Publication: Learning Style Preferences of First-Year Residents in Various Medical Specialties in Ramathibodi Hospital, Thailand
8
17
Issued Date
2023
Resource Type
Resource Version
Accepted Manuscript
Language
eng
File Type
application/pdf
ISSN
0125-3611 (Print)
2651-0561 (Online)
2651-0561 (Online)
Journal Title
Ramathibodi Medical Journal
Volume
46
Issue
3
Start Page
10
End Page
16
Access Rights
open access
Rights
ผลงานนี้เป็นลิขสิทธิ์ของมหาวิทยาลัยมหิดล ขอสงวนไว้สำหรับเพื่อการศึกษาเท่านั้น ต้องอ้างอิงแหล่งที่มา ห้ามดัดแปลงเนื้อหา และห้ามนำไปใช้เพื่อการค้า
Rights Holder(s)
Department of Otolaryngology Faculty of Medicine Ramathibodi Hospital Mahidol University
Bibliographic Citation
Ramathibodi Medical Journal. Vol. 46, No. 3 (Jul - Sep 2023), 10-16
Suggested Citation
Sivaporn Kiatthanabumrung, Navarat Tangbumrungtham, Tosaphon Wisupagan, Chonticha Hunlerd, Ratree Thanoorak, Nilnetre Mahathanaruk, ศิวะพร เกียรติธนะบำรุง, เนาวรัตน์ ตั้งบำรุงธรรม, ทศพร วิศุภกาญจน์, ชลธิชา หุ่นเลิศ, ราตรี ธนูรักษ์, นิลเนตร มหัทธนารักษ์ Learning Style Preferences of First-Year Residents in Various Medical Specialties in Ramathibodi Hospital, Thailand. Ramathibodi Medical Journal. Vol. 46, No. 3 (Jul - Sep 2023), 10-16. 16. Retrieved from: https://repository.li.mahidol.ac.th/handle/123456789/109817
Research Projects
Organizational Units
Authors
Journal Issue
Thesis
Title
Learning Style Preferences of First-Year Residents in Various Medical Specialties in Ramathibodi Hospital, Thailand
Alternative Title(s)
ความถนัดของรูปแบบการเรียนรู้ของแพทย์ประจำบ้านชั้นปีที่ 1 จำแนกตามภาควิชา ณ โรงพยาบาลรามาธิบดี
Abstract
Background: Learning styles preferences play an important role in helping learners acquire knowledge. Because each individual establishes different learning styles, knowing students’ learning preference may help instructors design appropriate teaching methods which aids students to achieve learning outcome more effectively.
Objective: To determine the learning styles in first-year residents of various medical specialties, using the VARK model.
Methods: This cross-sectional descriptive study recruited all first-year residents of academic year 2021 to 2022, at Ramathibodi Hospital. Ninety-five residents gave their consent and submitted the VARK questionnaire. The results were classified into 3 groups of specialties, based on its major characteristics being surgery-based, cognitive-based, or diagnostic-procedure-based.
Results: The VARK preferences in the surgery-based group were as followed; 7.9% aural learners, 26.3% kinesthetic learners, and 65.8% multimodal learners, with none being visual and read/write learners. In the cognitive-based group, the VARK preferences were 7.7% visual learners, 19.2% aural learners, 3.8% read/write learners, 19.2% kinesthetic learners, and 50.0% multimodal learners. In the diagnostic-procedure-based group, the VARK preferences were 8.3% visual learners, 37.5% kinesthetic learners, and 54.2% multimodal learners with none being aural and read/write learners.
Conclusions: The VARK preferences showed that Ramathibodi’s overall first-year residents were mostly multimodal learners with the surgery-based and the diagnostic-procedure-based groups having more kinesthetic preference learners in their specialties.
บทนำ: รูปแบบการเรียนรู้มีบทบาทสำคัญช่วยให้ผู้เรียนได้รับความรู้อย่างเต็มที่ เนื่องจากผู้เรียนแต่ละคนมีรูปแบบการเรียนรู้ที่แตกต่างกัน การทราบถึงความถนัดของรูปแบบการเรียนรู้ของผู้เรียน อาจช่วยให้ผู้สอนสามารถออกแบบแผนการสอนที่เหมาะสม และช่วยให้ผู้เรียนได้ประโยชน์จากการเรียนการสอนมากขึ้นวัตถุประสงค์:เพื่อศึกษาความถนัดของรูปแบบการเรียนรู้ของแพทย์ประจำบ้านชั้นปีที่ 1 ในสาชาวิชาที่หลากหลาย โดยใช้แบบสอบถาม VARK วิธีการศึกษา: การศึกษาเชิงพรรณนาที่จุดเวลาใดเวลาหนึ่งในแพทย์ประจำบ้านชั้นปีที่ 1 ปีการศึกษา 2564 ถึง 2565 ณ โรงพยาบาลรามาธิบดี จำนวน 95 คน ซึ่งให้ความยินยอมและตอบแบบสอบถาม VARK โดยผลคะแนนแบ่งออกเป็น 3 กลุ่ม ตามลักษณะหลักของแต่ละสาขาวิชา ได้แก่ กลุ่มหัตถการการผ่าตัด กลุ่มความคิดวิเคราะห์ และกลุ่มหัตถการการวินิจฉัย ผลการศึกษา: ความถนัดของรูปแบบการเรียนรู้ของแพทย์ประจำบ้านชั้นปีที่ 1 พบว่า กลุ่มหัตถการการผ่าตัดเป็นผู้เรียนรู้ทางโสตประสาท คิดเป็นร้อยละ 7.9 ผู้เรียนรู้ทางร่างกายและความรู้สึก คิดเป็นร้อยละ 26.3 และผู้เรียนรู้แบบผสม คิดเป็นร้อยละ 65.8 โดยไม่พบผู้เรียนรู้ทางสายตาหรือทางการอ่าน/เขียน กลุ่มความคิดวิเคราะห์เป็นผู้เรียนรู้ทางสายตา คิดเป็นร้อยละ 7.7 ผู้เรียนรู้ทางโสตประสาท คิดเป็นร้อยละ 19.2 ผู้เรียนรู้ทางการอ่าน/เขียน คิดเป็นร้อยละ 3.8 ผู้เรียนรู้ทางร่างกายและความรู้สึก คิดเป็นร้อยละ 19.2 และผู้เรียนรู้แบบผสม คิดเป็นร้อยละ 50.0 กลุ่มหัตถการการวินิจฉัยเป็นผู้เรียนรู้ทางสายตา คิดเป็นร้อยละ 8.3 ผู้เรียนรู้ทางร่างกายและความรู้สึก คิดเป็นร้อยละ 37.5 และผู้เรียนรู้แบบผสม คิดเป็นร้อยละ 54.2 โดยไม่พบผู้เรียนรู้ทางโสตประสาท หรือทางการอ่าน/เขียน สรุป: ความถนัดของรูปแบบการเรียนรู้ของแพทย์ประจำบ้านชั้นปีที่ 1 โรงพยาบาลรามาธิบดี ส่วนมากเป็นผู้เรียนรู้แบบผสม โดยกลุ่มสาขาวิชาที่มีหัตถการเป็นความถนัดหลัก ผู้เรียนมีรูปแบบการเรียนรู้ทางร่างกายและความรู้สึกมากกว่ากลุ่มสาขาวิชาอื่น
บทนำ: รูปแบบการเรียนรู้มีบทบาทสำคัญช่วยให้ผู้เรียนได้รับความรู้อย่างเต็มที่ เนื่องจากผู้เรียนแต่ละคนมีรูปแบบการเรียนรู้ที่แตกต่างกัน การทราบถึงความถนัดของรูปแบบการเรียนรู้ของผู้เรียน อาจช่วยให้ผู้สอนสามารถออกแบบแผนการสอนที่เหมาะสม และช่วยให้ผู้เรียนได้ประโยชน์จากการเรียนการสอนมากขึ้นวัตถุประสงค์:เพื่อศึกษาความถนัดของรูปแบบการเรียนรู้ของแพทย์ประจำบ้านชั้นปีที่ 1 ในสาชาวิชาที่หลากหลาย โดยใช้แบบสอบถาม VARK วิธีการศึกษา: การศึกษาเชิงพรรณนาที่จุดเวลาใดเวลาหนึ่งในแพทย์ประจำบ้านชั้นปีที่ 1 ปีการศึกษา 2564 ถึง 2565 ณ โรงพยาบาลรามาธิบดี จำนวน 95 คน ซึ่งให้ความยินยอมและตอบแบบสอบถาม VARK โดยผลคะแนนแบ่งออกเป็น 3 กลุ่ม ตามลักษณะหลักของแต่ละสาขาวิชา ได้แก่ กลุ่มหัตถการการผ่าตัด กลุ่มความคิดวิเคราะห์ และกลุ่มหัตถการการวินิจฉัย ผลการศึกษา: ความถนัดของรูปแบบการเรียนรู้ของแพทย์ประจำบ้านชั้นปีที่ 1 พบว่า กลุ่มหัตถการการผ่าตัดเป็นผู้เรียนรู้ทางโสตประสาท คิดเป็นร้อยละ 7.9 ผู้เรียนรู้ทางร่างกายและความรู้สึก คิดเป็นร้อยละ 26.3 และผู้เรียนรู้แบบผสม คิดเป็นร้อยละ 65.8 โดยไม่พบผู้เรียนรู้ทางสายตาหรือทางการอ่าน/เขียน กลุ่มความคิดวิเคราะห์เป็นผู้เรียนรู้ทางสายตา คิดเป็นร้อยละ 7.7 ผู้เรียนรู้ทางโสตประสาท คิดเป็นร้อยละ 19.2 ผู้เรียนรู้ทางการอ่าน/เขียน คิดเป็นร้อยละ 3.8 ผู้เรียนรู้ทางร่างกายและความรู้สึก คิดเป็นร้อยละ 19.2 และผู้เรียนรู้แบบผสม คิดเป็นร้อยละ 50.0 กลุ่มหัตถการการวินิจฉัยเป็นผู้เรียนรู้ทางสายตา คิดเป็นร้อยละ 8.3 ผู้เรียนรู้ทางร่างกายและความรู้สึก คิดเป็นร้อยละ 37.5 และผู้เรียนรู้แบบผสม คิดเป็นร้อยละ 54.2 โดยไม่พบผู้เรียนรู้ทางโสตประสาท หรือทางการอ่าน/เขียน สรุป: ความถนัดของรูปแบบการเรียนรู้ของแพทย์ประจำบ้านชั้นปีที่ 1 โรงพยาบาลรามาธิบดี ส่วนมากเป็นผู้เรียนรู้แบบผสม โดยกลุ่มสาขาวิชาที่มีหัตถการเป็นความถนัดหลัก ผู้เรียนมีรูปแบบการเรียนรู้ทางร่างกายและความรู้สึกมากกว่ากลุ่มสาขาวิชาอื่น
