Browsing by Author "มหาวิทยาลัยมหิดล. สถาบันนวัตกรรมการเรียนรู้"
Now showing 1 - 18 of 18
- Results Per Page
- Sort Options
Publication Open Access Effective Design of High Fidelity Simulation for Nursing Students(2016) นันทกานต์ มณีจักร; Nantakarn Maneejak; ปรัชญพงศ์ ยาศรี; Pratchayapong Yasri; มหาวิทยาลัยมหิดล. คณะพยาบาลศาสตร์. ภาควิชาการพยาบาลรากฐาน; มหาวิทยาลัยมหิดล. สถาบันนวัตกรรมการเรียนรู้The high fidelity simulation (HFS) has been used in nursing education to promote nursing students’ essential skills before handling with real patients. However, little if any, has been known what an effective design of HFS looks like. This article, therefore, aims to review existing four frameworks for designing the HFS in nursing education. Then it attempts to synthesize these frameworks into a single framework. The synthesized framework points out three main important roles in the effective HFS design: instructor roles, student roles, and technical support. The instructor roles are to set clear objectives of the simulation, provide a realistic and problemspecific context, and give student support. The roles of nursing students include debriefing through individual and group reflections after experiencing with the simulation, practicing the role of observer, as well as taking a role play to make the scenario more realistic and to understand different roles more deeply. Finally, technical support such as setting up computer and preparing medical materials is crucial to make the HFS effective.Item Metadata only การผลิตโปรแกรมการพัฒนาครูสอนวิทยาศาสตร์ระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น ในโรงเรียนศึกษาสงเคราะห์(2554) ทัศนียา รัตนฤาทัย นพรัตน์แจ่มจำรัส; สุชัย นพรัตน์แจ่มจํารัส; กานต์ยุพา จิตติวัฒนา; ภิญโญ พานิชพันธ์; มหาวิทยาลัยมหิดล. สถาบันนวัตกรรมการเรียนรู้งานวิจัยชิ้นนี้มีวัตถุประสงค์ในการ 1) ศึกษาความต้องการการพัฒนาวิชาชีพของครู วิทยาศาสตร์ประจําการที่สอนในระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นของโรงเรียนสังกัดกองการศึกษา สงเคราะห์เดิม 2)ศึกษาความคิดเห็นของผู้บริหารในการสนับสนุนด้านการพัฒนาวิชาชีพของครู วิทยาศาสตร์ประจําการที่สอนในระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นของโรงเรียนสังกัดกองการศึกษา สงเคราะห์เดิม 3) พัฒนาโปรแกรมการพัฒนาครูวิทยาศาสตร์ประจําการ ที่สอนในระดับชั้นมัธยมศึกษา ตอนต้นของโรงเรียนสังกัดกองการศึกษาสงเคราะห์เดิม และ 4) ประเมินผลการพัฒนาโปรแกรมการ พัฒนาครูวิทยาศาสตร์ประจําการ ซึ่งข้อมูลด้านความต้องการในการพัฒนาครู ได้รับจากการส่ง แบบสอบถามไปยังโรงเรียนสังกัดกองการศึกษาสงเคราะห์เดิมจํานวน 50 แห่ง ผลปรากฏว่าแบบสอบถามที่ได้รับจากครูวิทยาศาสตร์ประจําการทั่วประเทศที่มีครบถ้วนมี จํานวน 53 ฉบับ และแบบสอบถามผู้อํานวยการโรงเรียน จํานวน 21 ฉบับ ผู้บริหารโรงเรียนและครูระบุ ว่าครูได้รับการพัฒนาด้าน การจัดการเรียนการสอนมากที่สุด รองลงมาคือ ด้านพัฒนาหลักสูตร ด้านการ จัดทําและการใช้สื่อการเรียนการสอน และ ด้านการวัดและประเมินผล แม้ว่าผู้บริหารโรงเรียนจะต้องการ ให้ครูไปพัฒนาตนเองเพิ่มเติมในทุกหัวข้อดังที่กล่าวมา แต่ต้องการให้พัฒนาในด้านการจัดการเรียนการ สอนมากที่สุด รองลงมาคือด้านพัฒนาหลักสูตร และด้านการจัดทําและการใช้สื่อการเรียนการสอน ตามลําดับ แต่ครูกลับต้องการพัฒนาตนเองเพิ่มเติมในด้านการจัดทําและการใช้สื่อการเรียนการสอนมาก ที่สุด รองลงมาคือด้านการจัดการเรียนการสอน และด้านเนื้อหาวิทยาศาสตร์ โปรแกรมการพัฒนาครูวิทยาศาสตร์ประจําการประกอบด้วยเนื้อหาวิทยาศาสตร์และด้าน ศึกษาศาสตร์ (หลักสูตร, วิธีการสอน, จิตวิทยา, การผลิตและการใช้สื่อการเรียนการสอน,การผลิตและ การใช้สื่อการจัดการเรียนรู้ และ การวัดและประเมินผล) ได้นําไปใช้กับครูวิทยาศาสตร์ประจําการจาก โรงเรียนศึกษาสงเคราะห์ผู้เข้าร่วมโครงการโดยสมัครใจ จํานวน 8 คนในการอบรมครั้งที่ 1 และจํานวน 12 คนในการอบรมครั้งที่สอง ข้อมูลการประเมินโปรแกรมวิเคราะห์จากแบบสังเกตการเข้าร่วมอบรมของ ครูวิทยาศาสตร์ประจําการ แบบสัมภาษณ์ความคิดเห็นเกี่ยวกับการอบรมเชิงปฏิบัติการ และแบบบันทึก ความก้าวหน้าของครูวิทยาศาสตร์ประจําการ ผลปรากฏว่าโปรแกรมการพัฒนาครูวิทยาศาสตร์ ประจําการที่คํานึงถึงด้านเนื้อหาที่ใช้ กระบวนการจัดการ และ บริบทของโรงเรียน อีกทั้งคํานึงถึง ช่วงเวลาและระยะเวลาในการจัดอบรมมีความสําคัญ ทําให้ครูที่เข้าร่วมโปรแกรมมีพัฒนาการด้านทักษะ ส่วนบุคคลและทักษะด้านวิชาการ นอกจากนี้ครูที่เข้าร่วมโปรแกรมยังต้องการเผยแพร่แผนการสอน รวมทั้งนวัตกรรมด้านสื่อการเรียนการสอนที่พัฒนาขึ้นให้แก่ครูท่านอื่นต่อไปPublication Open Access การพัฒนาตัวชี้วัดและเกณฑ์การประเมินงานจัดซื้อสินค้า สำหรับงานพัสดุมหาวิทยาลัยมหิดลด้วยวิธีเดลฟาย(2564) พิชามญชุ์ กาหลง; Pichamon Kalong; มหาวิทยาลัยมหิดล. สถาบันนวัตกรรมการเรียนรู้การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ เพื่อพัฒนาตัวชี้วัดและเกณฑ์การประเมินงานจัดซื้อสินค้าของมหาวิทยาลัยมหิดลให้มีความถูกต้องเชิงเนื้อหา และเป็นไปตามขอบเขตงานพัสดุตามพระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 และระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 การวิจัยในครั้งนี้เป็นวิจัยเชิงสำรวจ (Survey Research) การวิจัยครั้งนี้เก็บข้อมูลจากผู้เชี่ยวชาญจำนวน 14 คน ผู้วิจัยวิเคราะห์ข้อมูลด้วยเทคนิควิธีเดลฟาย (Delphi Method) ผลการศึกษาพบว่า ตัวชี้วัดและเกณฑ์การประเมินงานจัดซื้อสินค้าของมหาวิทยาลัยมหิดล มี 8 ข้อ ได้แก่ ตัวชี้วัดที่ 1 ระยะเวลาในการจัดทำแผนการจัดซื้อจัดจ้างสินค้า (เหมาะสมมากที่สุด, สอดคล้องมากที่สุด) ตัวชี้วัดที่ 2 ระยะเวลาในการจัดทำเอกสาร (เหมาะสมมาก, สอดคล้องมากที่สุด) ตัวชี้วัดที่ 3 ระยะเวลาในการจัดทำราคากลางสินค้า (เหมาะสมมากที่สุด, สอดคล้องมากที่สุด) ตัวชี้วัดที่ 4 ประสิทธิภาพและประสิทธิผลในการปฏิบัติงานจัดซื้อจัดจ้าง (เหมาะสมมากที่สุด, สอดคล้องมากที่สุด) ตัวชี้วัดที่ 5 ความโปร่งใสในกระบวนการจัดซื้อจัดจ้าง (เหมาะสมมาก, สอดคล้องมากที่สุด) ตัวชี้วัดที่ 6ความคุ้มค่า ด้านคุณลักษณะในการดำเนินการจัดซื้อจัดจ้าง (เหมาะสมมาก, สอดคล้องมากที่สุด) ตัวชี้วัดที่ 7 ความคุ้มค่า ด้านราคา ในการดำเนินการจัดซื้อจัดจ้าง (เหมาะสมมาก, สอดคล้องมากที่สุด) และตัวชี้วัดที่ 8 ความตรวจสอบได้ ในกระบวนการจัดซื้อจัดจ้าง (เหมาะสมมาก, สอดคล้องมากที่สุด)Item Open Access การวิเคราะห์ความต้องการจำเป็นในการพัฒนางานด้านการจัดซื้อจัดจ้าง โครงการวิจัยของนักศึกษาหลักสูตรปรัชญาดุษฎีบัณฑิต และหลักสูตรวิทยาศาสตรมหาบัณฑิต สถาบันนวัตกรรมการเรียนรู้ มหาวิทยาลัยมหิดล(2565) พิชามญชุ์ กาหลง; นีรชา กลิ่นพยอม; มหาวิทยาลัยมหิดล. สถาบันนวัตกรรมการเรียนรู้Item Open Access การวิเคราะห์รายได้และค่าใช้จ่ายจากเงินรายได้สถาบันนวัตกรรมการเรียนรู้ มหาวิทยาลัยมหิดล ปีงบประมาณ 2562(2564) อนงค์ ตังสุหน; นีรชา กลิ่นพยอม; มหาวิทยาลัยมหิดล. สถาบันนวัตกรรมการเรียนรู้Publication Open Access การวิเคราะห์องค์ประกอบเชิงยืนยันการจัดซื้อจัดจ้างที่มีธรรมาภิบาลของผู้ค้าภาครัฐ(2564) พิชามญชุุ์ กาหลง; วิราวรรณ ฉายรัศมีกุล; Pichamon Kalong; Wirawan Chayrassameegul; มหาวิทยาลัยมหิดล. สถาบันนวัตกรรมการเรียนรู้การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อศึกษาระดับของการดำเนินการจัดซื้อจัดจ้างที่มีธรรมาภิบาลของผู้ค้าภาครัฐ โดยมีตัวแปรองค์ประกอบของธรรมาภิบาลของผู้ค้าภาครัฐอันได้แก่ การยึดหลักนิติธรรม การยึดหลักคุณธรรม การยึดหลักความโปร่งใส การยึดหลักความรับผิดชอบ การยึดหลักความคุ้มค่า และการยึดหลักความมีส่วนร่วม และ2) เพื่อวิเคราะห์องค์ประกอบเชิงยืนยันการจัดซื้อจัดจ้างที่มีธรรมาภิบาลของผู้ค้าภาครัฐ กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัยคือผู้ค้าภาครัฐจำนวน 400 ราย ผู้วิจัยวิเคราะห์ข้อมูลด้วยเทคนิคการวิเคราะห์องค์ประกอบเชิงยืนยัน (Confirmatory factor analysis) ผลการศึกษาพบว่า การจัดซื้อจัดจ้างที่มีธรรมาภิบาลของผู้ค้าภาครัฐโดยภาพรวมอยู่ในระดับมาก ส่วนองค์ประกอบทั้ง 6 พบว่า การยึดหลักนิติธรรม (The Rule of Law) อยู่ในระดับมาก การยึดหลักคุณธรรม (Morality) อยู่ในระดับมาก การยึดหลักความโปร่งใส (Accountability) อยู่ในระดับมาก การยึดหลักความรับผิดชอบ (Responsibility ) อยู่ในระดับมาก การยึดหลักความคุ้มค่า (Economy) อยู่ในระดับมาก และการยึดหลักความมีส่วนร่วม (Participation) อยู่ในระดับมาก และผลการตรวจสอบจากหลักฐานเชิงประจักษ์ พบว่า องค์ประกอบทั้ง 6 เป็นองค์ประกอบที่แท้จริง มีความสอดคล้องกลมกลืนกับข้อมูลเชิงประจักษ์ และมีค่าดัชนีความสอดคล้องกลมกลืนประกอบด้วย Chi-Square =0.213, df= 2, x2/df= 0.1542 ,p-value =0.7285, CFI = 0.954, TLI = 0.969, RMSEA =0.064, SRMR =0.030Publication Open Access การวิจัยในชั้นเรียนเพื่อสำรวจความคิดเห็นต่อการประเมินหลังการเรียนปฏิบัติการในวิชาโครงสร้างและการทำงานของร่างกายของนักศึกษาสัตวแพทย์(2560) อาทร นกแก้ว; เติมพงศ์ วงศ์ตะวัน; มหาวิทยาลัยมหิดล. คณะสัตวแพทยศาสตร์. ภาควิชาปรีคลินิกและสัตวศาสตร์ประยุกต์; มหาวิทยาลัยมหิดล. สถาบันนวัตกรรมการเรียนรู้This classroom action research aimed to survey the opinions of veterinary students toward a test after finishing each laboratory class (post-test) of body structure and function courses. Second year veterinary students of Faculty of Veterinary Science, Mahidol University from year 2014 and 2015 participated in this survey (80 students). The tool for collecting data was online survey from, frequency and percentage of data were analysed for rating scale questions. Responses of an open-ended question were analysed by content analysis. The results showed that veterinary students had both positive and negative opinions about post-test. For positive opinions, most students thought the post-test helped them to concentrate in the class and gave them better overall score. For negative opinions, post-test caused students increased anxiety and stress due to the format of test and unreadiness of students.Publication Open Access การศึกษาตัวแปรด้านการวางแผนงบประมาณที่มีอิทธิพลต่อประสิทธิผล การจัดการระบบจัดซื้อจัดจ้างของบุคลากรมหาวิทยาลัยมหิดล(2561) พิชามญชุ์ กาหลง; อนงค์ ตังสุหน; Pichamon Kalong; Anong Thangsuhon; มหาวิทยาลัยมหิดล. สถาบันนวัตกรรมการเรียนรู้งานวิจัยเรื่อง การศึกษาตัวแปรด้านการวางแผนงบประมาณที่มีอิทธิพลต่อประสิทธิผลการจัดการระบบจัดซื้อจัดจ้างของบุคลากรมหาวิทยาลัยมหิดลมีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อศึกษาระดับประสิทธิผลการวางแผนงบประมาณของหน่วยงานต่าง ๆ ในมหาวิทยาลัย 2) เพื่อศึกษาระดับประสิทธิผลการจัดการระบบจัดซื้อจัดจ้างของหน่วยงานต่าง ๆ ในมหาวิทยาลัยมหิดล 3) เพื่อเปรียบเทียบขนาดของบุคลากรสายสนุบสนุนผู้ปฏิบัติงานเกี่ยวกับการบริหารงบประมาณของแต่ละหน่วยงานที่แตกต่างกัน กับประสิทธิผลการจัดการระบบจัดซื้อจัดจ้างที่แตกต่างกัน 4) เพื่อศึกษาตัวแปรด้านการวางแผนงบประมาณของบุคลากรสายสนับสนุนผู้ปฏิบัติงานเกี่ยวกับการบริหารงบประมาณ ที่มีอิทธิพลต่อประสิทธิผลการจัดการระบบจัดซื้อจัดจ้างของมหาวิทยาลัยกลุ่มตัวอย่าง คือ บุคลากรสายสนับสนุนของมหาวิทยาลัยมหิดล จำนวน 196 คน ที่ระดับความคาดเคลื่อน 0.05 ผลการวิจัยพบว่า 1) ประสิทธิผลการวางแผนงบประมาณของมหาวิทยาลัยมหิดลโดยภาพรวมอยู่ที่ระดับมาก 2) ประสิทธิผลการจัดระบบจัดซื้อจัดจ้างชองมหาวิทยาลัยมหิดลโดยภาพรวมอยู่ที่ระดับมาก 3) ขนาดของบุคลากรสายสนับสนุนผู้ปฏิบัติงานเกี่ยวกับการบริหารงบประมาณของแต่ละหน่วยงานซึ่งมีขนาดแตกต่างกันนั้น ไม่ได้ทำให้ประสิทธิผลการจัดการระบบจัดซื้อจัดจ้างของมหาวิทยาลัยมหิดลแตกต่างกัน 4) ตัวแปรด้านการวางแผนงบประมาณรายจ่ายล่วงหน้า, การจัดสรรงบประมาณโดยลำดับความสำคัญของรายจ่ายที่สอดคล้อง, การจัดทำเอกสารตัวบ่งชี้ความสำเร็จ และการจัดทำแผนปฏิบัติงานที่สอดคล้องกับแผนกลยุทธ์Item Metadata only เกมคอมพิวเตอร์เพื่อการศึกษา เรื่องการอนุรักษ์พลังงานไฟฟ้าภายในบ้านพัชรินทร์ ปัญจนบุรี; มหาวิทยาลัยมหิดล. สถาบันนวัตกรรมการเรียนรู้Item Metadata only เกมล่าสมบัติเพื่อเรียนรู้โค๊ดติ้งโดยไม่ใช้คอมพิวเตอร์อริญชยา ตรีคุณประภา; มหาวิทยาลัยมหิดล. สถาบันนวัตกรรมการเรียนรู้Item Open Access คู่มือปฏิบัติงานด้านการรับเงินของ สถาบันนวัตกรรมการเรียนรู้ มหาวิทยาลัยมหิดล(2562) นีรชา กลิ่นพยอม; อนงค์ ตังสุหน; มหาวิทยาลัยมหิดล. สถาบันนวัตกรรมการเรียนรู้Item Open Access งานวิเคราะห์ เรื่อง กระบวนการจัดจ้างและงบประมาณสำหรับการบำรุงรักษาเครื่องปรับอากาศ สถาบันนวัตกรรมการเรียนรู้ มหาวิทยาลัยมหิดล(2563) วิราวรรณ ฉายรัศมีกุล; นีรชา กลิ่นพยอม; อนงค์ ตังสุหน; มหาวิทยาลัยมหิดล. สถาบันนวัตกรรมการเรียนรู้Item Metadata only ชุดทดลองกฎการอนุรักษ์พลังงานมนต์อมร ปรีชารัตน์; มหาวิทยาลัยมหิดล. สถาบันนวัตกรรมการเรียนรู้Item Metadata only แบบจำลองสำหรับการฝึกปฏิบัติการเจาะเยื่อหุ้มหัวใจ(2562) ทัศนียา รัตนฤาทัย นพรัตน์แจ่มจำรัส; มหาวิทยาลัยมหิดล. สถาบันนวัตกรรมการเรียนรู้แบบจำลองสำหรับการฝึกปฏิบัติการเจาะเยื่อหุ้มหัวใจ เป็นแบบจำลองเพื่อให้บุคลากรทางการแพทย์ รวมทั้งนักศึกษาแพทย์สามารถฝึกปฏิบัติเสมือนจริงได้อย่างทั่วถึง โดยไม่แบ่งแยกโอกาสด้วยข้อจำกัด ทางศาสนา โดยมีคุณสมบัติ คือมีความสมจริงในการเรียนหรือฝึกปฏิบัติ ราคาประหยัด ไม่ต้องกังวลเรื่อง การติดเชื้อ ขนาดกะทัดรัด มีน้ำหนักไม่มาก เคลื่อนย้ายได้ง่าย ดูแลรักษาได้ง่าย ทนทาน ใช้ซ้ำได้หลายครั้ง รองรับผู้ใช้งานได้จำนวนมาก เปิดโอกาสให้นักศึกษาได้ฝึกปฏิบัติซ้ำได้ ก่อนที่นักศึกษาจะไปพบผู้ป่วยจริง ในโรงพยาบาล ทดลองใช้กับนักศึกษาแพทย์ ชั้นปีที่ ๖ ของสถาบันการศึกษาแห่งหนึ่ง จำนวน ๕๐ คน พบว่าความเชื่อมั่นของนักศึกษาสูงขึ้นหลังจากการได้ฝึกปฏิบัติโดยใช้แบบจำลองการเจาะเยื่อหุ้มหัวใจ เพื่อระบายของเหลวร่วมกับเครื่องอัลตราซาวด์ และ ภาพที่เห็นจากอัลตราซาวด์ประกอบกับการใช้แบบจำลองที่ประดิษฐ์ขึ้นมีความชัดเจนItem Metadata only แบบจำลองสำหรับการฝึกปฏิบัติการใส่ท่อระบายในช่องอก(2562) ทัศนียา รัตนฤาทัย นพรัตน์แจ่มจำรัส; วีระพงษ์ ภูมิรัตนประพิณ; สุชัย นพรัตน์แจ่มจำรัส; Phone Myint Hlaing; มหาวิทยาลัยมหิดล. สถาบันนวัตกรรมการเรียนรู้แบบจำลองสำหรับการฝึกปฏิบัติการการใส่ท่อระบายในช่องอก เป็นแบบจำลองเพื่อให้บุคลากรทางการแพทย์ รวมทั้งนักศึกษาแพทย์สามารถฝึกปฏิบัติเสมือนจริงได้อย่างทั่วถึง ไม่แบ่งแยกด้วยข้อจำกัดทางศาสนาและงบประมาณของโรงเรียนแพทย์ โดยมีคุณสมบัติดังนี้ มีความสมจริงในการเรียนหรือฝึกปฏิบัติ ราคาประหยัด ไม่ต้องกังวลเรื่องการติดเชื้อ ดูแลรักษาได้ง่าย ทนทาน ใช้ซ้ำได้หลายครั้ง รองรับผู้ใช้งานได้จำนวนมาก มีระบบสัญญาณเตือนเมื่อปฏิบัติการไม่ถูกต้อง ซึ่งเป็นการเปิดโอกาสให้นักศึกษาได้ฝึกปฏิบัติซ้ำได้ ก่อนที่นักศึกษาจะไปพบผู้ป่วยจริงในโรงพยาบาล ทดลองใช้กับนักศึกษาแพทย์ชั้นปีที่ ๖ ของสถาบันการศึกษาแห่งหนึ่ง จำนวน ๔๖ คน พบว่าความรู้และทักษะการใส่ท่อระบายในช่องอกตามขั้นตอนทางการแพทย์ที่ถูกต้องของนักศึกษาแพทย์กลุ่มดังกล่าวสูงขึ้น และพบว่านักศึกษามีความพึงพอใจในการได้รับประสบการณ์การเรียนการใส่ท่อระบายในช่องอกโดยใช้แบบจำลองที่ประดิษฐ์ขึ้นItem Open Access รายงานประจำปี 2561 สถาบันนวัตกรรมการเรียนรู้ มหาวิทยาลัยมหิดล(2562) มหาวิทยาลัยมหิดล. สถาบันนวัตกรรมการเรียนรู้Item Open Access รายงานประจำปี 2562 สถาบันนวัตกรรมการเรียนรู้ มหาวิทยาลัยมหิดล(2563) มหาวิทยาลัยมหิดล. สถาบันนวัตกรรมการเรียนรู้Item Open Access รายงานประจำปี 2563 สถาบันนวัตกรรมการเรียนรู้ มหาวิทยาลัยมหิดล(2564) มหาวิทยาลัยมหิดล. สถาบันนวัตกรรมการเรียนรู้
