Journal Issue:
RSjournal Vol. 1 No. 2

2

Journal Volume

Articles

Thumbnail Image
PublicationOpen Access
ข้อควรคำนึงในการเป็นล่ามภาษามือวิชาชีพ
(2548) Kenzel, Hannah; วิไลรัตน์ ศรีคำ; มหาวิทยาลัยมหิดล. วิทยาลัยราชสุดา
Thumbnail Image
PublicationOpen Access
สื่อการเรียนการสอนสำหรับคนหูหนวก
(2548) มานะ ประทีปพรศักดิ์; มหาวิทยาลัยมหิดล. วิทยาลัยราชสุดา
Thumbnail Image
PublicationOpen Access
การเปรียบเทียบกฎหมายด้านคนพิการของประเทศไทย อังกฤษ และสหรัฐอเมริกา
(2548) ทวี เชื้อสุวรรณทวี; มหาวิทยาลัยมหิดล. วิทยาลัยราชสุดา
การศึกษานี้เป็นวิจัยเชิงเปรียบเทียบทางด้านนโยบายสังคม (Comparative research in social policy) โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ชี้ให้เห็นถึงความเหมือนและความแตกต่างนโยบายสวัสดิการสังคมด้านคนพิการ ของประเทศไทย อังกฤษและสหรัฐอเมริกา 2) ค้นหาบริบท ปัจจัยทางสังคม ความเชื่อต่อคนพิการ เศรษฐกิจ การเมือง ที่มีผลกระทบต่อการเกิดขึ้น (Ontology) และการกำหนดนโยบาย บรรทัดฐานการปฏิบัติ ต่อคนพิการ (Normative) ของทั้งสามประเทศ เก็บรวบรวมข้อมูลโดยใช้วิธีการศึกษาจากกฎหมายที่สำคัญ ได้แก่ พระราชบัญญัติการฟื้นฟูสมรรถภาพคนพิการ พ.ศ. 2534 ของไทย กฎหมายการเลือกปฏิบัติต่อคน พิการ ปี ค.ศ. 1995 (The Disability Discrimination Act 1995 : DDA) ของประเทศอังกฤษ และกฎหมายคน พิการอเมริกัน ปี ค.ศ. 1990 (The Americans with Disability Act 1990 : ADA) ของประเทศสหรัฐอเมริกา นอกจากนี้ยังรวมถึงเอกสารอื่นๆ ทางด้านนโยบายด้านคนพิการของทั้งสามประเทศเท่าที่จะสืบค้นได้จาก อินเตอร์เน็ตแล้วใช้การวิเคราะห์ด้วยวิธีการจำแนกประเภท (Typology analysis) และการตีความ (Interpretation) ผลการศึกษาพบว่า กฎหมาย/นโยบายทางด้านคนพิการมีสิ่งที่เหมือนกัน คือ การนิยามความพิการ การกระตุ้นให้คนพิการมีอาชีพ การมองเห็นคุณค่าของความเป็นคน การได้รับการสนับสนุนงบประมาณ จากภาครัฐ แต่ที่แตกต่างกันคือ ทัศนะที่มีต่อคนพิการ ทิศทางในการพัฒนาช่วยเหลือคนพิการ การมีองค์กร ติดตามด้านนโยบายอย่างจริงจัง ความชัดเจนของการนำพาคนพิการเข้าสู่อาชีพ และการมีส่วนร่วมของ สังคม การมีส่วนร่วมของคนพิการในการกำหนดนโยบายและกฎหมาย ส่วนด้านบริบท ปัจจัยทางสังคม ความเชื่อต่อคนพิการ เศรษฐกิจ การเมือง พบว่างานสวัสดิการด้านคนพิการมักเริ่มต้นจากพื้นฐานของ “ความมีใจบุญ” “ใจกุศล” “จิตเมตตาผู้อื่น” และถูกมองว่าเป็นการสงเคราะห์ และอุปถัมภ์ ไม่ทำให้คน พิการได้เติบโตและงอกงาม ต่อมาได้ถูกแนวคิดความเป็นประชาธิปไตยและทุนนิยมเข้าแทรกแซงทำให้ งานสวัสดิการผูกติดกับเศรษฐกิจทุนนิยมส่งผลให้มีการมองถึงประโยชน์ส่วนตน มีความเป็นปัจเจกเป็นที่ตั้งวาทกรรมและมายาคติที่ว่าคนจะมีคุณค่าได้นั้นต้องรู้จักเป็นที่พึงของตน คนทุกคนต้องเข้าสู่ตลาดแรงงาน แนวคิดการเสริมพลังวิถีชีวิตอิสระของคนพิการถูกหยิบยกขึ้นมาเคียงคู่กับศักดิ์ศรีความเท่าเทียมของมนุษย์ แต่ฐานคติการเสริมพลังบนเศรษฐกิจแบบทุนนิยมไม่สามารถนำพาคนพิการให้ไปสู่เป้าหมายที่ต้องการได้ เพราะคนพิการยังคงเสียเปรียบ ขาดโอกาส มีความไม่เท่าเทียมอยู่เช่นเดิม กฎหมาย “กติกาทางสังคม” ไม่ มีความศักดิ์สิทธิ์ ปัญหาการเลือกปฏิบัติยังพบเห็นได้ทั่วไป
Thumbnail Image
PublicationOpen Access
การติดตามประเมินผลบัณฑิต สาขาวิชาหูหนวกศึกษา รุ่นที่ 1 ปีการศึกษา 2546 วิทยาลัยราชสุดา มหาวิทยาลัยมหิดล
(2548) ศิริวรรณ วิทยาเวช; เจนจิรา เทศทิม; มหาวิทยาลัยมหิดล. วิทยาลัยราชสุดา
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อติดตามสภาวะการทำงานของบัณฑิตสาขาวิชาหูหนวกศึกษา วิทยาลัยราชสุดา มหาวิทยาลัยมหิดล ในรุ่นที่จบปีการศึกษา 2546 โดยศึกษาความสามารถในการปรับตัว ความพึงพอใจของนักศึกษา ผู้ใช้บัณฑิตและครอบครัวบัณฑิตต่อการทำงานของบัณฑิต ตลอดจนศึกษาปัญหาการทำงานและความต้องการช่วยเหลือของบัณฑิต ประชากรที่ศึกษาเป็นบัณฑิต ปีการศึกษา 2546 จำนวน 82 คน เครื่องมือที่ใช้เป็นแบบติดตามและแบบสำรวจรวม จำนวน 3 ชุด เก็บรวบรวมข้อมูลโดยให้บัณฑิตตอบแบบสอบถามระหว่างการเข้าร่วมโครงการติดตามประเมินผลและการส่งแบบสอบถามทางไปรษณีย์ ผลการวิจัยพบว่าบัณฑิตได้งานทำร้อยละ 92.7 ทำงานในหน่วยงานต่างๆ ทั้งภาครัฐและเอกชน ร้อยละ 85.5 ประกอบอาชีพส่วนตัว ร้อยละ 14.5 ตำแหน่งงานที่ทำได้แก่ ตำแหน่งครู ผู้ช่วยสอน เจ้าหน้าที่ธุรการ พนักงานบริษัท ล่ามภาษามือและอื่นๆ การปรับตัวในการทำงานของบัณฑิตอยู่ในระดับดี (2.40) บัณฑิตมีความพึงพอใจต่อการทำงานอยู่ในระดับปานกลาง (2.21) ผู้ใช้บัณฑิตและครอบครัวบัณฑิตมีความพึงพอใจต่อคุณภาพของบัณฑิตอยู่ในระดับมาก (3.86 และ 2.60) ปัญหาการทำงานของบัณฑิตคือ การขาดความรู้ความเข้าใจและขาดประสบการณ์ในงานที่ปฏิบัติ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การควบคุมชั้นเด็กเล็ก การแก้ไขปัญหาพฤติกรรมเด็ก การจัดทำแผนรายบุคคล ปัญหาการสื่อสารและอื่นๆ บัณฑิตมีความต้องการให้วิทยาลัยราชสุดาจัดอบรมความรู้ทางวิชาการและด้านการปฏิบัติงาน เพื่อให้สามารถปฏิบัติงานได้ดียิ่งขึ้น
Thumbnail Image
PublicationOpen Access
บทบาทหน้าที่ของนักให้คำปรึกษาในงานฟื้นฟูสมรรถภาพคนพิการ
(2548) ปิยะรัตน์ นุชผ่องใส; มหาวิทยาลัยมหิดล. วิทยาลัยราชสุดา
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อติดตามสภาวะการทำงานของบัณฑิต สาขาวิชาหูหนวกศึกษา วิทยาลัยราชสุดา มหาวิทยาลัยมหิดล ในรุ่นที่จบปีการศึกษา 2546 โดยศึกษาความสามารถในการปรับตัว ความพึงพอใจของนักศึกษา ผู้ใช้บัณฑิตและครอบครัวบัณฑิตต่อการทำงานของบัณฑิต ตลอดจนศึกษาปัญหาการทำงานและความต้องการช่วยเหลือของบัณฑิต ประชากรที่ศึกษาเป็นบัณฑิต ปีการศึกษา 2546 จำนวน 82 คน เครื่องมือที่ใช้เป็นแบบติดตามและแบบสำรวจรวม จำนวน 3 ชุด เก็บรวบรวมข้อมูลโดยให้บัณฑิตตอบแบบสอบถามระหว่างการเข้าร่วมโครงการติดตามประเมินผลและการส่งแบบสอบถามทางไปรษณีย์ ผลการวิจัยพบว่าบัณฑิตได้งานทำร้อยละ 92.7 ทำงานในหน่วยงานต่างๆ ทั้งภาครัฐและเอกชน ร้อยละ 85.5 ประกอบอาชีพส่วนตัว ร้อยละ 14.5 ตำแหน่งงานที่ทำได้แก่ ตำแหน่งครู ผู้ช่วยสอน เจ้าหน้าที่ธุรการ พนักงานบริษัท ล่ามภาษามือและอื่นๆ การปรับตัวในการทำงานของบัณฑิตอยู่ในระดับดี (2.40) บัณฑิตมีความพึงพอใจต่อการทำงานอยู่ในระดับปานกลาง (2.21) ผู้ใช้บัณฑิตและครอบครัวบัณฑิตมีความพึงพอใจต่อคุณภาพของบัณฑิตอยู่ในระดับมาก (3.86 และ 2.60) ปัญหาการทำงานของบัณฑิตคือ การขาดความรู้ความเข้าใจและขาดประสบการณ์ในงานที่ปฏิบัติ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การควบคุมชั้นเด็กเล็ก การแก้ไขปัญหาพฤติกรรมเด็ก การจัดทำแผนรายบุคคล ปัญหาการสื่อสารและอื่นๆ บัณฑิตมีความต้องการให้วิทยาลัยราชสุดาจัดอบรมความรู้ทางวิชาการและด้านการปฏิบัติงาน เพื่อให้สามารถปฏิบัติงานได้ดียิ่งขึ้น

Availability

Collections