Publication: Health Workers’ Perspectives Towards Health Services Performance in Subdistrict Administrative Organizations: A Cross-Sectional Study in Region Nine Health Area of Thailand
Issued Date
2016
Resource Type
Language
eng
ISSN
2697-584X (Print)
2697-5866 (Online)
2697-5866 (Online)
Rights
Mahidol University
Rights Holder(s)
Department of Community Health Faculty of Public Health Mahidol University
Library and Knowledge Center Mahidol University
Library and Knowledge Center Mahidol University
Bibliographic Citation
Thai Journal of Public Health. Vol. 46, No. 3 (September-December 2016), 299-312
Suggested Citation
Tassanee Silawan, Oranut Pacheun, Wannipa Kaesak, ทัศนีย์ ศิลาวรรณ, อรนุช ภาชื่น, วรรณิภา เกื้อศักดิ์ Health Workers’ Perspectives Towards Health Services Performance in Subdistrict Administrative Organizations: A Cross-Sectional Study in Region Nine Health Area of Thailand. Thai Journal of Public Health. Vol. 46, No. 3 (September-December 2016), 299-312. Retrieved from: https://repository.li.mahidol.ac.th/handle/20.500.14594/63777
Research Projects
Organizational Units
Authors
Journal Issue
Thesis
Title
Health Workers’ Perspectives Towards Health Services Performance in Subdistrict Administrative Organizations: A Cross-Sectional Study in Region Nine Health Area of Thailand
Alternative Title(s)
มุมมองของผู้ปฎิบัติงานสุขภาพต่อการดำเนินงานบริการสุขภาพในองค์การบริหารส่วนตำบล: การศึกษาแบบภาคตัดขวางในเขตสุขภาพที่ 9 ของประเทศไทย
Abstract
Thailand has moved towards a decentralized
system. The responsibilities and authorities
in health have been transferred to the local
administrative organizations, including Subdistrict
Administrative Organization (SAO). Therefore,
health workers in SAO should have ability and
motivation to perform health services comprising
decentralized duties and responsibilities. We
conducted a cross-sectional study to investigate
health workers’ perspectives towards health
services performance in SAO in Region Nine
Health Area of Thailand. Respondents comprised
201 health workers with the primary responsibility
for health services performance of SAO in all
four provinces in the area, sampled by Stratified
Random Sampling. Data were collected by self administered
questionnaire and analyzed using
percentage, means, standard deviations and
paired T-tests. Results indicated that the health
worker’s perspectives towards the importance
of SAO health services performance were at a
high level, 74.1%. Meanwhile the perspectives
towards their current competencies were at
a moderate level, 62.2%. The average score
of perspectives towards the importance was
signifi cantly higher than towards their current
competencies (p<0.001). The results indicated
the issues needed capacity strengthening towards
health services performance among health workers
in SAO. The fi ndings suggested that awareness
and motivation of working should be raised
together with strengthening the capacity on
health services performance with related parties,
especially about infectious waste management,
oral diseases and dental health and waste
management.
ประเทศไทยได้ขับเคลื่อนการพัฒนาสู่ระบบ การกระจายอำนาจ รวมถึงการถ่ายโอนความรับผิดชอบ และหน้าที่ในการดูแลสุขภาพไปยังองค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่น (อปท.) ซึ่งรวมถึงองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) ดังนั้นผู้ปฏิบัติงานสุขภาพใน อบต. ควรมี ความสามารถและแรงจูงใจในการปฏิบัติงานบริการ สุขภาพตามหน้าที่และความรับผิดชอบที่ได้รับการ ถ่ายโอน การวิจัยแบบภาคตัดขวาง (Cross-sectional Research) นี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษามุมมองของ ผู้ปฏิบัติงานสุขภาพที่มีต่อการดำาเนินงานบริการสุขภาพ ใน อบต. ในเขตสุขภาพที่ 9 ของประเทศไทย ตัวอย่าง ในการวิจัยคือ ผู้ปฏิบัติงานสุขภาพที่เป็นผู้รับผิดชอบหลัก ในการดำเนินงานบริการสุขภาพของ อบต. ในพื้นที่ ทั้งสี่จังหวัด จำนวน 201 คน ซึ่งได้จากการสุ่ม ตัวอย่างแบบชั้นภูมิ (Stratifi ed Random Sampling) เก็บรวบรวมข้อมูลโดยแบบสอบถามชนิดให้ตอบด้วย ตนเองและวิเคราะห์ข้อมูลด้วยร้อยละ ค่าเฉลี่ยเลขคณิต ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และ Paired T-tests. ผลการวิจัยพบว่า มุมมองของผู้ปฏิบัติงานสุขภาพ ต่อความสำคัญของการดำเนินงานบริการสุขภาพของ อบต. อยู่ในระดับสูง (ร้อยละ 74.1) ในขณะที่มุมมอง ต่อขีดความสามารถของตนเองในป˜จจุบันอยู่ในระดับ ปานกลาง (ร้อยละ 62.2) คะแนนเฉลี่ยของมุมมอง ที่มีต่อความสำคัญในการดำเนินงานบริการสุขภาพ สูงกว่าคะแนนเฉลี่ยของมุมมองที่มีต่อขีดความสามารถ ตนเองในปัจจุบัน อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p <0.001) ผลการวิจัยระบุถึงประเด็นที่จำเป็นต่อการพัฒนา ขีดความสามารถในการดำาเนินงานบริการสุขภาพของ ผู้ปฏิบัติงานสุขภาพใน อบต. ข้อเสนอแนะจากการวิจัย ควรสร้างความตระหนักและแรงจูงใจในการปฏิบัติงาน ร่วมกับเสริมสร้างขีดความสามารถในการดำเนินงาน บริการสุขภาพร่วมกับภาคีที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะ อย่างยิ่งในเรื่องการจัดการขยะติดเชื้อ โรคในช่องปาก และทันตสุขภาพ และการจัดการขยะ
ประเทศไทยได้ขับเคลื่อนการพัฒนาสู่ระบบ การกระจายอำนาจ รวมถึงการถ่ายโอนความรับผิดชอบ และหน้าที่ในการดูแลสุขภาพไปยังองค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่น (อปท.) ซึ่งรวมถึงองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) ดังนั้นผู้ปฏิบัติงานสุขภาพใน อบต. ควรมี ความสามารถและแรงจูงใจในการปฏิบัติงานบริการ สุขภาพตามหน้าที่และความรับผิดชอบที่ได้รับการ ถ่ายโอน การวิจัยแบบภาคตัดขวาง (Cross-sectional Research) นี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษามุมมองของ ผู้ปฏิบัติงานสุขภาพที่มีต่อการดำาเนินงานบริการสุขภาพ ใน อบต. ในเขตสุขภาพที่ 9 ของประเทศไทย ตัวอย่าง ในการวิจัยคือ ผู้ปฏิบัติงานสุขภาพที่เป็นผู้รับผิดชอบหลัก ในการดำเนินงานบริการสุขภาพของ อบต. ในพื้นที่ ทั้งสี่จังหวัด จำนวน 201 คน ซึ่งได้จากการสุ่ม ตัวอย่างแบบชั้นภูมิ (Stratifi ed Random Sampling) เก็บรวบรวมข้อมูลโดยแบบสอบถามชนิดให้ตอบด้วย ตนเองและวิเคราะห์ข้อมูลด้วยร้อยละ ค่าเฉลี่ยเลขคณิต ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และ Paired T-tests. ผลการวิจัยพบว่า มุมมองของผู้ปฏิบัติงานสุขภาพ ต่อความสำคัญของการดำเนินงานบริการสุขภาพของ อบต. อยู่ในระดับสูง (ร้อยละ 74.1) ในขณะที่มุมมอง ต่อขีดความสามารถของตนเองในป˜จจุบันอยู่ในระดับ ปานกลาง (ร้อยละ 62.2) คะแนนเฉลี่ยของมุมมอง ที่มีต่อความสำคัญในการดำเนินงานบริการสุขภาพ สูงกว่าคะแนนเฉลี่ยของมุมมองที่มีต่อขีดความสามารถ ตนเองในปัจจุบัน อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p <0.001) ผลการวิจัยระบุถึงประเด็นที่จำเป็นต่อการพัฒนา ขีดความสามารถในการดำาเนินงานบริการสุขภาพของ ผู้ปฏิบัติงานสุขภาพใน อบต. ข้อเสนอแนะจากการวิจัย ควรสร้างความตระหนักและแรงจูงใจในการปฏิบัติงาน ร่วมกับเสริมสร้างขีดความสามารถในการดำเนินงาน บริการสุขภาพร่วมกับภาคีที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะ อย่างยิ่งในเรื่องการจัดการขยะติดเชื้อ โรคในช่องปาก และทันตสุขภาพ และการจัดการขยะ