Publication: การประยุกต์ทฤษฎีแรงจูงใจเพื่อป้องกันโรคในการป้องกันฟันน้ำนมผุ ของเด็กก่อนวัยเรียนโดยผู้ปกครอง อำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา
dc.contributor.author | ธีระวุธ ธรรมกุล | en_US |
dc.contributor.author | มลินี สมภพเจริญ | en_US |
dc.contributor.author | ธราดล เก่งการพานิช | en_US |
dc.contributor.author | มณฑา เก่งการพานิช | en_US |
dc.contributor.author | Theerawut Thammakun | en_US |
dc.contributor.author | Malinee Somphobcharoen | en_US |
dc.contributor.author | Tharadol Kengganpanich | en_US |
dc.contributor.author | Mondha Kengganpanich | en_US |
dc.contributor.other | มหาวิทยาลัยมหิดล. คณะสาธารณสุขศาสตร์. ภาควิชาสุขศึกษาและพฤติกรรมศาสตร์ | en_US |
dc.date.accessioned | 2021-08-11T05:43:24Z | |
dc.date.available | 2021-08-11T05:43:24Z | |
dc.date.created | 2564-08-11 | |
dc.date.issued | 2554 | |
dc.description.abstract | การวิจัยนี้เป็นการวิจัยแบบกึ่งทดลอง มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาประสิทธิผลของการประยุกต์ทฤษฎี แรงจูงใจในการป้องกันโรคเพื่อป้องกันโรคฟันน้ำนมผุในเด็กก่อนวัยเรียนโดยผู้ปกครองและครูพี่เลี้ยง อำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา กลุ่มทดลอง ประกอบด้วย ผู้ปกครอง 43 คน เด็กก่อนวัยเรียน 43 คน และกลุ่มเปรียบเทียบ ประกอบด้วย ผู้ปกครอง 50 คน เด็กก่อนวัยเรียน 50 คน และ ครูพี่เลี้ยงกลุ่มละ 5 คน กลุ่มทดลองได้รับโปรแกรมสุขศึกษามีระยะเวลา 8 สัปดาห์ เครื่องมือที่ใช้เก็บข้อมูล ได้แก่ แบบสัมภาษณ์ ผู้ปกครอง แบบสำรวจพฤติกรรมและแบบประเมินทักษะการแปรงฟันให้เด็ก และแบบบันทึกความสะอาด ช่องปากเด็กของผู้ปกครอง แบบสอบถามครูพี่เลี้ยง วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน Paired samples t-test และ Independent samples t-test ผลการศึกษา พบว่า คะแนนเฉลี่ยในเรื่องการรับรู้ความรุนแรง การรับรู้โอกาสเสี่ยง การรับรู้ ความสามารถของตนเอง การรับรู้ความคาดหวังในประสิทธิผลของการตอบสนองพฤติกรรมการป้องกัน ฟันน้ำนมผุ ในผู้ปกครองกลุ่มทดลองมีคะแนนเฉลี่ยสูงกว่าก่อนทดลองและสูงกว่ากลุ่มเปรียบเทียบ อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p<0.05) ในครูพี่เลี้ยงกลุ่มทดลองมีคะแนนเฉลี่ยสูงกว่าก่อนทดลองและ สูงกว่ากลุ่มเปรียบเทียบเล็กน้อย ในด้านทักษะการแปรงฟันให้เด็กพบว่าผู้ปกครองกลุ่มทดลองมี คะแนนเฉลี่ยสูง กว่าก่อนทดลองและสูงกว่ากลุ่มเปรียบเทียบอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p<0.001) ความสะอาดในช่องปากเด็กก่อนวัยเรียนพบว่ากลุ่มทดลองและกลุ่มเปรียบเทียบมีค่าเฉลี่ยดีขึ้นกว่า ก่อนการทดลองอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p<0.05) และภายหลังการทดลองกลุ่มเปรียบเทียบมีค่าเฉลี่ย ความสะอาดในช่องปากดีกว่ากลุ่มทดลองแต่ไม่มีนัยสำคัญทางสถิติ | en_US |
dc.description.abstract | This study was a quasi-experimental research. The objective was to study the effectiveness of an application of Protection Motivation Theory to primary tooth decay prevention through the of parents preschool children and child attendants in Mueang District, Nakhonratchasima province, Thailand. Two groups were recruited: an experimental group consisting of 43 parents and 43 preschool children, and a control group consisting of 50 parents and 50 preschool children, with 5 child attendants in each group. The health education program had a duration of 8 weeks and consisted of: workshop activities for village health volunteers, parents, and child attendants; media and personal communication; group discussion; dental health activities in the child development center; child observation and behavioral stimulation through attendants; monitoring and recording behaviors of primary tooth decay prevention through parents; and surveying about cleanliness of oral cavities in preschool children. Data were collected by using a parents’ interview form, a child attendant questionnaire, a parental behaviors observation form, an evaluation form on tooth brushing skill for children, and a record form on cleanliness of preschool children’s oral cavities. Data were analyzed by statistical methods to find the percentages, means, standard deviations, paired t-tests, and independent t-tests. The study revealed that the means of the experimental group on perceived severity, perceived probability, selfefficacy, response efficacy, and behavior for primary tooth decay prevention through parents were significantly higher than in both the pre experiment and the control group (p<0.05). For child attendants, the experimental group had higher means than prior to the experiment, and slightly higher means than the control group. For tooth brushing skill for children, parents in the experimental group had significantly higher means than the control group (p<0.001). For cleanliness of preschool children’s oral cavities, it was found that both the experimental group and the control group had better means post experiment than pre experiment with statistical significance (p<0.05). After the experiment, it was found that the control group had a better mean score for cleanliness of preschool children’s oral cavities than the experimental group, but statistically the difference was not significant . | en_US |
dc.identifier.citation | วารสารสุขศึกษา. ปีที่ 34, ฉบับที่ 119 (ก.ค.- ธ.ค. 2554), 9-24 | en_US |
dc.identifier.uri | https://repository.li.mahidol.ac.th/handle/20.500.14594/63100 | |
dc.language.iso | tha | en_US |
dc.rights | มหาวิทยาลัยมหิดล | en_US |
dc.subject | โปรแกรมสุขศึกษา | en_US |
dc.subject | ทฤษฎีแรงจูงใจในการป้องกันโรค | en_US |
dc.subject | การป้องกันฟันน้ำนมผุ | en_US |
dc.subject | เด็กก่อนวัยเรียน | en_US |
dc.subject | Thai Journal of Health Education | |
dc.title | การประยุกต์ทฤษฎีแรงจูงใจเพื่อป้องกันโรคในการป้องกันฟันน้ำนมผุ ของเด็กก่อนวัยเรียนโดยผู้ปกครอง อำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา | en_US |
dc.title.alternative | An Application of the Protection Motivation Theory on Primary Tooth Decay Prevention Through Preschool Children Parents at Mueang District, Nakhonratchasima Province | en_US |
dc.type | Research Article | en_US |
dspace.entity.type | Publication | |
mods.location.url | https://he01.tci-thaijo.org/index.php/muhed/article/view/173952 |