Publication: ความรู้ เจตคติและพฤติกรรมการใช้ยาของผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 ที่มารับบริการ ณ โรงพยาบาลราชวิถี
Issued Date
2554
Resource Type
Language
tha
Rights
มหาวิทยาลัยมหิดล
Bibliographic Citation
วารสารสุขศึกษา. ปีที่ 34, ฉบับที่ 119 (ก.ค.- ธ.ค. 2554), 26-27
Suggested Citation
อรวรรณ สมุทรวินิจพันธ์, มณีรัตน์ ธีระวิวัฒน์, Orawan Samutvinitphan, Manirat Therawiwat ความรู้ เจตคติและพฤติกรรมการใช้ยาของผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 ที่มารับบริการ ณ โรงพยาบาลราชวิถี. วารสารสุขศึกษา. ปีที่ 34, ฉบับที่ 119 (ก.ค.- ธ.ค. 2554), 26-27. สืบค้นจาก: https://repository.li.mahidol.ac.th/handle/20.500.14594/63101
Research Projects
Organizational Units
Authors
Journal Issue
Thesis
Title
ความรู้ เจตคติและพฤติกรรมการใช้ยาของผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 ที่มารับบริการ ณ โรงพยาบาลราชวิถี
Alternative Title(s)
Knowledge, Attitudes, and Behaviors Regarding Medication of Patients with Non-Insulin Dependent Diabetes Mellitus, Rajvidhi Hospital
Other Contributor(s)
Abstract
การศึกษาความรู้ เจตคติและพฤติกรรมการใช้ยาของกลุ่มตัวอย่างที่มารับการรักษา ณ โรงพยาบาล
ราชวิถี กรุงเทพมหานคร มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างปัจจัยส่วนบุคคล ความรู้และเจตคติ
ต่อพฤติกรรมการใช้ยาของผู้ป่วยเบาหวาน จำนวน 110 คน เก็บรวบรวมข้อมูลโดยใช้แบบสัมภาษณ์ที่ผู้วิจัย
สร้างขึ้นและวิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้โปรแกรมสำเร็จรูป โดยใช้สถิติเชิงพรรณนา ได้แก่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย
ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และทดสอบความสัมพันธ์ด้วยสถิติ Chi–square
ผลการศึกษาพบว่า กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่เป็นเพศหญิงร้อยละ 57.3 อยู่ในช่วงอายุ 56-70 ปี ร้อยละ
40.9 ระยะเวลาที่เป็นโรคเบาหวานอยู่ในช่วง 11-20 ปี ร้อยละ 50.9 ผลการวิเคราะห์ความสัมพันธ์พบว่า
ระดับของความรู้เกี่ยวกับยาและการใช้ยาเม็ดควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดมีความสัมพันธ์กับระดับ
พฤติกรรมการใช้ยาเม็ดโดยมีนัยสำคัญทางสถิติ (p-value< 0.001) ส่วนในด้านเจตคติในการใช้ยาไม่มีความ
สัมพันธ์กับพฤติกรรมการใช้ยาเม็ดโดยมีนัยสำคัญทางสถิติ (p-value=0.248) ด้านปัจจัยส่วนบุคคลได้แก่
เพศ อายุ สถานภาพ อาชีพ ระยะเวลาที่ป่วย การมาตรวจตามนัดและโรคประจำตัวอื่นๆ ไม่มีความสัมพันธ์
กับพฤติกรรมการใช้ยา แต่พบว่ารายได้ และสิทธิมีความสัมพันธ์กับพฤติกรรมการใช้ยาอย่างมีนัยสำคัญ
(p-value=0.03 และ 0.03 ตามลำดับ) ดังนั้นควรส่งเสริมให้ผู้ป่วยเบาหวานให้มีความรู้
เจตคติและพฤติกรรม การใช้ยาที่ถูกต้องและชี้ให้เห็นถึงความสำคัญในการไปตรวจตามนัด