบัติตามหลักการป้องกันการติดเชื้อมาตรฐานและวิเคราะห์ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับการปฏิบัติตามหลักการป้องกันการติดเชื้อมาตรฐานของบุคลากรที่ให้บริการทางการแพทย์ของโรงพยาบาลประจำจังหวัด แห่งหนึ่ง จำนวน 214 คน เก็บข้อมูลโดยใช้แบบสอบถามเกี่ยวกับลักษณะประชากรสังคม ประวัติสุขภาพ ส่วนบุคคล การรับรู้นโยบาย และการปฏิบัติตามหลักการป้องกันการติดเชื้อมาตรฐาน วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติเชิงพรรณนา x2 –test และ Pearson’s correlation coefficient ที่ระดับ α = 0.05 ผลการศึกษาพบว่า กลุ่มตัวอย่างร้อยละ 87.9 เป็นเพศหญิง ร้อยละ 51.4 เป็นพยาบาล ร้อยละ 27.1 เป็นผู้ช่วยพยาบาลและ ผู้ช่วยเหลือคนไข้ กว่าร้อยละ 30.4 มีโรคประจำตัว คะแนนเฉลี่ยการรับรู้นโยบายป้องกันการติดเชื้อเท่ากับ 8.7±2.4 (คะแนนเต็ม 10 คะแนน) จัดอยู่ในระดับสูง คะแนนเฉลี่ยการปฏิบัติตามหลักหลักการป้องกันการ ติดเชื้อมาตรฐานเท่ากับ 19.7±7.9 (คะแนนเต็ม 30 คะแนน) จัดอยู่ในระดับปานกลาง เมื่อวิเคราะห์ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับการปฏิบัติตามหลักการป้องกันการติดเชื้อมาตรฐานระดับสูง พบว่า แผนกที่ปฏิบัติงาน และ ระดับคะแนนการรับรู้นโยบายการป้องกันการติดเชื้อ มีความสัมพันธ์กับการปฏิบัติตามหลักการป้องกันการ ติดเชื้อมาตรฐานในระดับสูงอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ, p<0.001 และ p = 0.001 ตามลำดับ และเมื่อวิเคราะห์ สหสัมพันธ์ระหว่างคะแนนการรับรู้นโยบายกับคะแนนการปฏิบัติตามหลักหลักการป้องกันการติดเชื้อมาตรฐานพบว่าความสัมพันธ์เชิงบวกอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ, r = 0.51, p<0.001 Hospital are places that provide patients a source of several pathogens that can be spread from persons and environments. Personnel working in hospitals are at risk of occupational infections. A cross-sectional study was carried out to assess the infection prevention policy perception and standard precaution practices and to analyze the associations between studied factors and standard precaution practices among hospital personnel. The study of 214 personnel who provided medical services in a provincial hospital was conducted using a structured questionnaire including socio-demographic and occupational variables, personal health histories, infection prevention policy perception and standard precaution practices. Descriptive statistics, χ2-test and Pearson’s correlation coeffi cient were used for data analysis at α = 0.05. Results revealed that 87.9% of studied personnel were female, 51.4% were nurses and 27.1% were nurse aids Approximately 30.4% had a history of under- lying diseases. The mean score of perception on infection prevention policy was 8.7±2.4 (total score = 10), classifi ed as high score level of perception. The mean score of standard precaution practices was 19.7±7.9 (total score = 30), classifi ed in moderate score level of practice score. When we analyzed studied factors associated with the high score level of standard precaution prac- tices, working departments and perception score level on the infection prevention poli- cy were signifi cantly associated, p<0.001 and p = 0.001, respectively. Additionally, scores of perception on the infection prevention policy and scores of standard precaution practices were analyzed using Pearson’s correlation coeffi cient, showing a signifi cantly positive correlation, r = 0.51, p<0.001.Publication Open Access สถานภาพปัจจุบันด้านความปลอดภัยในห้องปฏิบัติการของสถาบันการศึกษาสาธารณสุขศาสตร์บางแห่งในประเทศไทย(2558) เสาวลักษณ์ ลักษมีจรัลกุล; พิพัฒน์ ลักษมีจรัลกุล; ยุวดี รอดจากภัย; Pipat Luksamijarulkul; พิพัฒน์ ลักษมีจรัลกุล; มหาวิทยาลัยมหิดล. คณะสาธารณสุขศาสตร์. ภาควิชาจุลชีววิทยา; Mahidol university. Faculty of Public Health. Department of Microbiologyความปลอดภัยในห้องปฏิบัติการมีความสำคัญสำหรับบุคลากรที่ต้องปฏิบัติงานภายในห้องปฏิบัติการและผู้ที่เกี่ยวข้อง การศึกษานี้ใช้รูปแบบการวิจัยภาคตัดขวาง ทำการประเมินความปลอดภัยในห้องปฏิบัติการและความปลอดภัยทางชีวภาพของสถาบันการศึกษาสาธารณสุขศาสตร์ 3 สถาบัน ได้แก่ สถาบันเอ สถาบันบี และสถาบันซี ในบุคลากรที่ต้องปฏิบัติงานภายในห้องปฏิบัติการจำนวน 41 คน (ร้อยละ 73.2 ของจำนวนบุคลากรที่เกี่ยวข้อง) โดยใช้แบบประเมินที่ดัดแปลงมาจากสภาเทคนิคการแพทย์แห่งประเทศไทย และศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคประเทศสหรัฐอเมริกา ใน 4 องค์ประกอบ คือ มิติด้านนโยบาย มิติด้านสถานที่และการจัดการสิ่งแวดล้อมภายใน มิติด้านการปฏิบัติงานอย่างปลอดภัย และมิติด้านการจัดการความเสี่ยง (กรณีความปลอดภัยในห้องปฏิบัติการ) หรือมิติด้านการใช้เครื่องป้องกันตนเอง (กรณีความปลอดภัยทางชีวภาพ) ข้อใดสถาบันไม่เกี่ยวข้องจะไม่นำข้อนั้นมาคิดคะแนน ข้อใดมีการดำเนินการ ได้ 1 คะแนน ข้อใดไม่มีการดำเนินการได้ 0 คะแนน นำคะแนนที่ได้คิดเป็นค่าร้อยละ การแบ่งระดับคะแนน แบ่งเป็น 3 ระดับ คือ ระดับสูงได้แก่ คะแนน ≥ ร้อยละ 80 ระดับปานกลาง ได้แก่คะแนนร้อยละ 60-79 และระดับต่ำ ได้แก่ คะแนน < ร้อยละ 60ผลการศึกษาพบว่า ห้องปฏิบัติการที่ศึกษาทั้ง 3 สถาบัน มีระดับคะแนนความปลอดภัยในห้องปฏิบัติการ มิติด้านนโยบายและการจัดการความเสี่ยง อยู่ในระดับต่ำ คือ ร้อยละ 31.7 และ 46.4 มิติด้านการปฏิบัติงานอย่างปลอดภัย อยู่ในระดับต่ำคือ ร้อยละ 52.1 และมิติด้านสถานที่และสิ่งแวดล้อมภายในอยู่ในระดับปานกลาง คือ ร้อยละ 60.0 สถาบันทั้ง 3 แห่ง มีคะแนนในแต่ละมิติใกล้เคียงกัน โดยสถาบันซี มีคะแนนสูงกว่าสถาบันอื่นเล็กน้อย สำหรับผลการประเมินความปลอดภัยทางชีวภาพพบว่า คะแนนมิติด้านนโยบาย อยู่ในระดับต่ำ คือร้อยละ 45.3 มิติด้านการปฏิบัติงานอย่างปลอดภัยอยู่ในระดับต่ำ คือ ร้อยละ 59.7 มิติการใช้เครื่องป้องกันตนเอง อยู่ในระดับต่ำ คือ ร้อยละ 48.3 และมิติด้านการจัดการสิ่งแวดล้อมภายในอยู่ในระดับปานกลาง คือ ร้อยละ 65.0 สถาบันทั้ง 3 แห่งมีคะแนนในแต่ละมิติใกล้เคียงกัน สถาบันเอ มีคะแนนสูงกว่าสถาบันอื่นเล็กน้อย
