Publication: Unit Cost Analysis for Health Academic and Operational Purposes
5
1
Issued Date
2020
Resource Type
Language
eng
ISSN
0125-3611 (Print)
2651-0561 (Online)
2651-0561 (Online)
Rights
Mahidol University
Rights Holder(s)
Mahidol University. Faculty of Medicine Ramathibodi Hospital. Department of Clinical Epidemiology and Biostatistics
Bibliographic Citation
Ramathibodi Medical Journal. Vol. 43, No. 1 (January-March 2020), 47-53
Suggested Citation
Paneevon Palakawong Na Ayutthaya, Oraluck Pattanaprateep, Ammarin Thakkinstian, ภาณีวร ปาลกะวงศ์ ณ อยุธยา, อรลักษณ์ พัฒนาประทีป, อัมรินทร์ ทักขิญเสถียร Unit Cost Analysis for Health Academic and Operational Purposes. Ramathibodi Medical Journal. Vol. 43, No. 1 (January-March 2020), 47-53. Retrieved from: https://repository.li.mahidol.ac.th/handle/123456789/72228
Research Projects
Organizational Units
Authors
Journal Issue
Thesis
Title
Unit Cost Analysis for Health Academic and Operational Purposes
Alternative Title(s)
การวิเคราะห์ต้นทุนต่อหน่วยของหน่วยงานทางการศึกษาด้านสุขภาพ
Abstract
Background: Unit cost estimation is one of the key planning tasks of organisation in order to allocate resources to each activity properly. Therefore, this study was conducted applying top-down costing approach, for academic unit cost estimation.
Objective: To estimate the unit costs using top-down allocation costing approach for academic and operational purposes of the Department of Clinical Epidemiology and Biostatistics (CEB) at Faculty of Medicine, Ramathibodi Hospital, Mahidol University.
Methods: A cross-sectional study of the cost of CEB in fiscal year 2018 was retrieved. Direct and indirect costs were allocated to CEB based on 3 main missions (education, research, and academic services) considering staffs’ activities and time spent for each mission. Three cost per unit of measures (cost per student, cost per publication, and cost per research consultation) were estimated accordingly to these 3 main missions.
Results: In the fiscal year 2018, direct and indirect costs were ฿15 178 761 and ฿737 496, respectively. As for staffs’ time spent for each mission activity, CEB mission costs were ฿6 807 282 for education (฿3 914 187 and ฿2 893 095 for MSc and PhD, respectively), ฿5 912 895 for research, and ฿2 186 280 for academic services.
Conclusions: Unit cost should be estimated properly to minimise and optimally allocate resources to each activity. This study should be useful for other departments as a guideline for their cost management and resource planning.
บทนำ: การประมาณราคาต้นทุนต่อหน่วยเป็นหนึ่งปัจจัยหลักในการวางแผนเพื่อดำเนินการจัดสรรทรัพยากรให้กับกิจกรรมแต่ละประเภทได้อย่างเหมาะสม ซึ่งการคิดต้นทุนฐานกิจกรรมโดยการประมาณราคานั้นสามารถนำไปใช้เพื่อวัตถุประสงค์ทางวิชาการในส่วนงานได้เป็นอย่างดี วัตถุประสงค์: เพื่อศึกษาต้นทุนต่อหน่วยให้ตรงตามวัตถุประสงค์ทางวิชาการของภาควิชาระบาดวิทยาคลินิกและชีวสถิติ คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหดิล วิธีการศึกษา: การศึกษาการจัดสรรต้นทุนจากบนลงล่างของภาควิชาระบาดวิทยาคลินิกและชีวสถิติในปีงบประมาณ พ.ศ. 2561 ที่ได้รับจัดสรรเป็นค่าใช้จ่ายทางตรงและทางอ้อม ซึ่งถูกจัดสรรให้กับ 3 พันธกิจหลัก (การศึกษา การวิจัย และการบริการ) จำแนกตามกิจกรรมและเวลาที่ใช้ของพนักงานแต่ละคนในแต่ละพันธกิจ โดยค่าใช้จ่ายต่อหน่วยของการวัดจะถูกประเมินตาม 3 พันธกิจ (ค่าใช้จ่ายต่อนักศึกษา ค่าใช้จ่ายต่อผลงานการตีพิมพ์ และค่าใช้จ่ายต่อการให้คำปรึกษา) ผลการศึกษา: ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2561 ต้นทุนทางตรงและทางอ้อมเท่ากับ 15,178,761 บาท และ 737,496 บาท ตามลำดับ สำหรับเวลาที่พนักงานใช้ในแต่ละพันธกิจของภาควิชาระบาดคลินิกและชีวสถิติ แบ่งเป็น ค่าใช้จ่ายด้านการศึกษา เท่ากับ 6,807,282 บาท (ปริญญาโท 3,914,187 บาท และ ปริญญาเอก 2,893,095 บาท) ด้านการวิจัย เท่ากับ 5,912,895 บาท และด้านการบริการ เท่ากับ 2,186,280 บาท สรุป: การประเมินต้นทุนต่อหน่วยสามารถลดต้นทุนและจัดสรรทรัพยากรให้แต่ละกิจกรรมได้อย่างเหมาะสม ซึ่งจะเป็นประโยชน์และเป็นแนวทางสำหรับภาควิชาอื่นๆ ในการวางแผนและบริหารจัดการต้นทุนของหน่วยงานต่อไป
บทนำ: การประมาณราคาต้นทุนต่อหน่วยเป็นหนึ่งปัจจัยหลักในการวางแผนเพื่อดำเนินการจัดสรรทรัพยากรให้กับกิจกรรมแต่ละประเภทได้อย่างเหมาะสม ซึ่งการคิดต้นทุนฐานกิจกรรมโดยการประมาณราคานั้นสามารถนำไปใช้เพื่อวัตถุประสงค์ทางวิชาการในส่วนงานได้เป็นอย่างดี วัตถุประสงค์: เพื่อศึกษาต้นทุนต่อหน่วยให้ตรงตามวัตถุประสงค์ทางวิชาการของภาควิชาระบาดวิทยาคลินิกและชีวสถิติ คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหดิล วิธีการศึกษา: การศึกษาการจัดสรรต้นทุนจากบนลงล่างของภาควิชาระบาดวิทยาคลินิกและชีวสถิติในปีงบประมาณ พ.ศ. 2561 ที่ได้รับจัดสรรเป็นค่าใช้จ่ายทางตรงและทางอ้อม ซึ่งถูกจัดสรรให้กับ 3 พันธกิจหลัก (การศึกษา การวิจัย และการบริการ) จำแนกตามกิจกรรมและเวลาที่ใช้ของพนักงานแต่ละคนในแต่ละพันธกิจ โดยค่าใช้จ่ายต่อหน่วยของการวัดจะถูกประเมินตาม 3 พันธกิจ (ค่าใช้จ่ายต่อนักศึกษา ค่าใช้จ่ายต่อผลงานการตีพิมพ์ และค่าใช้จ่ายต่อการให้คำปรึกษา) ผลการศึกษา: ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2561 ต้นทุนทางตรงและทางอ้อมเท่ากับ 15,178,761 บาท และ 737,496 บาท ตามลำดับ สำหรับเวลาที่พนักงานใช้ในแต่ละพันธกิจของภาควิชาระบาดคลินิกและชีวสถิติ แบ่งเป็น ค่าใช้จ่ายด้านการศึกษา เท่ากับ 6,807,282 บาท (ปริญญาโท 3,914,187 บาท และ ปริญญาเอก 2,893,095 บาท) ด้านการวิจัย เท่ากับ 5,912,895 บาท และด้านการบริการ เท่ากับ 2,186,280 บาท สรุป: การประเมินต้นทุนต่อหน่วยสามารถลดต้นทุนและจัดสรรทรัพยากรให้แต่ละกิจกรรมได้อย่างเหมาะสม ซึ่งจะเป็นประโยชน์และเป็นแนวทางสำหรับภาควิชาอื่นๆ ในการวางแผนและบริหารจัดการต้นทุนของหน่วยงานต่อไป
