Browsing by Author "วิมลนันท์ พุฒิวณิชพงศ์"
Now showing 1 - 6 of 6
- Results Per Page
- Sort Options
Item Metadata only การพยาบาลเด็กและวัยรุ่นที่มีความผิดปกติของการรับประทานอาหาร (Nursing Care for Children and Adolescents with Eating Disorders)(2557) วิมลนันท์ พุฒิวณิชพงศ์; มหาวิทยาลัยมหิดล. คณะพยาบาลศาสตร์Item Metadata only การพยาบาลเด็กและวัยรุ่นที่มีภาวะบกพร่องทางสติปัญญา (Nursing Care for Children and Adolescents with Intellectual Disability)(2557) วิมลนันท์ พุฒิวณิชพงศ์; มหาวิทยาลัยมหิดล. คณะพยาบาลศาสตร์Item Metadata only การพยาบาลเด็กและวัยรุ่นที่มีโรคซน-สมาธิสั้น (Nursing Care for Children and Adolescents with Attention-Deficit/Hyperactivity Disorder)(2557) วิมลนันท์ พุฒิวณิชพงศ์; มหาวิทยาลัยมหิดล. คณะพยาบาลศาสตร์Item Metadata only การพยาบาลเด็กและวัยรุ่นที่มีโรคออทิสติก (Nursing Care for Children and Adolescents with Autism Spectrum Disorder)(2557) วิมลนันท์ พุฒิวณิชพงศ์; มหาวิทยาลัยมหิดล. คณะพยาบาลศาสตร์Item Metadata only การพยาบาลเด็กและะวัยรุ่นที่มีโรคพฤติกรรมเกเร (Nursing Care for Children and Adolescents with Conduct Disorder)(2557) วิมลนันท์ พุฒิวณิชพงศ์; มหาวิทยาลัยมหิดล. คณะพยาบาลศาสตร์Publication Open Access ผลของโปรแกรมลดความวิตกกังวลก่อนผ่าตัดในผู้ป่วยผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าตามกรอบแนวคิดทฤษฎีสัมพันธภาพระหว่างบุคคลของเพบพลาว(2567) ธัญญารัตน์ ชัชวาลย์พันธ์; วิมลนันท์ พุฒิวณิชพงศ์; นพพร ว่องศิริมาศ; พวงเพชร เกษรสมุทร; Tanyarat Chatchawarnpan; Wimolnun Pudtivarnichapong; Nopporn Vongsirimas; Phuangphet Kaesornsamutวัตถุประสงค์: เพื่อศึกษาผลของโปรแกรมที่พัฒนาตามกรอบแนวคิดทฤษฎีสัมพันธภาพระหว่างบุคคลของเพบพลาวในการลดความวิตกกังวลของผู้ป่วยก่อนได้รับการผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่า รูปแบบการวิจัย: การวิจัยกึ่งทดลอง แบบหนึ่งกลุ่ม โดยทำการวัดผลก่อนและหลังการทดลอง วิธีดำเนินการวิจัย: กลุ่มตัวอย่างเป็นผู้ป่วยข้อเข่าเสื่อมที่รอเข้ารับการผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียมจำนวน 27 คน กลุ่มตัวอย่างได้รับโปรแกรมลดความวิตกกังวลก่อนการผ่าตัดซึ่งสร้างขึ้นตามกรอบทฤษฎีของเพบพลาว ประกอบด้วย 3 ระยะ ดังนี้ ระยะการสร้างสัมพันธภาพ ระยะดำเนินการแก้ไขปัญหา และระยะยุติสัมพันธภาพ ผู้วิจัยมีบทบาทเป็นผู้ให้คำปรึกษา ผู้สอน ผู้ให้ความรู้ และผู้บำบัด เครื่องมือที่ใช้ในการทดลองคือ แบบสอบถามความวิตกกังวลขณะเผชิญ โดยวัดผลก่อนและหลังการทดลอง ผลการวิจัย: กลุ่มตัวอย่างก่อนได้รับโปรแกรมฯ มีคะแนนความวิตกกังวลเฉลี่ยเท่ากับ 64.3 คะแนน (SD = 3.23) และคะแนนความวิตกกังวลเฉลี่ยที่วัดทันทีหลังได้รับโปรแกรมฯ เท่ากับ 27.7 คะแนน (SD = 2.81) ผลการวิเคราะห์พบว่า ความวิตกกังวลลดลงอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (Z = -4.55, p < .001) สรุปและข้อเสนอแนะ: โปรแกรมลดความวิตกกังวลก่อนการผ่าตัดสามารถลดความวิตกกังวลของผู้ป่วยที่รอการผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียมได้ ดังนั้นผู้ป่วยก่อนผ่าตัดทุกรายควรได้รับการประเมินความวิตกกังวลและได้รับโปรแกรมลดความวิตกกังวล นอกจากนี้ควรมีการศึกษาในกลุ่มตัวอย่างที่มีขนาดใหญ่ขึ้น ศึกษาในโรงพยาบาลหลากหลายระดับ และหลากหลายภูมิภาคเพื่อสามารถอ้างอิงผลการวิจัยได้ครอบคลุมกลุ่มประชากร รวมทั้งควรมีการศึกษาโดยใช้กลุ่มทดลองเปรียบเทียบกับกลุ่มควบคุมด้วยเพื่อยืนยันประสิทธิผลของโปรแกรม
