Publication: Patterns of polysubstance use and associated factors among grade 11 students in Bangkok, Thailand
5
11
Issued Date
2019
Resource Type
Language
eng
ISSN
1905-1387
Rights
Mahidol University
Rights Holder(s)
ASEAN Institute for Health Development Mahidol University
Bibliographic Citation
Journal of Public Health and Development. Vol.17, No.2 (May-Aug 2019), 3-19
Suggested Citation
Eunyoung Ham, Bang-on Thepthein, Prapapun Chucharoen, Seo Ah Hong, อิมยอง แฮม, บังอร เทพเทียน, ประภาพรรณ จูเจริญ, โซ อะ หงษ์ Patterns of polysubstance use and associated factors among grade 11 students in Bangkok, Thailand. Journal of Public Health and Development. Vol.17, No.2 (May-Aug 2019), 3-19. Retrieved from: https://repository.li.mahidol.ac.th/handle/123456789/62137
Research Projects
Organizational Units
Authors
Journal Issue
Thesis
Title
Patterns of polysubstance use and associated factors among grade 11 students in Bangkok, Thailand
Alternative Title(s)
รูปแบบของการใช้สารเสพติดมากกว่า 1 ชนิดและปัจจัยที่เกี่ยวข้องในกลุ่มนักเรียนมัธยมศึกษาชั้นปีที่ 5 ในกรุงเทพมหานคร ประเทศไทย
Other Contributor(s)
Abstract
Polysubstance use, the use of more than one substance, is a current problem among adolescents. The study
assessed the prevalence of polysubstance use and associated factors among grade 11 students in Bangkok,
Thailand. A web-based, cross-sectional study was conducted utilizing the secondary datasets of the Bangkok
Behaviour Surveillance Survey (BBSS) in 2017, and the data were collected from June to July 2017. The
BBSS is conducted every two years. In the process of analysis, 1,755 adolescents were included. Chisquare
test and multiple logistic regression were performed to identify the association between independent
variables and polysubstance use.
The prevalence of use of alcohol, cigarette, and marijuana were 26.2%, 14.4%, and 5.9%, respectively.
The polysubstance use during the past 12 months was 14.1%. Among 484 student substance users, more than
half reported polysubstance use, and 17.4% have used all three substances. Male students were more likely
to use polysubstance than females. Having a close friend who uses substances, persuasion of a close friend,
recent grade point average (GPA), socio-economic status (SES), and sexual orientation were significantly
associated with polysubstance use. As for psychological factors, anxiety and depression were not associated
with polysubstance use. However, having had adverse childhood experiences (ACEs) was associated with
polysubstance use. In addition, sexual perception and experience and risky sexual behaviour scores were
significantly associated with polysubstance use. The multiple logistic regression analysis showed that having
a boy/girlfriend, close friends smoking cigarettes, recent low GPA, sexual perception, sexual experience,
and high and moderate SES significantly predicted polysubstance use.
Such findings can be used by prevention specialists and health educators to develop and implement
alcohol tobacco and marijuana prevention programs and interventions specifically tailored to Thai adolescents.
ปัจจุบันการใช้สารเสพติดมากกว่าหนึ่งชนิดในช่วงระยะเวลาหนึ่งเป็นปัญหาในหมู่วัยรุ่น การศึกษาครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษารูปแบบและปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับการใช้สารเสพติดมากกว่าหนึ่งชนิดในช่วง 12 เดือนที่ผ่านมาในกลุ่มนักเรียนมัธยมศึกษาชั้นปีที่ 5 ในกรุงเทพมหานคร การศึกษาครั้งนี้เป็นการศึกษาแบบภาคตัดขวางโดยสำรวจข้อมูลทางเว็บไซด์ วิเคราะห์ข้อมูลทุติยภูมิจากโครงการการเฝ้าระวังพฤติกรรมทางสุขภาพ ในปี 2560 ที่ได้ดำเนินการสำรวจข้อมูลในทุก 2 ปี จำนวน 1,755 ราย เก็บรวบรวมข้อมูลในช่วงเดือนมิถุนายน ถึง กรกฎาคม 2560 ใช้การทดสอบไคสแควร์และการ ถดถอยโลจิสติกพหุคูณเพื่อศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างตัวแปรอิสระกับตัวแปรตามคือการใช้สารเสพติดมากกว่าหนึ่งชนิด ในช่วง 12 เดือนที่ผ่านมา ผลการศึกษาพบว่าความชุกของการดื่มแอลกอฮอล์ สูบบุหรี่และเสพกัญชาเท่ากับ 26.2%,14.4% และ 5.9% ตามลำดับและการใช้สารเสพติดมากกว่าหนึ่งชนิดในช่วงในช่วง 12 เดือนที่ผ่านมาคือ 14.1% ในกลุ่มนักเรียนที่เคยใช้สารเสพติดในรอบปีที่ผ่านมาจำนวน 484 คน มากกว่าครึ่งรายงานว่าใช้สารเสพติดมากกว่าหนึ่งชนิดในช่วง 12 เดือนที่ผ่านมา และ 17.4% ดื่มแอลกอฮอล์ สูบบุหรี่และเสพกัญชา นักเรียนชายมีแนวโน้มที่จะใช้สารเสพติดมากกว่าหนึ่งชนิดในช่วง 12 เดือนที่ผ่านมามากกว่านักเรียนหญิง ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับการใช้สารเสพติดมากกว่าหนึ่งชนิดในช่วง 12 เดือน ที่ผ่านมาได้แก่ มีเพื่อนสนิทที่เคยใช้สารเสพติด มีเพื่อนสนิทชักชวนให้ใช้สารเสพติด คะแนนเฉลี่ย สถานะทางเศรษฐกิจและสังคม และเพศเกี่ยวข้องกับการใช้สารเสพติดมากกว่าหนึ่งชนิดในช่วง 12 เดือนที่ผ่านมาอย่างมีนัยสำคัญ สำหรับปัจจัยทางจิตวิทยา ความวิตกกังวลและภาวะซึมเศร้า ไม่สัมพันธ์กับการใช้สารเสพติดมากกว่าหนึ่งชนิดในช่วง 12 เดือนที่ผ่านมา อย่างไรก็ตามการมีประสบการณ์ในวัยเด็กที่ไม่พึงประสงค์ มีความสัมพันธ์กับการใช้สารเสพติดมากกว่าหนึ่งชนิดในช่วง 12 เดือนที่ผ่านมา นอกจากนี้นักเรียนที่มีประสบการณ์ทางเพศและมีความเสี่ยงมีความสัมพันธ์กับการใช้สารเสพติดมากกว่าหนึ่งชนิดในช่วง 12 เดือนที่ผ่านมาอย่างมีนัยสำคัญ การวิเคราะห์ถดถอยโลจิสติกพหุคูณ พบว่า นักเรียนที่มีแฟน มีเพื่อนสนิทสูบบุหรี่ เกรดเฉลี่ยต่ำ, เพศชาย, มีประสบการณ์ทางเพศ, และมีเศรษฐานะสูง เป็นปัจจัยที่มีนัยสำคัญต่อการใช้สารเสพติดมากกว่าหนึ่งชนิดในช่วง 12 เดือนที่ผ่านมา ผลจากการศึกษาสามารถนำไปใช้โดยผู้เชี่ยวชาญด้านการป้องกันและนักการศึกษาด้านสุขภาพในการพัฒนาและดำเนินการโปรแกรมด้านการป้องกันและมาตราการการแทรกแซงการดื่มสุรา สูบบุหรี่และการใช้กัญชาที่ออกแบบมาโดยเฉพาะสำหรับวัยรุ่นไทย
ปัจจุบันการใช้สารเสพติดมากกว่าหนึ่งชนิดในช่วงระยะเวลาหนึ่งเป็นปัญหาในหมู่วัยรุ่น การศึกษาครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษารูปแบบและปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับการใช้สารเสพติดมากกว่าหนึ่งชนิดในช่วง 12 เดือนที่ผ่านมาในกลุ่มนักเรียนมัธยมศึกษาชั้นปีที่ 5 ในกรุงเทพมหานคร การศึกษาครั้งนี้เป็นการศึกษาแบบภาคตัดขวางโดยสำรวจข้อมูลทางเว็บไซด์ วิเคราะห์ข้อมูลทุติยภูมิจากโครงการการเฝ้าระวังพฤติกรรมทางสุขภาพ ในปี 2560 ที่ได้ดำเนินการสำรวจข้อมูลในทุก 2 ปี จำนวน 1,755 ราย เก็บรวบรวมข้อมูลในช่วงเดือนมิถุนายน ถึง กรกฎาคม 2560 ใช้การทดสอบไคสแควร์และการ ถดถอยโลจิสติกพหุคูณเพื่อศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างตัวแปรอิสระกับตัวแปรตามคือการใช้สารเสพติดมากกว่าหนึ่งชนิด ในช่วง 12 เดือนที่ผ่านมา ผลการศึกษาพบว่าความชุกของการดื่มแอลกอฮอล์ สูบบุหรี่และเสพกัญชาเท่ากับ 26.2%,14.4% และ 5.9% ตามลำดับและการใช้สารเสพติดมากกว่าหนึ่งชนิดในช่วงในช่วง 12 เดือนที่ผ่านมาคือ 14.1% ในกลุ่มนักเรียนที่เคยใช้สารเสพติดในรอบปีที่ผ่านมาจำนวน 484 คน มากกว่าครึ่งรายงานว่าใช้สารเสพติดมากกว่าหนึ่งชนิดในช่วง 12 เดือนที่ผ่านมา และ 17.4% ดื่มแอลกอฮอล์ สูบบุหรี่และเสพกัญชา นักเรียนชายมีแนวโน้มที่จะใช้สารเสพติดมากกว่าหนึ่งชนิดในช่วง 12 เดือนที่ผ่านมามากกว่านักเรียนหญิง ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับการใช้สารเสพติดมากกว่าหนึ่งชนิดในช่วง 12 เดือน ที่ผ่านมาได้แก่ มีเพื่อนสนิทที่เคยใช้สารเสพติด มีเพื่อนสนิทชักชวนให้ใช้สารเสพติด คะแนนเฉลี่ย สถานะทางเศรษฐกิจและสังคม และเพศเกี่ยวข้องกับการใช้สารเสพติดมากกว่าหนึ่งชนิดในช่วง 12 เดือนที่ผ่านมาอย่างมีนัยสำคัญ สำหรับปัจจัยทางจิตวิทยา ความวิตกกังวลและภาวะซึมเศร้า ไม่สัมพันธ์กับการใช้สารเสพติดมากกว่าหนึ่งชนิดในช่วง 12 เดือนที่ผ่านมา อย่างไรก็ตามการมีประสบการณ์ในวัยเด็กที่ไม่พึงประสงค์ มีความสัมพันธ์กับการใช้สารเสพติดมากกว่าหนึ่งชนิดในช่วง 12 เดือนที่ผ่านมา นอกจากนี้นักเรียนที่มีประสบการณ์ทางเพศและมีความเสี่ยงมีความสัมพันธ์กับการใช้สารเสพติดมากกว่าหนึ่งชนิดในช่วง 12 เดือนที่ผ่านมาอย่างมีนัยสำคัญ การวิเคราะห์ถดถอยโลจิสติกพหุคูณ พบว่า นักเรียนที่มีแฟน มีเพื่อนสนิทสูบบุหรี่ เกรดเฉลี่ยต่ำ, เพศชาย, มีประสบการณ์ทางเพศ, และมีเศรษฐานะสูง เป็นปัจจัยที่มีนัยสำคัญต่อการใช้สารเสพติดมากกว่าหนึ่งชนิดในช่วง 12 เดือนที่ผ่านมา ผลจากการศึกษาสามารถนำไปใช้โดยผู้เชี่ยวชาญด้านการป้องกันและนักการศึกษาด้านสุขภาพในการพัฒนาและดำเนินการโปรแกรมด้านการป้องกันและมาตราการการแทรกแซงการดื่มสุรา สูบบุหรี่และการใช้กัญชาที่ออกแบบมาโดยเฉพาะสำหรับวัยรุ่นไทย
