Publication: Relationship between child rearing and child nutritional status during the first year of life in Thailand
Issued Date
2016
Resource Type
Language
eng
ISSN
1905-1387
Rights
Mahidol University
Rights Holder(s)
ASEAN Institute for Health Development Mahidol University
Bibliographic Citation
Journal of Public Health and Development. Vol. 14, No.1 (Jan - Apr 2016), 3-19
Suggested Citation
Mai Beniko, Aroonsri Mongkolchati, Jiraporn Chompikul, Rutja Phuphaibul Relationship between child rearing and child nutritional status during the first year of life in Thailand. Journal of Public Health and Development. Vol. 14, No.1 (Jan - Apr 2016), 3-19. Retrieved from: https://repository.li.mahidol.ac.th/handle/20.500.14594/2416
Research Projects
Organizational Units
Authors
Journal Issue
Thesis
Title
Relationship between child rearing and child nutritional status during the first year of life in Thailand
Alternative Title(s)
ความสัมพันธ์ระหว่างการเลี้ยงดูเด็กและภาวะโภชนาการของเด็กในช่วงอายุขวบปีแรกของชีวิตประเทศไทย
Other Contributor(s)
Abstract
This descriptive study was conducted to determine relationship between child rearing and child nutritional
status during the first year of life. A total of 4,245 cohort children were collected between July 2000 and
June 2002 based on the Prospective Cohort of Thai Children. 60 twin infants and 35 dead and abnormal
children were excluded. Then, the remaining 4,150 children were conducted for data analysis. The statistics
was used by Chi-square tests and Multiple Logistic Regressions were used for identifying influential predictor
and child nutritional status (underweight, stunting and wasting) at the first year of age.
The finding showed that 8.3% of the children were underweight (weight for age), 9.5% of the children
were stunting (height for age) and 5.7% of the children were wasting (weight for height) according to WHO
reference. After adjusting the potential confounding factors in the multiple logistic regression, this study
found that birth weight was the most significant risk factor related to all three child nutritional status such
as underweight (Adj. OR= 10.07, 95% CI= 2.87-35.28), stunting (Adj. OR= 4.49, 95% CI= 1.16-17.39)
and wasting (Adj. OR= 3.94, 95% CI= 1.24-12.49). In addition, the significant factor associated with child
underweight in the final model was controlling of sleeping time by using rational style (Adj. OR=4.71,
95% CI=1.16-19.10), and for wasting status was types of main caregivers (relative) (Adj. OR= 4.04, 95%
CI=1.15-14.21).
This study indicated that child rearing style age 6 months among this population effect to nutritional
status for children first year of life. Therefore, health policy and education regarding to appropriate child
rearing pattern toward among parents in Thailand should be promoted.
วัตถุประสงค์ของการศึกษาเชิงพรรณานี้เพื่อศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างการเลี้ยงดูเด็กและภาวะโภชนาการของเด็ก ในช่วงขวบปีแรกของชีวิต การวิจัยครั้งนี้ได้ใช้ข้อมูลโครงการวิจัยระยะยาวในเด็กไทย จำนวนกลุ่มตัวอย่างที่ใช้ศึกษา จำนวนเริ่มต้น 4,245 คน เก็บข้อมูลระหว่างเดือน กรกฎาคม 2543 ถึง เดือนมิถุนายน 2545 ตัดข้อมูลของเด็กฝาแฝด จำนวน 60 คน และข้อมูลเด็กเสียชีวิตจำนวน 35 คน จึงเหลือข้อมูลที่ใช้ทำการวิเคราะห์ในการศึกษาครั้งนี้จำนวน 4,150 คน วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้การทดสอบไคสแควร์และการถดถอยลอจิสติคเพื่อศึกษาปัจจัยที่มีผลต่อภาวะโภชนาการของ เด็กในช่วงอายุขวบปีแรก ผลการวิจัยพบว่าเมื่อใช้เกณฑ์อ้างอิงขององค์การอนามัยโลก ร้อยละ 8.3 เป็นเด็กมีน้ำหนักน้อยกว่าเกณฑ์ (น้ำหนัก ตามเกณฑ์อายุ) ร้อยละ 9.5 เป็นเด็กเตี้ย (ส่วนสูงตามเกณฑ์อายุ) และร้อยละ 5.7 เป็นเด็กผอม (น้ำหนักตามเกณฑ์ ความสูง) หลังจากปรับอิทธิพลของปัจจัยกวนโดยใช้การถดถอยลอจิสติค พบว่าน้ำหนักแรกเกิดเป็นปัจจัยเสี่ยงที่มีนัย สำคัญสูงที่สุดของเด็กน้ำหนักน้อยกว่าเกณฑ์ (Adj. OR= 10.07, 95% CI= 2.87-35.28), เด็กเตี้ย (Adj. OR= 4.49, 95% CI= 1.16-17.39) และเด็กผอม (Adj. OR= 3.94, 95% CI= 1.241-12.49) นอกจากนี้ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์อย่างมี นัยสำคัญทางสถิติกับเด็กที่มีน้ำหนักน้อยกว่าเกณฑ์ ได้แก่ การเลี้ยงดูแบบการใช้เหตุผลโดยการควบคุมเวลานอนหลับ (Adj. OR=4.71, 95% CI=1.16-19.10) สำหรับเด็กที่ผอม ได้แก่ ประเภทของผู้ดูแล (ญาติ) (Adj. OR= 4.03, 95% CI= 1.14-14.20) การศึกษานี้ชี้ให้เห็นว่าแบบแผนการเลี้ยงดูเด็กมีผลต่อภาวะโภชนาการของเด็กในช่วงอายุขวบปีแรก ดังนั้นนโยบาย ด้านสุขภาพและการศึกษา ควรมุ่งส่งเสริมเรื่องแบบแผนการเลี้ยงดูเด็กที่เหมาะสมในประเทศไทย
วัตถุประสงค์ของการศึกษาเชิงพรรณานี้เพื่อศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างการเลี้ยงดูเด็กและภาวะโภชนาการของเด็ก ในช่วงขวบปีแรกของชีวิต การวิจัยครั้งนี้ได้ใช้ข้อมูลโครงการวิจัยระยะยาวในเด็กไทย จำนวนกลุ่มตัวอย่างที่ใช้ศึกษา จำนวนเริ่มต้น 4,245 คน เก็บข้อมูลระหว่างเดือน กรกฎาคม 2543 ถึง เดือนมิถุนายน 2545 ตัดข้อมูลของเด็กฝาแฝด จำนวน 60 คน และข้อมูลเด็กเสียชีวิตจำนวน 35 คน จึงเหลือข้อมูลที่ใช้ทำการวิเคราะห์ในการศึกษาครั้งนี้จำนวน 4,150 คน วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้การทดสอบไคสแควร์และการถดถอยลอจิสติคเพื่อศึกษาปัจจัยที่มีผลต่อภาวะโภชนาการของ เด็กในช่วงอายุขวบปีแรก ผลการวิจัยพบว่าเมื่อใช้เกณฑ์อ้างอิงขององค์การอนามัยโลก ร้อยละ 8.3 เป็นเด็กมีน้ำหนักน้อยกว่าเกณฑ์ (น้ำหนัก ตามเกณฑ์อายุ) ร้อยละ 9.5 เป็นเด็กเตี้ย (ส่วนสูงตามเกณฑ์อายุ) และร้อยละ 5.7 เป็นเด็กผอม (น้ำหนักตามเกณฑ์ ความสูง) หลังจากปรับอิทธิพลของปัจจัยกวนโดยใช้การถดถอยลอจิสติค พบว่าน้ำหนักแรกเกิดเป็นปัจจัยเสี่ยงที่มีนัย สำคัญสูงที่สุดของเด็กน้ำหนักน้อยกว่าเกณฑ์ (Adj. OR= 10.07, 95% CI= 2.87-35.28), เด็กเตี้ย (Adj. OR= 4.49, 95% CI= 1.16-17.39) และเด็กผอม (Adj. OR= 3.94, 95% CI= 1.241-12.49) นอกจากนี้ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์อย่างมี นัยสำคัญทางสถิติกับเด็กที่มีน้ำหนักน้อยกว่าเกณฑ์ ได้แก่ การเลี้ยงดูแบบการใช้เหตุผลโดยการควบคุมเวลานอนหลับ (Adj. OR=4.71, 95% CI=1.16-19.10) สำหรับเด็กที่ผอม ได้แก่ ประเภทของผู้ดูแล (ญาติ) (Adj. OR= 4.03, 95% CI= 1.14-14.20) การศึกษานี้ชี้ให้เห็นว่าแบบแผนการเลี้ยงดูเด็กมีผลต่อภาวะโภชนาการของเด็กในช่วงอายุขวบปีแรก ดังนั้นนโยบาย ด้านสุขภาพและการศึกษา ควรมุ่งส่งเสริมเรื่องแบบแผนการเลี้ยงดูเด็กที่เหมาะสมในประเทศไทย