Publication: Factors affecting compliance with the non-smokers' health protection Act B.E.2535: A Case study of taxi cars
Issued Date
2019
Resource Type
Language
eng
ISSN
1905-1387
Rights
Mahidol University
Rights Holder(s)
ASEAN Institute for Health Development Mahidol University
Bibliographic Citation
Journal of Public Health and Development. Vol.17, No.3 (Sep-Dec 2019), 1-12
Suggested Citation
Doungjai Buntup, Jiraporn Chompikul, ดวงใจ บรรทัพ, จิราพร ชมพิกุล Factors affecting compliance with the non-smokers' health protection Act B.E.2535: A Case study of taxi cars. Journal of Public Health and Development. Vol.17, No.3 (Sep-Dec 2019), 1-12. Retrieved from: https://repository.li.mahidol.ac.th/handle/20.500.14594/62139
Research Projects
Organizational Units
Authors
Journal Issue
Thesis
Title
Factors affecting compliance with the non-smokers' health protection Act B.E.2535: A Case study of taxi cars
Alternative Title(s)
ปัจจัยที่มีผลต่อการปฏิบัติตามพระราชบัญญัติคุ้มครองสุขภาพของผู้ไม่สูบบุหรี่ พ.ศ. 2535: กรณีศึกษารถสาธารณะชนิดรถแท็กซี่
Other Contributor(s)
Abstract
Public environment is an important issue for smoking regulation due to the concern of health
equity. About 50-60 percent found that public car drivers have risky behavior such as smoking and
alcohol drinking which shows that smoking in public transports causes harmful effects to others from
exposure to second-hand smoke (SHS). The aim of this present study was to study personal factors,
knowledge, attitudes, behaviors and smoking experiences of drivers or passengers and to investigate
the correlation between factors and the compliance with the Non-Smoking Health Protection Act
B.E. 2535 in drivers and taxi passengers. The data were obtained from self-administered
questionnaires responded by 450 taxi drivers and 250 passengers. Statistical analyses were performed
for descriptive statistics (demographic data, smoking-related knowledge and attitudes) and Pearson
correlation analysis for different factors and smoking behaviors. The results showed that the majority
of questionnaire respondents have a sufficient knowledge in law on smoking prohibition and a greater
knowledge on harmful effects of smoking. The analysis of factors affecting legal compliance, it is
found that attitude to the dangers of smoking was statistically significant (p <0.030) in taxi drivers
while smoking behavior of passengers was significantly affected the compliance with the Non-
Smoking Health Protection Act (p = 0.001). For further smoking control regulation, the governmental
legislation on anti-smoking in public vehicles should be continued. The knowledge of harmful health
outcomes associated with smoking should also be promoted to change the attitude toward public
smoking.
สภาพแวดล้อมสาธารณะเป็นประเด็นสําคัญสําหรับการควบคุมการสูบบุหรี่ เนื่องจากความกังวลต่อผลกระทบด้านสุขภาพ ประมาณ 50-60 เปอร์เซ็นต์ พบว่า ผู้ขับขี่รถยนต์สาธารณะมีพฤติกรรมเสี่ยงเช่น การสูบบุหรี่ และการดื่มแอลกอฮอล์ ซึ่งแสดงให้เห็นว่าการสูบบุหรี่ในรถขนส่งสาธารณะทําให้เกิดอันตรายต่อผู้อื่นจากการสัมผัสกับควันบุหรี่มือสอง (SHS) การศึกษานี้มีวัตถุประสงค์ เพื่อศึกษาปัจจัยข้อมูลส่วนบุคคล ความรู้ ทัศนคติ พฤติกรรมและ ประสบการณ์การสูบบุหรี่ของผู้ขับรถหรือผู้โดยสาร และหาความสัมพันธ์ระหว่างปัจจัยที่มีผลต่อการปฏิบัติตามพระราชบัญญัติคุ้มครองสุขภาพของผู้ไม่สูบบุหรี่ พ.ศ. 2535 ในผู้ขับรถและผู้โดยสารรถแท็กซี่ ข้อมูลที่ได้มาจากการตอบแบบสอบถามโดยคนขับแท็กซี่ 450 คน และผู้โดยสาร 250 คน วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติเชิงพรรณนา (ข้อมูลด้านประชากรศาสตร์ ความรู้ และทัศนคติเกี่ยวกับการสูบบุหรี่) และการวิเคราะห์สหสัมพันธ์แบบเพียร์สันสําหรับปัจจัยต่าง ๆ และพฤติกรรมการสูบบุหรี่ ผลการวิจัย พบว่า ผู้ตอบแบบสอบถามส่วนใหญ่มีความรู้เพียงพอเกี่ยวกับกฎหมายว่าด้วยการห้ามสูบบุหรี่ และความรู้เกี่ยวกับอันตรายจากการสูบบุหรี่ โดยผลวิเคราะห์ปัจจัยที่ต่อการปฎิบัติตัวตามกฎหมาย พบว่า การมีทัศนคติที่ไม่คํานึงถึงอันตรายที่เกิดจากการสูบบุหรี่มีนัยสําคัญทางสถิติ (p< 0.030) ในผู้ที่ขับรถแท็กซี่ในขณะที่การสูบบุหรี่ของผู้โดยสารส่งผลการปฏิบัติตามพระราชบัญญัติคุ้มครองสุขภาพของผู้ไม่สูบบุหรี่อย่างมีนัยสําคัญทางสถิติ (p=0.001) สําหรับข้อบังคับควบคุมการสูบบุหรี่ในอนาคตรัฐบาลควรมีการออกกฎหมายเกี่ยวกับการหMามการสูบบุหรี่ในยานพาหนะสาธารณะ ควรส่งเสริมความรู้เกี่ยวกับผลลัพธ์ด้านอันตรายต่อสุขภาพที่เกี่ยวข้องกับการสูบบุหรี่เพื่อเปลี่ยนทัศนคติการสูบบุหรี่ในที่สาธารณะ
สภาพแวดล้อมสาธารณะเป็นประเด็นสําคัญสําหรับการควบคุมการสูบบุหรี่ เนื่องจากความกังวลต่อผลกระทบด้านสุขภาพ ประมาณ 50-60 เปอร์เซ็นต์ พบว่า ผู้ขับขี่รถยนต์สาธารณะมีพฤติกรรมเสี่ยงเช่น การสูบบุหรี่ และการดื่มแอลกอฮอล์ ซึ่งแสดงให้เห็นว่าการสูบบุหรี่ในรถขนส่งสาธารณะทําให้เกิดอันตรายต่อผู้อื่นจากการสัมผัสกับควันบุหรี่มือสอง (SHS) การศึกษานี้มีวัตถุประสงค์ เพื่อศึกษาปัจจัยข้อมูลส่วนบุคคล ความรู้ ทัศนคติ พฤติกรรมและ ประสบการณ์การสูบบุหรี่ของผู้ขับรถหรือผู้โดยสาร และหาความสัมพันธ์ระหว่างปัจจัยที่มีผลต่อการปฏิบัติตามพระราชบัญญัติคุ้มครองสุขภาพของผู้ไม่สูบบุหรี่ พ.ศ. 2535 ในผู้ขับรถและผู้โดยสารรถแท็กซี่ ข้อมูลที่ได้มาจากการตอบแบบสอบถามโดยคนขับแท็กซี่ 450 คน และผู้โดยสาร 250 คน วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติเชิงพรรณนา (ข้อมูลด้านประชากรศาสตร์ ความรู้ และทัศนคติเกี่ยวกับการสูบบุหรี่) และการวิเคราะห์สหสัมพันธ์แบบเพียร์สันสําหรับปัจจัยต่าง ๆ และพฤติกรรมการสูบบุหรี่ ผลการวิจัย พบว่า ผู้ตอบแบบสอบถามส่วนใหญ่มีความรู้เพียงพอเกี่ยวกับกฎหมายว่าด้วยการห้ามสูบบุหรี่ และความรู้เกี่ยวกับอันตรายจากการสูบบุหรี่ โดยผลวิเคราะห์ปัจจัยที่ต่อการปฎิบัติตัวตามกฎหมาย พบว่า การมีทัศนคติที่ไม่คํานึงถึงอันตรายที่เกิดจากการสูบบุหรี่มีนัยสําคัญทางสถิติ (p< 0.030) ในผู้ที่ขับรถแท็กซี่ในขณะที่การสูบบุหรี่ของผู้โดยสารส่งผลการปฏิบัติตามพระราชบัญญัติคุ้มครองสุขภาพของผู้ไม่สูบบุหรี่อย่างมีนัยสําคัญทางสถิติ (p=0.001) สําหรับข้อบังคับควบคุมการสูบบุหรี่ในอนาคตรัฐบาลควรมีการออกกฎหมายเกี่ยวกับการหMามการสูบบุหรี่ในยานพาหนะสาธารณะ ควรส่งเสริมความรู้เกี่ยวกับผลลัพธ์ด้านอันตรายต่อสุขภาพที่เกี่ยวข้องกับการสูบบุหรี่เพื่อเปลี่ยนทัศนคติการสูบบุหรี่ในที่สาธารณะ