10 results
Search Results
Now showing 1 - 10 of 10
Publication Open Access การศึกษาความถูกต้องและแม่นยำของเครื่องวัดอุณหภูมิทางหูและหน้าผากในผู้ป่วยนอกมีไข้และอาสาสมัครไม่มีไข้(2559) สุนันทา ตั้งปนิธานดี; Sununta Tangpanithandee; วิมลรัตน์ ทองเชื้อ; Wimonrat Thongchuer; อรดี จริตควร; Oradee Charitkuan; มหาวิทยาลัยมหิดล. ศูนย์การแพทย์กาญจนาภิเษกวัตถุประสงค์: เพื่อศึกษาความถูกต้องและแม่นยำของปรอทวัดไข้ทางหูและหน้าผาก เปรียบเทียบกับทางปากในผู้ป่วยนอกมีไข้และอาสาสมัครไม่มีไข้ รูปแบบการวิจัย: การวิจัยเปรียบเทียบ วิธีดำเนินการวิจัย : กลุ่มตัวอย่างเป็นผู้ป่วยนอกมีไข้ 120 คน และอาสาสมัครไม่มีไข้ 120 คน ที่ศูนย์การแพทย์กาญจนาภิเษก กลุ่มตัวอย่างแต่ละราย ได้รับการวัดอุณหภูมิร่างงกายดว้ ยปรอททางหู หน้าผาก และปาก ตามลำดับ คำนวณความถูกต้อง (ความแตกต่างของอุณหภูมิร่างกายจากการวัด 2 วิธี) และแม่นยำ (ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานของค่าความแตกต่าง) ของอุณหภูมิทางหูและหน้าผากเปรียบเทียบกับทางปาก ซึ่งใช้เป็นมาตรฐานอ้างอิง โดยใช้สถิติ Bland-Altman ก่อนวิเคราะห์ผลทางสถิติผู้วิจัย ได้กำหนดค่าความถูกต้อง และแม่นยำจากการวัด 2 วิธี ไม่เกิน ± .3; ± .5 ตามเกณฑ์ที่ผู้เชี่ยวชาญเสนอแนะไว้ ผลการวิจัย: ผู้ป่วยนอกมีไข้ค่าความแตกต่างของอุณหภูมิที่วัดทางหูและหน้าผากเปรียบเทียบกับทางปากมีค่า - .09 ± .32 และ .09 ± .36 องศาเซลเซียสตามลำดับ สำหรับอาสาสมัครไม่มีไข้ค่าความแตกต่างของอุณหภูมิที่วัดทางหูและหน้าผากเปรียบเทียบกับทางปาก มีค่า .02 ± .35 และ .37 ± .38 องศาเซลเซียสตามลำดับ สรุปและข้อเสนอแนะ: ผลการศึกษาแสดงให้เห็นว่าความถูกต้องและแม่นยำของอุณหภูมิทางหูและหน้าผากเปรียบเทียบกับทางปาก อยู่ในเกณฑ์ที่ผู้เชี่ยวชาญยอมรับ ในผู้ป่วยมีไข้ ดังนั้น การใช้ปรอทวัดไข้ทางหู และทางหน้าผากอย่างถูกวิธี สามารถใช้วัดอุณหภูมิร่างกายเพื่อประเมินภาวะไข้ในผู้ป่วยนอกได้Publication Open Access ประสิทธิผลของโปรแกรมการวางแผนจำหน่ายแบบผู้ป่วยนอกต่อความวิตกกังวลและความสามารถในการปฏิบัติกิจวัตรประจำวันในผู้ป่วยที่เข้ารับการผ่าตัดต้อกระจก(2559) เบญจวรรณ พวงเพชร; Benjawan Puangpech; อุษาวดี อัศดรวิเศษ; Usavadee Asdornwised; วันเพ็ญ ภิญโญภาสกุล; Wanpen Pinyopasakul; กนกรัตน์ พรพาณิชย์; Kanograt Pornpanich; มหาวิทยาลัยมหิดล. คณะพยาบาลศาสตร์; มหาวิทยาลัยมหิดล. คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาลเกณฑ์ที่กำหนดเป็นกลุ่มควบคุม และกลุ่มทดลอง กลุ่มควบคุมได้รับการดูแลการพยาบาลตามปกติ กลุ่มทดลองได้รับโปรแกรมการวางแผนจำหน่ายแบบผู้ป่วยนอกที่มีการดูแลอย่างเป็นระบบต่อเนื่อง เครื่องมือ ที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ โปรแกรมการวางแผนจำหน่ายแบบผู้ป่วยนอก แบบประเมิน... การวางแผนจำหน่ายคู่มือการให้ข้อมูลผู้ป่วยที่เข้ารับการผ่าตัดต้อกระจก เก็บรวบรวมข้อมูล โดยใช้แบบสอบถามข้อมูลส่วนบุคคล แบบสอบถามความวิตกกังวล และความสามารถในการปฏิบัติกิจวัตรประจำวัน วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้ สถิติทดสอบ Independent t-test ผลการวิจัยPublication Open Access หลักเกณฑ์มาตรฐานด้านคุณภาพสิ่งแวดล้อมที่เกี่ยวข้องกับการประกอบกิจการที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ(2558) เชษฐ รัชดาพรรณาธิกุล; Chet Ratchadapanathikul; มหาวิทยาลัยมหิดล. คณะสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์. ศูนย์กฎหมายการแพทย์ สาธารณสุข สิ่งแวดล้อม และวิทยาศาสตร์ปัจจุบันมีการพัฒนาของสังคมอุตสาหกรรมขึ้นอย่างรวดเร็ว มีการประกอบ กิจการหลายประเภทที่จัดว่าเป็นกิจการที่ส่งผลกระทบที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ เช่น กิจการที่ เกี่ยวกับไม้ สิ่งทอ หิน ดิน ทราย ซีเมนต์ ยา เวชภัณฑ์ การบริการต่างๆ เป็นต้น ที่กล่าวมานี้ เป็นตัวอย่างกิจการเพียงส่วนเล็กน้อยเท่านั้น เมื่อมีการดำเนินกิจการประเภทที่เป็นอันตรายต่อ สุขภาพมากยิ่งขึ้น ก่อให้เกิดการกำหนดหลักเกณฑ์ที่สำคัญในการควบคุมมาตรฐานด้าน สิ่งแวดล้อมที่เกี่ยวข้องกับการประกอบกิจการที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพตามพระราชบัญญัติการ สาธารณสุข พ.ศ. 2535 ประกอบด้วยหลักเกณฑ์ที่สำคัญหลายด้าน ทั้งหลักเกณฑ์ทางด้าน สถานที่ตั้ง ลักษณะอาคาร และการสุขาภิบาล หลักเกณฑ์ทางด้านทางด้านการอาชีวอนามัย และความปลอดภัย และหลักเกณฑ์มาตรฐานด้านการควบคุมของเสีย มลพิษ หรือสิ่งใดๆ ที่เกิด จากการประกอบกิจการของสถานประกอบกิจการที่เป็นอันตราย รายละเอียดของหลักเกณฑ์ ทั้งหมดเน้นประเด็นทั้งหมดว่าด้วยเรื่องการป้องกัน การควบคุมอันตรายต่างๆ ที่เกิดจากการ ประกอบกิจการ ให้เกิดผลกระทบต่อสังคมน้อยที่สุดPublication Open Access กระบวนการแรงงานกับความปวดเมื่อยของคนงานโรงงานผลิต สับปะรดกระป๋องแห่งหนึ่ง ภายในจังหวัดพื้นที่เขตปริมณฑลภาคกลาง(2546) กิตติ ไชยลาภ; มหาวิทยาลัยมหิดล. สถาบันพัฒนาการสาธารณสุขอาเซียนหนึ่งของกระบวนการแรงงาน ภายใต้แนวคิดเศรษฐศาสตร์ การเมือง ผู้เขียนได้ใช้ข้อมูลการวิจัยความปวดเมื่อยคนงานภายใต้บริบทของกระบวนการแรงงานโรงงานอุตสาหกรรม กระป๋องแห่งหนึ่งของจังหวัดในเขตปริมณฑลภาคกลาง ซึ่งผู้วิจัยได้เข้าไปเก็บข้อมูลระหว่างช่วงปี พ.ศ.2542Publication Open Access ผลของวิธีการเบ่งคลอดแบบธรรมชาติร่วมกับท่านั่งยองๆ บนนวัตกรรมเบาะนั่งรองคลอดต่อระยะเวลาที่ 2 ของการคลอดในผู้คลอดครรภ์แรก(2555) สุนิดา ชัยติกุล; Sunida Chaitikul; ฉวีวรรณ อยู่สําราญ; Chaweewan Yusamran; เยาวลักษณ์ เสรีเสถียร; Yaowalak Serisathien; เอมพร รตินธร; Ameporn Ratinthorn; สุชาติ สีบุญเรือง; Suchart Seeboonruang; มหาวิทยาลัยมหิดล. คณะพยาบาลศาสตร์. ภาควิชาการพยาบาลสูติศาสตร์-นรีเวชวิทยาที่ใช้วิธีการเบ่งคลอดแบบธรรมชาติร่วมกับท่านั่งยองบนเบาะนั่งรองคลอด เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บข้อมูล ได้แก่ แบบบันทึกข้อมูลทั่วไป และแบบบันทึกข้อมูลเกี่ยวกับการคลอด วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติเชิงพรรณนาและสถิติการทดสอบที ผลการวิจัย: ผลการศึกษาพบว่า...การวิจัย: กลุ่มตัวอย่างจํานวน 60 ราย เป็นผู้คลอดที่มาคลอดบุตรคนแรกที่ห้องคลอด โรงพยาบาลตากสินคัดเลือกกลุ่มตัวอย่างตามเกณฑ์ที่กําหนด แบ่งกลุ่มตัวอย่างเป็นกลุ่มควบคุม 30 ราย ที่ใช้วิธีการเบ่งคลอดแบบควบคุมร่วมกับท่านอนหงาย และกลุ่มทดลอง 30 รายPublication Open Access การมีส่วนร่วมของมารดาในการดูแลทารกเกิดก่อนกําหนด และต้องได้รับเครื่องช่วยหายใจ(2555) สมสิริ รุ่งอมรรัตน์; Somsiri Rungamornrat; วรานุช กาญจนเวนิช; Waranuch Karnjanawanich; อุทุมพร ม่วงอยู่; Utumporn Muangyoo; มหาวิทยาลัยมหิดล. คณะพยาบาลศาสตร์วัตถุประสงค์:เพื่อพรรณนาการรับรู้ การมีส่วนร่วมของมารดา ปัจจัยส่งเสริมและปัจจัยยับยั้งในการดูแลบุตรเกิดก่อนกําหนดที่ต้องได้รับเครื่องช่วยหายใจ รูปแบบการวิจัย:เป็นการวิจัยเชิงคุณภาพวิธีการดําเนินการวิจัย: สัมภาษณ์เชิงลึกมารดาของทารกเกิดก่อนกําหนด...ที่เข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลและได้รับเครื่องช่วยหายใจมากกว่า 3 วัน ในหอผู้ป่วยทารกแรกเกิดภาวะวิกฤต (NICU) จํานวน 10 ราย วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้การวิเคราะห์เชิงเนื้อหาผลการวิจัย: พบว่าการรับรู้ของมารดามี 2 ประเด็นหลักคือ มารดารับรู้ว่าชีวิตของPublication Open Access ระบบการชดเชยความเสียหายจากการรับบริการสาธารณสุขโดยไม่พิสูจน์ความผิด(2558) ฉัตรสุมน พฤฒิภิญโญ; Chardsumon Prutipinyo; มหาวิทยาลัยมหิดล. คณะสาธารณสุขศาสตร์. ภาควิชาบริหารงานสาธารณสุขบทความนี้ผู้เขียนมีจุดมุ่งหมายเพื่อทบทวนหลักการและแนวทางการชดเชยความเสียหายจาก การรับบริการสาธารณสุข โดยไม่ต้องพิสูจน์ความผิดทั้งของไทยและต่างประเทศ ซึ่งพบว่าแนวทาง ดังกล่าวนี้ได้เอื้อประโยชน์ให้ทั้งประชาชนผู้ที่ได้รับความเสียหายให้ได้รับการช่วยเหลือเยียวยาด้วยเงิน ช่วยเหลือเบื้องต้น และยังเป็นการเอื้อประโยชน์ต่อผู้ให้บริการทางสาธารณสุขอีกด้วย กล่าวคือ เมื่อ ผู้เสียหายได้รับเงินช่วยเหลือเบื้องต้น และพอใจการช่วยเหลือเยียวยาแล้วก็อาจไม่ต้องการดําเนินการ ฟ้องร้องทางแพ่งเพื่อขอรับค่าเสียหายอีก ซึ่งทําให้โอกาสการฟ้องร้องทางแพ่งลดลง อีกทั้งการชดเชย ความเสียหายจากการรับบริการสาธารณสุขสามารถนําเงินช่วยเหลือเบื้องต้นหรือเงินชดเชยจากกองทุน สร้างเสริมความสัมพันธ์ที่ดีในระบบสาธารณสุขไปจ่ายเพื่อเยียวยาให้แทนผู้ถูกฟ้องคดีได้หากมีการ ฟ้องร้องทางแพ่งเกิดขึ้น อย่างไรก็ดีระบบชดเชยความเสียหายจากการรับบริการสาธารณสุขจะเกิดขึ้น ได้ต้องเกิดจากการเห็นด้วยของทุกฝ่าย และทุกฝ่ายสนับสนุนให้เกิดพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้เสียหาย จากการรับบริการสาธารณสุขPublication Open Access ความสัมพันธ์ระหว่างโรคร่วมสภาพผู้ป่วยระหว่างผ่าตัดกลุ่มอาการตอบสนองการอักเสบทั่วร่างกาย และภาวะไตวายเฉียบพลันในผู้ป่วยวิกฤตระยะ 72 ชั่วโมงแรกหลังการผ่าตัดใหญ่(2559) ปิญาพร ภูลายเรียบ; Piyaporn Poolaireab; สุพร ดนัยดุษฎีกุล; Suporn Danaidutsadeekul; วัลย์ลดา ฉันท์เรืองวณิชย์; Wallada Charuangvanich; สุณีรัตน์ คงเสรีพงศ์; Suneerat Kongsayreepong; มหาวิทยาลัยมหิดล. คณะพยาบาลศาสตร์; มหาวิทยาลัยมหิดล. คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาลวิจัย: กลุ่มตัวอย่างคือผู้ป่วยวิกฤตระยะ 72 ชั่วโมงแรกหลังผ่าตัดใหญ่ครั้งแรกทั้งการนัดหมายล่วงหน้าและผ่าตัดฉุกเฉิน โดยไม่ได้เกิดจากอุบัติเหตุ ไม่ได้เป็นการผ่าตัดหัวใจ สมอง หรือทางเดินปัสสาวะ จำนวน 88 ราย เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูล ได้แก่ แบบPublication Open Access ผลของการนวดร่วมกับการประคบร้อนต่อความเจ็บปวดและการเผชิญความเจ็บปวดของผู้คลอดครรภ์แรก(2556) ทัศนีย์ คล้ายขํา; Thatsanee Klaikham; ฉวีวรรณ อยู่สําราญ; Chaweewan Yusamran; นันทนา ธนาโนวรรรณ; Nanthana Thananowan; วรรณา พาหุวัฒนกร; Wanna Phahuwatanakorn; มหาวิทยาลัยมหิดล. คณะพยาบาลศาสตร์คลอดบุตรในห้องคลอด โรงพยาบาลบางจาก คัดเลือกกลุ่มตัวอย่างตามเกณฑ์ที่กําหนด แบ่งเป็นกลุ่มทดลอง 35 รายที่ได้รับการนวดร่วมกับการประคบร้อนและการพยาบาลตามปกติ และกลุ่มควบคุม 35 รายที่ได้รับการพยาบาลตามปกติ เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ แบบแผนการPublication Open Access ผลของโปรแกรมการเตรียมความพร้อมในการย้ายออกจากไอ ซี ยู ในผู้ป่วยผ่าตัดทําทางเบี่ยงหลอดเลือดหัวใจและผ่าตัดเปลี่ยน/ ซ่อมลิ้นหัวใจ ต่อความวิตกกังวลจากการย้ายและความพึงพอใจ(2554) ปราณี ทองใส; Pranee Tongsai; น้ําทิพย์ กุณา; Namtip Kuna; จารุวรรณ พงษ์ปราโมทย์; Jaruwan Phongpramote; พันธุ์ศักดิ์ ลักษณบุญส่ง; Pansak Laksanabunsong; มหาวิทยาลัยมหิดล. คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล. สาขาศัลยศาสตร์หัวใจและทรวงอก; มหาวิทยาลัยมหิดล. โรงพยาบาลศิริราช. ฝ่ายการพยาบาลควบคุมซึ่งได้รับการดูแลแบบปกติ และกลุ่มทดลองซึ่งได้รับโปรแกรมการเตรียมความพร้อมในการย้ายออกจากไอซียู จํานวนกลุ่มละ 30 คน เก็บรวบรวมข้อมูลด้วย แบบวัดความวิตกกังวลก่อนย้ายออกจากไอซียู แบบวัดความวิตกกังวลหลังย้ายออกจากไอซียู และแบบสอบถามความคิดเห็น
