Publication: Self-efficacy, family support and physical-social functioning activity among Thai elderly under a community QOL program, Kanchanaburi province, Thailand
Issued Date
2012
Resource Type
Language
eng
ISSN
1905-1387
Rights
Mahidol University
Rights Holder(s)
ASEAN Institute for Health Development Mahidol University
Bibliographic Citation
Journal of Public Health and Development. Vol.10, No.3 (2012), 3-15
Suggested Citation
Bipna Shrestha, Santhat Sermsri, Nate Hongkrailert Self-efficacy, family support and physical-social functioning activity among Thai elderly under a community QOL program, Kanchanaburi province, Thailand. Journal of Public Health and Development. Vol.10, No.3 (2012), 3-15. Retrieved from: https://repository.li.mahidol.ac.th/handle/20.500.14594/1574
Research Projects
Organizational Units
Authors
Journal Issue
Thesis
Title
Self-efficacy, family support and physical-social functioning activity among Thai elderly under a community QOL program, Kanchanaburi province, Thailand
Alternative Title(s)
การรับรู้ความสามารถของตน การสนับสนุน
จากครอบครัว และการมีกิจกรรมทางสังคม
และกายภาพของผู้สูงอายุภายใต้โครงการคุณภาพชีวิต
จังหวัดกาญจนบุรี ประเทศไทย
Author(s)
Other Contributor(s)
Abstract
between self-efficacy, family support and physical-social functioning activity among elderly living in
a community under QOL program in Kanchanaburi province, using cross-sectional design. A total of 289
self-administered questionnaires for Thai elderly were used to collect data using stratified sampling.
About 48% of the studied elderly had good physical-social functioning activity. However, householdactivity
and leisure time activity predominated over regular exercise. Over half (60%) of the respondents
had either high or moderate self-efficacy while 51.9% had high family support. Self-efficacy and family
support were positively correlated with the physical-social functioning activity of the elderly. Multiple lin- ear regression analysis predicted self-efficacy and family support as significant predictors of physical-social
functioning activity (p<0.001, R-Sq (adj) =43.0%), when adjusted with other factors.
This finding suggests higher level of the self-efficacy and family support, higher level of the physicalsocial
functioning activity of the Thai elderly involving in a QOL program. The authors recommended that
several interventions to increase self-efficacy and family support should be strengthened and continued for
health promoting behavior targeting the elderly people.
วัตถุประสงค์ของการศกษานี้เพื่ออธิบายกิจกรรมทางสังคมและทางกายภาพของครัวเรือนของผู้สูงอายุภายใต้ โครงการคุณภาพชีวิตจังหวัดกาญจนบุรี และเพื่อศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างการรับรู้ความสามารถของตน การ สนับสนุนจากครอบครัว กับการมีกิจกรรมทางสังคมและทางกายภาพของครัวเรือนของผู้สูงอายุโดยใช้วิธีการวิจัยแบบสำรวจเชิงตัดขวางและใช้แบบสอบถามที่สร้างขึ้นเป็นเครื่องมือ ในการเก็บข้อมูล จากผู้สูงอายุภายใต้โครงการ คุณภาพชีวิต สุ่มตัวอย่างแบบชั้นภูมิโดยใช้ขนาดตัวอย่าง 289 คน ผลการวิจัยพบว่า ร้อยละ 48 ของผู้สูงอายุภายใต้โครงการคุณภาพชีวิตจังหวัดกาญจนบุรี มีกิจกรรมทางสังคม และกิจกรรมทางกายภาพครัวเรือนที่ดี เมื่อพิจารณาเฉพาะการมีกิจกรรมทางกายภาพครัวเรือนองค์ประกอบที่เด่น เป็นกิจกรรมทางกายภาพครัวเรือนมากกว่ากิจกรรมด้านการออกกำลังกาย มากกว่าร้อยละ 60.9 การรับรู้ตาม ความสามารถของตนของผู้สูงอายุ อยู่ในระดับปานกลางถึงระดับสูง ในขณะที่ร้อยละ 51.9 ของผู้สูงอายุมีแรง สนับสนุนจากครอบครัวในระดับสูง การวิเคราะห์การทดทอยพหุคูณพบว่า การรับรู้ความสามารถของตน และ แรงสนับสนุนจากครอบครัวมีความสัมพันธ์ทางบวกอย่างมีนัยสำคัญที่ <0.001 กับการมีกิจกรรมทางสังคมและ กิจกรรมทางกายภาพครัวเรือน การรับรู้ความสามารถของตน และแรงสนับสนุน จากครอบครัวเพิ่มสูงขึ้น จะส่งผลให้การมีกิจกรรมทางสังคม และกิจกรรมทางกายภาพของครัวเรือนของผู้สูงอายุเพิ่มขึ้นด้วย กิจกรรมการส่งเสริมและการพัฒนาคุณภาพชีวิต ของผู้สูงอายุควรมีมาตรการสร้างความมั่นใจในความสามารถของตนและส่งเสรมิ ให้มีแรงสนับสนุนจากครอบครัวร่วมด้วย
วัตถุประสงค์ของการศกษานี้เพื่ออธิบายกิจกรรมทางสังคมและทางกายภาพของครัวเรือนของผู้สูงอายุภายใต้ โครงการคุณภาพชีวิตจังหวัดกาญจนบุรี และเพื่อศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างการรับรู้ความสามารถของตน การ สนับสนุนจากครอบครัว กับการมีกิจกรรมทางสังคมและทางกายภาพของครัวเรือนของผู้สูงอายุโดยใช้วิธีการวิจัยแบบสำรวจเชิงตัดขวางและใช้แบบสอบถามที่สร้างขึ้นเป็นเครื่องมือ ในการเก็บข้อมูล จากผู้สูงอายุภายใต้โครงการ คุณภาพชีวิต สุ่มตัวอย่างแบบชั้นภูมิโดยใช้ขนาดตัวอย่าง 289 คน ผลการวิจัยพบว่า ร้อยละ 48 ของผู้สูงอายุภายใต้โครงการคุณภาพชีวิตจังหวัดกาญจนบุรี มีกิจกรรมทางสังคม และกิจกรรมทางกายภาพครัวเรือนที่ดี เมื่อพิจารณาเฉพาะการมีกิจกรรมทางกายภาพครัวเรือนองค์ประกอบที่เด่น เป็นกิจกรรมทางกายภาพครัวเรือนมากกว่ากิจกรรมด้านการออกกำลังกาย มากกว่าร้อยละ 60.9 การรับรู้ตาม ความสามารถของตนของผู้สูงอายุ อยู่ในระดับปานกลางถึงระดับสูง ในขณะที่ร้อยละ 51.9 ของผู้สูงอายุมีแรง สนับสนุนจากครอบครัวในระดับสูง การวิเคราะห์การทดทอยพหุคูณพบว่า การรับรู้ความสามารถของตน และ แรงสนับสนุนจากครอบครัวมีความสัมพันธ์ทางบวกอย่างมีนัยสำคัญที่ <0.001 กับการมีกิจกรรมทางสังคมและ กิจกรรมทางกายภาพครัวเรือน การรับรู้ความสามารถของตน และแรงสนับสนุน จากครอบครัวเพิ่มสูงขึ้น จะส่งผลให้การมีกิจกรรมทางสังคม และกิจกรรมทางกายภาพของครัวเรือนของผู้สูงอายุเพิ่มขึ้นด้วย กิจกรรมการส่งเสริมและการพัฒนาคุณภาพชีวิต ของผู้สูงอายุควรมีมาตรการสร้างความมั่นใจในความสามารถของตนและส่งเสรมิ ให้มีแรงสนับสนุนจากครอบครัวร่วมด้วย