Journal Issue:
EnNRJ Vol. 7 No. 1

3

Journal Volume

Journal Volume
EnNRJ Volume 7
(2009)

Articles

Thumbnail Image
PublicationOpen Access
Comparison of the physical and chemical properties of Briquette and Wood Charcoal in Khammouane Province, Lao PDR
(2009-06) Vongsaysana Sayakoummane; Achara Ussawarujikulchai; Mahidol University. Faculty of Environment and Natural Resource Studies
The economy of Lao Peoples Democratic Republic (PDR) has been expanding with substantial dependence on natural resources. Forests are continuously depleted to meet industrial demands for wood and furniture. In Khammouane Province where many wood processing industries are located, one of the problems from wood processing industries is the pollution of the near environment through saw dust disposal. On the other hand, the entire communities who live in this area use wood charcoal as a main source of fuel. An alternative to saw dust dumping will therefore be its conversion to briquette charcoal. However, the suitability of the wood charcoal for cooking has not been fully determined. This research seeks to determine this suitability by comparing the physical and chemical characteristics of briquette and wood charcoal. Six samples of wood charcoal from different tree species namely Cratoxylum cochinchinense, Pterocarpus marcocapus, Pinus merkusii, Sindora siamensis, Ketepeleeria davidiana and Pettophorum dasylachis and one sample of briquette charcoal were obtained and taken to the laboratory to determined the physical property (gross calorific value) and the chemical properties (moisture, volatile, ash and fixed carbon content). Results show that briquette charcoal is a quality charcoal in terms of high gross calorific value and high fixed carbon with 7,595 cal/g and 78.68%. Conversely, it had low moisture and ash content of 1.88% and 3.79%, respectively, comparing with the other wood charcoals. Results from this research leave the conclusion that briquette charcoal is an alternative source of fuel for consumption. Therefore the government of Khammouane province should encourage and increase the investment in briquette charcoal production to subsidize fuel consumption. In addition, enormous quantity of sawdust utilized also reduces environmental impacts from saw dust dumping.
Thumbnail Image
PublicationOpen Access
การศึกษาลักษณะสมบัติและความเป็นพิษต่อพืชของกากตะกอนนํ้าเสียชุมชน เพื่อนำไปใช้ในการเกษตร
(2009-06) อุษณีย์ อุยะเสถียร; สิริพร เอกวรานุกูลศิริ; ปพิชญา ศรีเทพ; มหาวิทยาลัยมหิดล. คณะสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรศาสตร์
การศึกษาครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อพิจารณาความเหมาะสมของกากตะกอนน้ำเสียชุมชนที่จะนำไปใช้ในการเกษตร โดยทำการวิเคราะห์ลักษณะสมบัติทางเคมีของกากตะกอนและทดสอบการงอกของเมล็ดพืช กากตะกอน 3 ชนิด ที่ได้มาจากโรงบำบัดน้ำเสียหนองแขม ได้แก่ กากตะกอนที่ไม่ได้ย่อยสลาย กากตะกอนที่ย่อยสลายแล้ว และปุ๋ย หมักที่ผลิตจากกากตะกอน ลักษณะสมบัติทางเคมีของกากตะกอนที่ศึกษา ได้แก่ ค่าพีเอช ค่าการนำไฟฟ้า ความชื้น อินทรียวัตถุ อินทรียคาร์บอน อัตราส่วนคาร์บอนต่อไนโตรเจน ปริมาณธาตุอาหารหลัก และปริมาณ โลหะหนัก ในการทดสอบการงอกของเมล็ด ใช้น้ำสกัดจากกากตะกอนทั้ง 3 ชนิดและใช้น้ำกลั่นเป็นชุดควบคุม มาเพาะเมล็ดผัก 2 ชนิด คือเมล็ดกวางตุ้งต้น และเมล็ดผักกาดขาวปลี ผลการศึกษาพบว่าลักษณะสมบัติทางเคมี ของกากตะกอนทั้ง 3 ชนิดที่วิเคราะห์ได้ ยังมีสมบัติบางประการ เช่น ปริมาณโพแทสเซียมต่ำกว่ามาตรฐาน ปุ๋ยอินทรีย์ และปริมาณทองแดงและนิกเกิล สูงกว่าเกณฑ์มาตรฐานกากตะกอนที่นำไปใช้เพื่อการเกษตร สำหรับ การทดสอบการงอกของเมล็ด พบว่าการงอกของเมล็ดและความยาวรากเฉลี่ยของกวางตุ้งต้นและผักกาดขาวปลีที่ เพาะในน้ำสกัดจากปุ๋ยหมักที่ผลิตจากกากตะกอน เมื่อเปรียบเทียบกับชุดควบคุม ไม่มีความแตกต่างกันอย่างมี นัยสำคัญ จึงสรุปได้ว่าปุ๋ยหมักที่ผลิตจากกากตะกอนน้ำเสียชุมชน น่าจะใช้เป็นวัสดุปรับปรุงดินได้ ถ้าสามารถ ควบคุมปริมาณปุ๋ยหมักที่ใช้ หรือแก้ปัญหาเรื่องความเข้มข้นของโครเมียมและทองแดงที่สูงได้ โดยอาจใช้วิธีการ ตรึงด้วยสารเคมี เพื่อลดการปนเปื้ อนสู่สิ่งแวดล้อม ซึ่งควรจะทำการศึกษาต่อไป
Thumbnail Image
PublicationOpen Access
การผลิตปุ๋ยหมักร่วมจากเศษอาหารและกากของเสียของโรงงานผลิตสารให้ความหวาน
(2009-06) วิษณุพงค์ เกลี้ยงช่วย; ไกรชาติ ตันตระการอาภา; ธนาศรี สีหะบุตร; สุเทพ ศิลปานันทกุล; พิศิษฐ์ วัฒนสมบูรณ์; มหาวิทยาลัยมหิดล. คณะสาธารณสุขศาสตร์. ภาควิชาวิทยาศาสตร์อนามัยสิ่งแวดล้อม
การศึกษาวิจัยในครั้งนี้เป็นการผลิตปุ๋ยหมักร่วมจากเศษอาหารและกากของเสียจากโรงงานผลิตสารให้ความหวาน เศษอาหารจากโรงอาหารของคณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดลและกากของเสียจากกระบวนการผลิต สารให้ความหวานจากโรงงานอุตสาหกรรม โดยการศึกษาอัตราส่วนผสมระหว่างกากของเสียต่อเศษอาหารใน อัตราส่วนดังต่อไปนี้ 0:100, 10:90, 20:80, 30:70, และ 40:60 ทำการหมักเป็นระยะเวลา 9 สัปดาห์ จากนั้นนำปุ๋ย หมักที่ผลิตได้มาตรวจวิเคราะห์ปริมาณโลหะหนักที่ปนเปื้ อนหลังจากการหมักสมบูรณ์ ในแต่ละชุดของการ ทดลองมีการเปรียบเทียบกับเกณฑ์มาตรฐานของประเทศไทยและประเทศต่างๆผลการศึกษาพบว่าปุ๋ยหมักร่วมพบ ปริมาณของโลหะหนักที่พบมีทั้งสิ้น 4 ธาตุ คือ สารหนู ตะกั่ว โครเมียม และทองแดง มีปริมาณอยู่ในช่วง 0.02 - 0.31, 0.79 - 3.03, 1.60 - 4.78 และ 3.26 - 7.81 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัม ตามลำดับ และปริมาณความเข้มข้นของโลหะ หนัก 3 ธาตุ คือ สารหนู ตะกั่ว โครเมียม ในแต่ละอัตราส่วน มีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p-value < 0.05) ยกเว้นธาตุทองแดง และปริมาณโลหะหนักยังอยู่ในเกณฑ์ที่ยอมให้มีได้ตามข้อกำหนดของปุ๋ยหมักจาก มูลฝอยของประเทศไทย ทวีปอเมริกาและทวีปยุโรป สำหรับธาตุอาหารหลัก ได้แก่ ไนโตรเจนทั้งหมด ฟอสฟอรัส ที่เป็นประโยชน์ และโปแทสเซียมทั้งหมด ในปุ๋ยหมักร่วมทั้ง 5 อัตราส่วน มีปริมาณอยู่ในช่วง 1.53 - 8.05, 0.18 - 0.48 และ 0.0538 - 0.1026 % ตามลำดับ ส่วนความชื้น พีเอชและอัตราส่วนระหว่างคาร์บอนต่อไนโตรเจน มี ปริมาณอยู่ในช่วง 0.39 - 0.64% , 6.21-6.97 และ 4.98 - 18.03 ตามลำดับ

Availability

Collections