Publication:
การศึกษาอัตราส่วนที่เหมาะสมของวัสดุรองนอนผสม 2 ชนิด (ขี้กบไม้สนและซังข้าวโพด) สำหรับการเปลี่ยนกรงทุก 7 วัน ในโคโลนีหนูตะเภา Mlac:DH ของศูนย์สัตว์ทดลองแห่งชาติ มหาวิทยาลัยมหิดล

dc.contributor.authorพรรัตนา ช่อมณี
dc.contributor.authorอภิสิทธิ์ เหล่าสันติสุข
dc.contributor.authorมินตรา พลอยสีเขียว
dc.contributor.authorวัลลภ ลิขิตสุนทรวงศ์
dc.contributor.authorพนิดา บุตรรัตน์
dc.contributor.authorธนพร พิณพาทย์
dc.contributor.authorPornrattana Chomanee
dc.contributor.authorApisit Laosantisuk
dc.contributor.authorMintra Ploysrikhew
dc.contributor.authorWanlop Likitsuntornwong
dc.contributor.authorPanida Butrat
dc.contributor.authorThanaporn Pinpart
dc.date.accessioned2024-08-30T08:03:40Z
dc.date.available2024-08-30T08:03:40Z
dc.date.created2567-08-30
dc.date.issued2567
dc.date.received2566-04-21
dc.description.abstractการศึกษานี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาอัตราส่วนการใช้วัสดุรองนอน 2 ชนิด ได้แก่ ขี้กบไม้สนต่อซังข้าวโพด ผสมกันในอัตราส่วนต่าง ๆ 3 กลุ่ม คือ กลุ่มที่ 1 ขี้กบไม้สนมากกว่าซังข้าวโพด (2:1) กลุ่มที่ 2 ขี้กบไม้สนเท่ากับซังข้าวโพด (1:1) และกลุ่มที่ 3 ขี้กบไม้สนน้อยกว่าซังข้าวโพด (1:2) โดยดำเนินการเลี้ยงพ่อแม่พันธุ์หนูตะเภา Mlac:DH บนวัสดุรองนอนผสมในแต่ละกลุ่มเป็นระยะเวลาต่อเนื่อง 7 วัน เพื่อจำลองระยะเวลาการเปลี่ยนกรงที่ 7 วัน มีการเก็บข้อมูลการบริโภคอาหาร การบริโภคน้ำ และน้ำหนักของเสียทุกวัน มีการเก็บข้อมูลภาพวัสดุรองนอนและความสะอาดใต้ท้องตัวสัตว์ในวันที่ 4 และวันที่ 7 วัดปริมาณก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO₂) และก๊าซแอมโมเนีย (NH₃) ภายในกรงสัตว์ทุกวันตั้งแต่วันที่ 4 จนถึงวันที่ 7 พบว่าที่ระยะเวลาการเลี้ยง 7 วัน สภาพวัสดุรองนอนของทุกกลุ่มมีของเสียสะสมเต็มที่ไม่แตกต่างกัน สภาพความสะอาดที่ตัวสัตว์ซึ่งพิจารณาจากรอยเปื้อนมูลบริเวณใต้ท้องหรือลักษณะของขนที่จับตัวเป็นก้อน พบว่าที่ระยะเวลา 4 วัน และ 7 วันนั้น สัตว์ทั้ง 3 กลุ่ม (ทั้งตัวผู้และตัวเมีย) ไม่มีการเปื้อนมูลที่ขนใต้ท้องและไม่มีขนจับเป็นก้อน กล่าวคือทั้ง 3 กลุ่มไม่มีความแตกต่างกัน การบริโภคอาหารและปริมาณของเสียที่เพิ่มขึ้นในแต่ละวันของแต่ละกลุ่มไม่แตกต่างกันทางสถิติ ระดับ CO₂ และ NH₃ ของแต่ละกลุ่มไม่เกินเกณฑ์และไม่แตกต่างทางสถิติ การบริโภคน้ำของหนูทุกกลุ่มสูงกว่าค่าเฉลี่ยการบริโภคน้ำปกติของหนูตะเภารุ่น และการบริโภคน้ำของกลุ่มที่ 3 มีความแตกต่างกับกลุ่มที่ 1 และกลุ่มที่ 2 อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ แต่ทั้งนี้การบริโภคน้ำที่มากกว่าปกตินี้อาจมาจากพฤติกรรมการเล่นน้ำของหนูตะเภาเอง สำหรับสภาพพื้นหน้าของวัสดุรองนอนในกรงเลี้ยง ที่ระยะเวลาการเลี้ยง 7 วัน กลุ่มที่ 1 ซึ่งมีอัตราส่วนขี้กบไม้สนมากกว่าซังข้าวโพด มีการสะสมความชื้นแฉะมากกว่ากลุ่มที่ 2 และ 3 เพราะมีตัวดูดซับน้อย ส่วนกลุ่มที่ 3 ซึ่งมีอัตราส่วนซังข้าวโพดสูงที่สุดเป็นกลุ่มที่สามารถดูดซับความชื้นได้มากที่สุด แต่จากการพิจารณาพื้นผิวของวัสดุรองนอนหลังการเลี้ยง 7 วัน พบว่ามีซังข้าวโพดถูกดันขึ้นไปผสมบนผิวหน้ามากกว่ากลุ่มที่ 1 และ 2 ซึ่งจะเป็นปัจจัยหนึ่งที่ทำให้สัตว์บาดเจ็บที่ฝ่าเท้าได้ซึ่งถือเป็นผลเสียต่อสุขภาพและสวัสดิภาพสัตว์ ดังนั้นจึงสรุปว่าวัสดุรองนอนผสมในกลุ่มที่ 2 ขี้กบไม้สนเท่ากับซังข้าวโพด สามารถใช้ดำเนินการเลี้ยงพ่อแม่พันธุ์หนูตะเภา Mlac:DH ที่ระยะเวลาการเปลี่ยนกรง 7 วันได้ดีกว่าอีก 2 กลุ่ม อย่างไรก็ตาม การศึกษาในอนาคตยังมีความจำเป็นต้องศึกษาเพิ่มเติมถึงผลกระทบในระยะยาวจากการเลี้ยงแบบการเปลี่ยนกรงทุก 7 วันต่อไป
dc.description.abstractThe purpose of this study was to study the ratio of using two types of bedding materials, namely aspen shavings and corncob. Group 1 aspen shavings were more than corncob (2:1), Group 2 aspen shavings were equal to corncob (1:1), and Group 3 aspen shavings were less than corncob (1:2). The Mlac:DH guinea pig breeders were kept on mixed bedding for each group for 7 consecutive days to simulate the 7-day cage replacement period. Feed consumption, water consumption, and waste weight were collected every day. Pictures of the bedding and cleanliness of the animals' bellies were collected on days 4 and 7. Carbon dioxide (CO₂) and ammonia (NH₃) gases were measured within the animal cages daily from day 4 to day 7. It was found that the condition of all groups on the 7thday showed no difference in the accumulated waste. The cleanliness of the animal was determined by fecal smears under the belly or the appearance of clumped hair. It was found that all three groups (both males and females) had no feces on the abdominal hair and no clumped hair after 4 and 7 days. All three groups did not differ from each other. The daily food consumption and the amount of waste in each group were not statistically different. Each group's CO₂ and NH₃ levels were within the acceptable range and were not significantly different. The water consumption of all groups was higher than the average normal water consumption of young adult guinea pigs, and the water consumption of Group 3 was significantly different from Group 1and Group 2. However, this excessive water consumption could be due to the water-play behavior of guinea pigs. For the condition of the surface of the rearing cage at the 7-day rearing, Group 1 had a higher ratio of aspen shavings than corncob, and there was more wetness accumulation than in Groups 2 and 3 because it had less adsorbent. Group 3, which has the highest corncob ratio, was the group that could absorb the most moisture. However, based on the surface texture of the bedding material after the 7-day rearing period, it was found that the corncobs were pushed up to mix in the foreground more than Groups 1 and 2 which could be a factor causing foot injury. This is considered adversely beneficial to animal health and welfare. Thus, it was concluded that the bedding mixture of Group 2 (aspen shavings equal to corncobs) was more effective than the other two groups for housing Mlac:DH guinea pig bloodstocks at the 7-day cage replacement. However, further studies were needed to carried out the effect of long-term rearing on the 7-day cage replacement.
dc.format.extent10 หน้า
dc.format.mimetypeapplication/pdf
dc.identifier.citationวารสารการพัฒนางานประจำสู่งานวิจัย. ปีที่ 11, ฉบับที่ 1 (ม.ค.-มิ.ย. 2567), 19-28
dc.identifier.issn2392-568X
dc.identifier.urihttps://repository.li.mahidol.ac.th/handle/20.500.14594/100639
dc.language.isotha
dc.rightsผลงานนี้เป็นลิขสิทธิ์ของมหาวิทยาลัยมหิดล ขอสงวนไว้สำหรับเพื่อการศึกษาเท่านั้น ต้องอ้างอิงแหล่งที่มา ห้ามดัดแปลงเนื้อหา และห้ามนำไปใช้เพื่อการค้า
dc.rights.holderคณะสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล
dc.subjectวัสดุรองนอน
dc.subjectอัตราส่วน
dc.subjectการเปลี่ยนวัสดุรองนอน
dc.subjectหนูตะเภาสายพันธุ์ Mlac:DH
dc.subjectBedding Materials
dc.subjectRatio
dc.subjectBedding Replacement
dc.subjectMlac:DH Guinea Pig
dc.titleการศึกษาอัตราส่วนที่เหมาะสมของวัสดุรองนอนผสม 2 ชนิด (ขี้กบไม้สนและซังข้าวโพด) สำหรับการเปลี่ยนกรงทุก 7 วัน ในโคโลนีหนูตะเภา Mlac:DH ของศูนย์สัตว์ทดลองแห่งชาติ มหาวิทยาลัยมหิดล
dc.title.alternativeThe Study on Suitable Ratios of Mixed Bedding Materials (Aspen Shavings and Corn cob) for 7-Day Cage Replacement in Mlac:DH Colony of National Laboratory Animal Center, Mahidol University
dc.typeResearch Article
dcterms.accessRightsopen access
dcterms.dateAccepted2566-08-08
dspace.entity.typePublication
mods.location.urlhttps://so03.tci-thaijo.org/index.php/jpr2r/article/view/267741
oaire.citation.endPage28
oaire.citation.issue1
oaire.citation.startPage19
oaire.citation.titleวารสารการพัฒนางานประจำสู่งานวิจัย
oaire.citation.titleJournal of Professional Routine to Research (JPR2R)
oaire.citation.volume11
oairecerif.author.affiliationมหาวิทยาลัยมหิดล. ศูนย์สัตว์ทดลองแห่งชาติ. งานผลิตสัตว์ทดลอง
oairecerif.author.affiliationมหาวิทยาลัยมหิดล. ศูนย์สัตว์ทดลองแห่งชาติ. งานบริการวิชาการ
oairecerif.author.affiliationมหาวิทยาลัยมหิดล. ศูนย์สัตว์ทดลองแห่งชาติ. งานการสัตวแพทย์

Files

Original bundle

Now showing 1 - 1 of 1
No Thumbnail Available
Name:
ac-ar-thanaporn-2567-1.pdf
Size:
3.35 MB
Format:
Adobe Portable Document Format

Collections