Publication:
การประเมินหาพื้นที่เปราะบางชายฝั่งโดยใช้เทคโนโลยีภูมิสารสนเทศ จังหวัดสมุทรสงคราม

dc.contributor.authorกัทลี คุรุกุลen_US
dc.contributor.authorกาญจนา นาคะภากรen_US
dc.contributor.authorKattalee Gurukulen_US
dc.contributor.authorKanchana Nakhapakornen_US
dc.contributor.otherมหาวิทยาลัยมหิดล. คณะสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรศาสตร์.en_US
dc.date.accessioned2015-09-16T11:30:00Z
dc.date.accessioned2019-12-25T03:00:43Z
dc.date.available2015-09-16T11:30:00Z
dc.date.available2019-12-25T03:00:43Z
dc.date.created2015-09-16
dc.date.issued2557
dc.description.abstractการศึกษานี้เป็นการประยุกต์วิธีการประเมินความเปราะบางชายฝั่งทะเล (coastal vulnerability assessment) เพื่อศึกษาความเปราะบางของพื้นที่ศึกษาต่อการถูกกัดเซาะชายฝั่ง คือ พื้นที่ชายฝั่งของจังหวัดสมุทรสงคราม มีความยาวตลอดแนวชายฝั่งประมาณ 23 กิโลเมตร โดยใช้เทคโนโลยีภูมิสารสนเทศในการวิเคราะห์ข้อมูล สาหรับการประเมินความเปราะบางชายฝั่งของจังหวัดสมุทรสงคราม ได้แบ่งตัวแปรความเปราะบางออกเป็น 2 กลุ่ม คือ (1) ปัจจัยการเปิดรับต่อสภาพภูมิอากาศ ได้แก่ ตัวแปรความสูงคลื่นนัยสาคัญ ตัวแปรน้าขึ้นน้าลง และตัวแปรการเพิ่มขึ้นของระดับน้ำทะเล และ (2) ปัจจัยความอ่อนไหว ได้แก่ ตัวแปรความลาดชัน ตัวแปรอัตราการกัดเซาะชายฝั่ง ตัวแปรความหนาแน่นของประชากร ตัวแปรความหนาแน่นของหลังคาเรือน ตัวแปรการใช้ประโยชน์ที่ดิน และตัวแปรมาตรการป้องกันแก้ไขปัญหาการกัดเซาะชายฝั่ง ผลการศึกษาพบว่าแนวชายฝั่งของพื้นที่ศึกษามีความเปราะบาง 4 ระดับ ตั้งแต่ความเปราะบางต่ามากถึงความเปราะบางสูง พื้นที่ที่มีความเปราะบางต่ำมาก มีขนาดพื้นที่ 4.42 ตารางกิโลเมตร (2,763 ไร่) พบในพื้นที่ตาบลคลองโคน และพื้นที่ที่มีความเปราะบางสูง มีขนาดพื้นที่ 0.56 ตารางกิโลเมตร (350 ไร่) พบในพื้นที่ตาบลบางจะเกร็งและตาบลบางแก้ว สาหรับตัวแปรที่มีอิทธิพลต่อความเปราะบาง ได้แก่ น้ำขึ้นน้ำลง การเพิ่มขึ้นของระดับน้ำทะเล ความลาดชัน ความหนาแน่นของประชากร และการใช้ประโยชน์ที่ดินen_US
dc.description.abstractThis study used the coastal vulnerability assessment to examine the vulnerability coastal area of Samut Songkram province (23 km). By applying geo-information technology to organize the variables affecting coastal changes was categorized variables into 2 groups: (1) climate exposure variables consists of mean significant wave height, mean tide range ,and sea level rise; and (2) coastal sensitivity variables consists of slope, shoreline erosion rate, population density, household density, land use, and coastal protection measure. The result was integrated into the model of coastal vulnerability index. The result was found four classes from very low to high vulnerability. The very low coastal vulnerability area was 4.42 km2 (2,763 Rai) located in the Khlong Khon district. The high coastal vulnerability area was 0.56 km2 (350 Rai) located in the Bang Chakreng and the Bang Keao districts. The variables that affected vulnerability including mean tide range, sea level rise, slope, population density, and land use.
dc.identifier.citationวารสารวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี. ปีที่ 22, ฉบับที่ 6 (2557), 775-788.en_US
dc.identifier.urihttps://repository.li.mahidol.ac.th/handle/20.500.14594/48488
dc.language.isothaen_US
dc.rightsMahidol University.en_US
dc.subjectความเปราะบางชายฝั่งen_US
dc.subjectภูมิสารสนเทศen_US
dc.subjectสมุทรสงครามen_US
dc.subjectปัจจัยการเปิดรับต่อสภาพภูมิอากาศen_US
dc.subjectcoastal vulnerabilityen_US
dc.subjectgeo-informationen_US
dc.subjectSamut Songkramen_US
dc.subjectclimate exposure variableen_US
dc.subjectcoastal sensitivity variableen_US
dc.titleการประเมินหาพื้นที่เปราะบางชายฝั่งโดยใช้เทคโนโลยีภูมิสารสนเทศ จังหวัดสมุทรสงครามen_US
dc.title.alternativeGeo-Information Technology for Coastal Vulnerability Assessment, Samut Songkram Provinceen_US
dc.typeArticleen_US
dspace.entity.typePublication
mods.location.urlhttp://tujournals.tu.ac.th/tstj/detailart.aspx?ArticleID=688

Files

License bundle

Now showing 1 - 1 of 1
No Thumbnail Available
Name:
license.txt
Size:
1.71 KB
Format:
Plain Text
Description:

Collections