Browsing by Author "มหาวิทยาลัยมหิดล. หอสมุดและคลังความรู้มหาวิทยาลัยมหิดล. งานพัฒนาทรัพยากรสารสนเทศ"
Now showing 1 - 5 of 5
- Results Per Page
- Sort Options
Item Open Access การใช้หนังสือฉบับพิมพ์และหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ของมหาวิทยาลัยมหิดล(2558) พรรณทิพา โรจนกร; มหาวิทยาลัยมหิดล. หอสมุดและคลังความรู้มหาวิทยาลัยมหิดล. งานพัฒนาทรัพยากรสารสนเทศผลการศึกษาพบว่าผู้รับบริการในปัจจุบันนิยมใช้หนังสือฉบับอิเล็กทรอนิกส์มากกว่าฉบับพิมพ์ ซึ่งสอดคล้องกับทิศทางการบริหารของหอสมุดและคลังความรู้มหาวิทยาลัยมหิดล ที่มุ่งเน้นเพื่อประโยชน์ด้านความสะดวกรวดเร็วในการสืบค้นและเข้าถึงสารสนเทศได้พร้อมกันหลายคนโดย ไม่จำกัดสถานที่และเวลารวมถึงประหยัดพื้นที่ในการจัดเก็บและให้บริการหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ ทั้งนี้ เพื่อให้ได้แนวทางในการจัดหาหนังสือให้คุ้มค่าและมีประสิทธิภาพItem Open Access การพัฒนาระบบจองห้องศึกษารายกลุ่ม หอสมุดและคลังความรู้มหาวิทยาลัยมหิดล(2563) ปิยวัฒน์ ชวนวารี; โสมรัศมิ์ พิบูลย์มณี; มหาวิทยาลัยมหิดล. หอสมุดและคลังความรู้มหาวิทยาลัยมหิดล. งานเทคโนโลยีสารสนเทศ; มหาวิทยาลัยมหิดล. หอสมุดและคลังความรู้มหาวิทยาลัยมหิดล. งานพัฒนาทรัพยากรสารสนเทศการพัฒนาระบบจองห้องศึกษารายกลุ่ม หอสมุดและคลังความรู้มหาวิทยาลัยมหิดล ใช้แนวคิด ทฤษฎีวงจรการพัฒนาระบบสารสนเทศ (System Development Life Cycle : SDLC) ร่วมกับการประเมิน ประสิทธิภาพของระบบ และความพึงพอใจของผู้ให้บริการ และผู้ใช้บริการต่อระบบจองห้องศึกษารายกลุ่ม ในการพัฒนาระบบได้ใช้ระบบจัดการฐานข้อมูล MySQL ร่วมกับภาษา PHP โดยมีวัตถุประสงค์เพื่ออำนวย ความสะดวกแก่ผู้ใช้บริการในการจองห้องศึกษารายกลุ่มผ่านระบบออนไลน์ และลดปัญหาการจัดเก็บข้อมูลสถิติ การบริการ ส่งเสริมการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมด้วยการลดจำนวนการใช้กระดาษ ให้มีการทำงานที่รวดเร็วขึ้นมากกว่า รูปแบบเดิม ผลการประเมินประสิทธิภาพของระบบจองห้องศึกษารายกลุ่ม ในส่วนของผู้ให้บริการ ให้ผล การประเมินประสิทธิภาพของระบบโดยรวมอยู่ในระดับดี (x = 4.38, S.D. = 0.57) โดยได้รับผลการประเมิน ประสิทธิภาพสูงสุดในเรื่อง ระบบมีความถูกต้องในการปรับปรุงแก้ไขข้อมูลการจอง ความรวดเร็วในการประมวลผล ของระบบ และระบบนี้มีความสอดคล้องกับความต้องการที่จะนำมาใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพ สำหรับผล การประเมินความพึงพอใจต่อระบบจองห้องศึกษารายกลุ่ม ในส่วนของผู้ใช้บริการ ให้ผลการประเมินความพึงพอใจ โดยรวมอยู่ในระดับดี (x = 4.27, S.D. = 0.71) โดยได้รับผลการประเมินความพึงพอใจสูงสุดในเรื่องการมีระบบ Login เพื่อจัดเก็บข้อมูลผู้ใช้ระบบและตรวจสอบข้อมูลการจอง ข้อมูลการจองของระบบมีความถูกต้อง และระบบ สามารถตอบสนองผู้ใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งแสดงให้เห็นว่าระบบจองห้องศึกษารายกลุ่มที่พัฒนาขึ้นมา มีการใช้งานง่าย ไม่ซับซ้อน มีความถูกต้องน่าเชื่อถือ และสามารถลดขั้นตอนการทำงานของระบบเดิมItem Open Access การพัฒนาระบบตรวจวัดอุณหภูมิห้องเซิร์ฟเวอร์ ด้วยเทคโนโลยีอินเทอร์เน็ตเพื่อสรรพสิ่ง(2563) กฤษฎา แก้วผุดผ่อง; โสมรัศมิ์ พิบูลย์มณี; ปิยวัฒน์ ชวนวารี; มหาวิทยาลัยมหิดล. หอสมุดและคลังความรู้มหาวิทยาลัยมหิดล. งานเทคโนโลยีสารสนเทศ; มหาวิทยาลัยมหิดล. หอสมุดและคลังความรู้มหาวิทยาลัยมหิดล. งานพัฒนาทรัพยากรสารสนเทศการพัฒนาระบบตรวจวัดอุณหภูมิห้องเซิร์ฟเวอร์ของหอสมุดและคลังความรู้มหาวิทยาลัยมหิดล เป็นระบบที่ออกแบบสำหรับการตรวจวัดอุณหภูมิและความชื้นภายในห้องเซิร์ฟเวอร์ อีกทั้งเป็นการเฝ้าระวัง และ แจ้งเตือนข้อมูลการแสดงผลอุณหภูมิภายในห้องเซิร์ฟเวอร์ที่มีค่าสูงกว่าเกณฑ์ที่กำหนดไว้ เนื่องจากที่ผ่านมาการ ตรวจสอบอุณหภูมิภายในห้องเซิร์ฟเวอร์ จะทำได้ต่อเมื่อมีผู้ปฏิบัติงานอยู่ในบริเวณห้องเซิร์ฟเวอร์เท่านั้น หาก ผู้ปฏิบัติงานอยู่นอกสถานที่ เมื่ออุณหภูมิภายในห้องเซิร์ฟเวอร์มีค่าสูงกว่าเกณฑ์ที่กำหนดไว้ ทำให้ไม่ทราบข้อมูล ในทันที หรือเกิดความไม่สะดวกในการตรวจสอบ ส่งผลให้เกิดความล่าช้าในการแก้ไขปัญหา การทำงานของระบบที่ ได้พัฒนาขึ้นจะใช้เซนเซอร์ (Sensor) แบบ DHT11 ทำการตรวจวัดอุณหภูมิและความชื้นที่ได้ ส่งผ่านระบบเครือข่าย แบบไร้สายไปยังโปรแกรม Blynk บนโทรศัพท์มือถือ เพื่อแสดงผลอุณหภูมิและความชื้นที่วัดค่าได้แบบ Real time มีการจัดเก็บบันทึกค่าของอุณหภูมิที่วัดได้ในแต่ละช่วงเวลา โดยสามารถนำข้อมูลออกมาวิเคราะห์ได้ในภายหลัง และหากพบว่าอุณหภูมิภายในห้องเซิร์ฟเวอร์สูงกว่าเกณฑ์ที่กำหนดไว้ก็จะมีการแจ้งเตือนในทันทีไปยัง Line Notify ที่กำหนดไว้ ดังนั้นการนำเทคโนโลยีอินเทอร์เน็ตเพื่อสรรพสิ่ง (Internet of Things) และเซนเซอร์ (Sensor) ตรวจวัดอุณหภูมิและความชื้น มาประยุกต์ใช้ในการตรวจวัดและบันทึกข้อมูล จึงช่วยอำนวยความสะดวกให้แก่ ผู้ปฏิบัติงานในการตรวจสอบได้สะดวกยิ่งขึ้น สามารถแก้ไขปัญหาได้ทันท่วงที ทำให้เกิดความปลอดภัย และลด ความเสี่ยงในการเกิดความเสียหายต่ออุปกรณ์ต่าง ๆ ภายในห้องเซิร์ฟเวอร์Item Open Access ความต้องการใช้หนังสือฉบับพิมพ์และหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ของผู้ใช้บริการในเครือข่ายห้องสมุดแห่งมหาวิทยาลัยมหิดล(2563) ดาริกา เชื้อสมัน; มหาวิทยาลัยมหิดล. หอสมุดและคลังความรู้มหาวิทยาลัยมหิดล. งานพัฒนาทรัพยากรสารสนเทศการวิจัยมีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาพฤติกรรม ความต้องการ และปัญหาในการใช้งานหนังสือฉบับพิมพ์และหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ของผู้ใช้บริการในเครือข่ายห้องสมุดแห่งมหาวิทยาลัยมหิดล และเพื่อเปรียบเทียบสถานภาพของผู้ใช้บริการกับความต้องการใช้หนังสือฉบับพิมพ์และหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ โดยใช้วิธีวิจัยเชิงสำรวจ ใช้แบบสอบถาม เป็นเครื่องมือในการวิจัย กลุ่มตัวอย่าง คือ นักศึกษาและบุคลากรของมหาวิทยาลัยมหิดล จำนวน 1,242 คน วิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติเชิงพรรณนา โดยแจกแจงความถี่ และค่าร้อยละ ผลการวิจัยพบว่า ส่วนใหญ่ผู้ใช้บริการต้องการให้ห้องสมุดจัดหาหนังสือฉบับพิมพ์ เพราะอ่านง่าย ไม่เสียสุขภาพตา ส่วนการเปรียบเทียบสถานภาพผู้ใช้บริการกับความต้องการใช้ พบว่านักศึกษาปริญญาตรีส่วนใหญ่ต้องการใช้หนังสือฉบับพิมพ์ เนื่องจากจำเป็นต้องใช้เป็นตำราประกอบการเรียน ส่วนบุคลากรสายสนับสนุนต้องการใช้หนังสือฉบับพิมพ์ เนื่องจากหนังสือทั่วไปที่มีให้บริการยังผลิตในรูปแบบฉบับพิมพ์ ในขณะที่นักศึกษาบัณฑิตศึกษา และอาจารย์นั้นต้องการให้ห้องสมุดจัดหาหนังสืออิเล็กทรอนิกส์มากกว่า เนื่องจากการศึกษาระดับบัณฑิตศึกษา การเตรียมการสอน และการวิจัยจำเป็นต้องใช้เอกสารประกอบที่เข้าถึงได้ง่าย พกพาสะดวก ง่ายต่อการเก็บรักษา และสืบค้นง่าย ส่วนนักวิจัยต้องการทั้ง 2 รูปแบบเท่ากันItem Metadata only เจาะลึกสถิติการใช้ทรัพยากรสารสนเทศแบบบูรณาการ(2565) ธัญญาดา ดวงมณี; มหาวิทยาลัยมหิดล. หอสมุดและคลังความรู้มหาวิทยาลัยมหิดล. งานพัฒนาทรัพยากรสารสนเทศหอสมุดและคลังความรู้มหาวิทยาลัยมหิดลได้ดำเนินการรวบรวมสถิติการใช้ทรัพยากรสารสนเทศทุกประเภทผ่านระบบห้องสมุดอัตโนมัติ Sierra (Sierra) ในส่วนของการยืมออกจากห้องสมุดเท่านั้น ทั้งนี้ยังขาดสถิติส่วนของการยืมต่อ และการหยิบใช้ภายในห้องสมุด ที่ไม่สามารถเก็บสถิติได้ ในส่วนของผู้ปฏิบัติงานจำเป็นต้องเก็บสถิติทุกวันด้วยวิธีการรีวิวไฟล์จากระบบ ทำให้เป็นเหตุให้มีการพัฒนาระบบการจัดเก็บสถิติการใช้งานทรัพยากรสารสนเทศทุกประเภท จากการนำข้อมูล Circulation Transaction ของห้องสมุดอัตโนมัติ ด้วยการเขียนคำสั่ง SQL และใช้โปรแกรมภาษา PHP พร้อมทั้งแสดงผลด้วยโปรแกรม Power BI ซึ่งพบว่าวิธีการเขียนคำสั่งSQL สามารถเรียกข้อมูลการใช้งานได้ครบถ้วนทุกรูปแบบ ทั้งการยืมออกนอกห้องสมุด การคืน การยืมต่อ และการใช้ภายในห้องสมุดของทรัพยากรสารสนเทศทุกประเภทและสามารถเรียกดูข้อมูลได้อย่างละเอียด ครบถ้วน สิ่งสำคัญคือลดภาระในการทำงาน ทั้งนี้การนำข้อมูลสถิติการใช้งานมาวิเคราะห์ด้วยโปรแกรม Power BI ทำให้การแสดงผลมีความน่าสนใจ เข้าใจง่าย และสามารถแสดงให้เห็นแนวโน้มการใช้งานทรัพยากรสารสนเทศได้ชัดเจนขึ้นทั้งนี้งานพัฒนาทรัพยากรสารสนเทศสามารถนำข้อมูลไปใช้สำหรับประกอบการตัดสินใจในการจัดหา คัดเลือกทรัพยากรสารสนเทศเข้าห้องสมุดได้
