Publication: Utilization of sludge from Biyagama common wastewater treatment plant as fertilizer and soil conditioner in Sri Lanka
Issued Date
2007-06
Resource Type
Language
eng
ISSN
1686-6096
Rights
Mahidol University
Bibliographic Citation
Environment and Natural Resources Journal. Vol. 5, No.1 (June 2007), 11-21
Suggested Citation
Katugampalage Lalith, Gamini Perera, Usanee Uyasatian, Sittipong Dilokwanich Utilization of sludge from Biyagama common wastewater treatment plant as fertilizer and soil conditioner in Sri Lanka. Environment and Natural Resources Journal. Vol. 5, No.1 (June 2007), 11-21. Retrieved from: https://repository.li.mahidol.ac.th/handle/20.500.14594/48074
Research Projects
Organizational Units
Authors
Journal Issue
Thesis
Title
Utilization of sludge from Biyagama common wastewater treatment plant as fertilizer and soil conditioner in Sri Lanka
Alternative Title(s)
การใช้ประโยชน์กากตะกอนจากโรงบำบัดน้้าเสียรวม บิยากามา ประเทศ ศรีลังกา เป็นปุ๋ยและวัสดุปรับสภาพดิน
Abstract
The main objective of the current study is to ascertain whether the sludge produced from the common wastewater treatment plant (CWWTP) at Biyagama Export Processing Zone (BEPZ) can be used as fertilizer and soil conditioner in Sri Lankan. In order to fulfil above objective the physicochemical and microbiological properties of sludge were determined. Seed germination and root elongation tests were also carried out with Chinese flowering cabbage and Chinese cabbage seeds. The findings of this study showed that there are sufficient amounts of N (3.42%) and CaO(3.37%) in the sludge. However, P2O5 (0.32%), K2O (0.14%) and MgO (0.19%) contents are not sufficient for sludge to be used as fertilizer. Therefore, the sludge from BEPZ CWWTP is more suitable as soil conditioner than fertilizer if other parameters are complied with compost standards. The high content of Zn inhibited sludge for use as fertilizer and soil conditioner. Hence, the study recommends that further treatment is required to reduce heavy metals to acceptable levels prior to using sludge as fertilizer and soil conditioner. This study recommends co-composting for further study as a further treatment process.
งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์หลักคือ ต้องการทราบว่ากากตะกอนจากโรงบำบัดน้้าเสียรวม ในเขตนิคมอุตสาหกรรมเพื่อการส่งออก บิยากามา ในประเทศศรีลังกา สามารถใช้ประโยชน์เป็นปุ๋ยและวัสดุปรับสภาพดินได้หรือไม่ ผู้วิจัยจึงได้ศึกษาคุณสมบัติทางกายภาพ เคมี และจุลชีววิทยาของกากตะกอน รวมทั้งทดสอบการงอกของเมล็ดและการวัดความยาวของราก โดยใช้เมล็ดพืช 2 ชนิด ได้แก่ ผักกวางตุ้ง และผักกาดขาวปลี ผลการวิจัย พบว่าในกากตะกอนมีปริมาณสารอาหารในรูป N (3.42%) และ CaO (3.37%) ที่เพียงพอ แต่กลับมี P2O5 (0.32%), K2O (0.14%) และ MgO (0.19%) ที่ไม่เพียงพอที่จะใช้เป็นปุ๋ย ดังนั้น กากตะกอนจากโรงบำบัดน้้าเสียรวม ในเขตนิคมอุตสาหกรรมเพื่อการส่งออก บิยากามานี้ จึงเหมาะสมที่จะใช้เป็นวัสดุปรับสภาพดิน ถ้าคุณสมบัติอื่นๆเป็นไปตามค่ามาตรฐานของปุ๋ยหมัก แต่เนื่องจากมีค่าสังกะสีสูงท้าให้ไม่เหมาะสมที่จะใช้เป็นปุ๋ยและวัสดุปรับสภาพดิน ดังนั้น ผู้วิจัยได้เสนอแนะให้มีการลดค่าโลหะหนักให้อยู่ในระดับที่ยอมรับได้ ก่อนใช้ท้าเป็นปุ๋ยและวัสดุปรับสภาพดิน โดยให้มีการศึกษาการหมักกากตะกอนร่วมกับวัสดุอินทรีย์อื่นๆ เพื่อบำบัดกากตะกอน
งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์หลักคือ ต้องการทราบว่ากากตะกอนจากโรงบำบัดน้้าเสียรวม ในเขตนิคมอุตสาหกรรมเพื่อการส่งออก บิยากามา ในประเทศศรีลังกา สามารถใช้ประโยชน์เป็นปุ๋ยและวัสดุปรับสภาพดินได้หรือไม่ ผู้วิจัยจึงได้ศึกษาคุณสมบัติทางกายภาพ เคมี และจุลชีววิทยาของกากตะกอน รวมทั้งทดสอบการงอกของเมล็ดและการวัดความยาวของราก โดยใช้เมล็ดพืช 2 ชนิด ได้แก่ ผักกวางตุ้ง และผักกาดขาวปลี ผลการวิจัย พบว่าในกากตะกอนมีปริมาณสารอาหารในรูป N (3.42%) และ CaO (3.37%) ที่เพียงพอ แต่กลับมี P2O5 (0.32%), K2O (0.14%) และ MgO (0.19%) ที่ไม่เพียงพอที่จะใช้เป็นปุ๋ย ดังนั้น กากตะกอนจากโรงบำบัดน้้าเสียรวม ในเขตนิคมอุตสาหกรรมเพื่อการส่งออก บิยากามานี้ จึงเหมาะสมที่จะใช้เป็นวัสดุปรับสภาพดิน ถ้าคุณสมบัติอื่นๆเป็นไปตามค่ามาตรฐานของปุ๋ยหมัก แต่เนื่องจากมีค่าสังกะสีสูงท้าให้ไม่เหมาะสมที่จะใช้เป็นปุ๋ยและวัสดุปรับสภาพดิน ดังนั้น ผู้วิจัยได้เสนอแนะให้มีการลดค่าโลหะหนักให้อยู่ในระดับที่ยอมรับได้ ก่อนใช้ท้าเป็นปุ๋ยและวัสดุปรับสภาพดิน โดยให้มีการศึกษาการหมักกากตะกอนร่วมกับวัสดุอินทรีย์อื่นๆ เพื่อบำบัดกากตะกอน