Publication: ปัจจัยที่มีผลต่อพฤติกรรมการจัดการตนเองของผู้ที่เป็นโรคข้อเข่าเสื่อม
dc.contributor.author | บุญเรียง พิสมัย | en_US |
dc.contributor.author | มณีรัตน์ ธีระวิวัฒน์ | en_US |
dc.contributor.author | นิรัตน์ อิมามี | en_US |
dc.contributor.author | สุภาพ อารีเอื้อ | en_US |
dc.contributor.author | Manirat Therawiwat | en_US |
dc.contributor.author | Nirat Imamee | en_US |
dc.contributor.author | Suparb Aree-ue | en_US |
dc.contributor.correspondence | มณีรัตน์ ธีระวิวัฒน์ | en_US |
dc.contributor.other | มหาวิทยาลัยมหิดล. คณะสาธารณสุขศาสตร์. ภาควิชาสุขศึกษาและพฤติกรรมศาสตร์ | en_US |
dc.contributor.other | มหาวิทยาลัยมหิดล. คณะแพทยศาสตร์. โรงพยาบาลรามาธิบดี | en_US |
dc.date.accessioned | 2015-05-11T04:44:36Z | |
dc.date.accessioned | 2017-06-30T08:41:17Z | |
dc.date.available | 2015-05-11T04:44:36Z | |
dc.date.available | 2017-06-30T08:41:17Z | |
dc.date.created | 2558-05-11 | |
dc.date.issued | 2555 | |
dc.description.abstract | โรคข้อเข่าเสื่อมพบมากในกลุ่มผู้สูงอายุการปฏิบัติตัวที่ไม่ถูกต้องอาจเกิดอาการรุนแรงได้ภายใน 1-3 ปี การวิจัยเชิงสำรวจนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาปัจจัยที่สัมพันธ์และทำนายพฤติกรรมการจัดการตนเองเพื่อป้องกันความรุนแรงของโรคข้อเข่า เสื่อมของผู้ป่วย จำนวน 200คน รวบรวมข้อมูลโดยการสัมภาษณ์ วิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติ ไค-สแควร์ สัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์แบบเพียร์สัน และวิเคราะห์การจำแนกพหุ ผลการศึกษาพบว่า ความรู้การรับรู้ความสามารถในการจัดการตนเอง การได้รับแรงสนับสนุนทางสังคม และการเข้าร่วมกิจกรรมสร้างเสริมความรู้และทักษะจากโรงพยาบาล มีความสัมพันธ์กับพฤติกรรมการจัดการตนเอง อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p<0.05) ส่วน เพศ อายุ สถานภาพสมรส ระดับการศึกษา อาชีพ รายได้ ดัชนีมวลกายระยะเวลาที่เป็นโรค ความรุนแรงของโรค และการรับรู้ความรุนแรงของโรคไม่มีความสัมพันธ์กับพฤติกรรมการจัดการตนเอง จากแบบจำลองการวิเคราะห์การจำแนกพหุ 7 ปัจจัย คือ ความรู้เกี่ยวกับโรคข้อเข่าเสื่อม การรับรู้ความรุนแรงของโรค การรับรู้ ความสามารถในการจัดการตนเอง การเข้าร่วมกิจกรรมสร้างเสริมความรู้และทักษะ การได้รับแรงสนับสนุนทางสังคมจากบุคลากรในโรงพยาบาลและจากบุคคลในครอบครัว และระดับความรุนแรงของโรคข้อเข่าเสื่อมสามารถร่วมกันทำนายความแปรปรวนของพฤติกรรมการจัดการตนเองของผู้ป่วยโรคข้อเข่าเสื่อม ได้ร้อยละ 30(R2 = 0.296) เมื่อควบคุมอิทธิพลของปัจจัยอื่นๆแล้ว พบว่าการรับรู้ความสามารถในการจัดการตนเองเป็นปัจจัยที่มีความสำคัญต่อพฤติกรรมการจัดการตนเองมากที่สุด รองลงมาคือ การได้รับแรงสนับสนุนทางสังคมจากบุคลากรของโรงพยาบาล (Beta = 0.32 และ 0.21 ตามลำดับ) ดังนั้นการส่งเสริมให้ผู้ป่วยโรคข้อเข่าเสื่อมมีพฤติกรรมการจัดการตนเองเพื่อป้องกันความรุนแรงของโรค ควรเน้นการพัฒนา การรับรู้ความสามารถในการจัดการตนเองและการให้แรงสนับสนุนทางสังคมจากบุคลากรของโรงพยาบาล Osteoarthritis of the knee is commonly found among elderly. Performing risk behaviors will accelerate its severity within 1 to 3 years. This survey research aims to study the factors related to and predict self-management behaviors of 200 samples. Data were collected by interviewing and were analyzed by Chisquare test, Pearson’s product moment correlation, and Multiple Classifi cation Analysis. The study results showed that the knowledge, self-effi cacy to perform self-management, receiving social support, and participation in knowledge and skill enhancement activities provided by the orthopedic unit were significantly related to self-management behaviors. However, the relationship between gender, age, marital status, educational level, occupation, income, body mass index, duration of having osteoarthritis, perceived severity of the osteoarthritis and self-management behaviors was not found. From Multiple Classifi cation Analysis model, it was found that 30 percent of the variance of self-management behaviors (R2=0.296) could be explained by the seven factors: knowledge regarding osteoarthritis, perceived severity of the disease, perceived self-effi cacy, participation in knowledge and skill enhancement activities, receiving social support from personnel in hospital and family member, and severity of the disease. Once the effect of all other factors were taken into account, perceived self-effi cacy was found to be the most important factor in performing self-management behaviors (Beta=0.32) followed by social support from the orthopedic unit staffs (Beta=0.21). Therefore, to promote selfmanagement behaviors of the osteoarthritis patients, learning activities should be emphasized more on the enhancement of selfefficacy to perform self-management, and providing social support from the orthopedic unit staffs. | en_US |
dc.identifier.citation | วารสารสาธารณสุขศาสตร์. ปีที่ 42, ฉบับที่ 2 (2555), 54-67 | en_US |
dc.identifier.issn | 0125-1678 | |
dc.identifier.uri | https://repository.li.mahidol.ac.th/handle/20.500.14594/2511 | |
dc.language.iso | tha | en_US |
dc.rights | มหาวิทยาลัยมหิดล | en_US |
dc.rights.holder | มหาวิทยาลัยมหิดล | en_US |
dc.subject | โรคข้อเข่าเสื่อม | en_US |
dc.subject | พฤติกรรมการจัดการตนเอง | en_US |
dc.subject | Osteoarthritis | en_US |
dc.subject | Self-Management Behavior | en_US |
dc.subject | Open Access article | en_US |
dc.subject | วารสารสาธารณสุขศาสตร์ | en_US |
dc.subject | Journal of Public Health | en_US |
dc.title | ปัจจัยที่มีผลต่อพฤติกรรมการจัดการตนเองของผู้ที่เป็นโรคข้อเข่าเสื่อม | en_US |
dc.title.alternative | Factors related to self-management behaviors for persons with osteoarthritis | en_US |
dc.type | Article | en_US |
dspace.entity.type | Publication | |
mods.location.url | http://www.ph.mahidol.ac.th/journal/42_2/05.pdf |