Publication: The impact of oral status on daily performances among 6th grade primary school children in Bangbon district, Bangkok
Issued Date
2009
Resource Type
Language
eng
ISSN
1905-1387
Rights
Mahidol University
Rights Holder(s)
ASEAN Institute for Health Development Mahidol University
Bibliographic Citation
Journal of Public Health and Development. Vol.7, No.1 (2009), 1-12
Suggested Citation
Jariya Supananthaporn, จริยา ศุภนันทพร, Jiraporn Chompikul, จิราพร ชมพิกุล, Sirikul Isaranurug, ศิริกุล อิศรานุรักษ์ The impact of oral status on daily performances among 6th grade primary school children in Bangbon district, Bangkok. Journal of Public Health and Development. Vol.7, No.1 (2009), 1-12. Retrieved from: https://repository.li.mahidol.ac.th/handle/20.500.14594/1615
Research Projects
Organizational Units
Authors
Journal Issue
Thesis
Title
The impact of oral status on daily performances among 6th grade primary school children in Bangbon district, Bangkok
Alternative Title(s)
ผลกระทบจากสภาวะช่องปากต่อการดำเนินชีวิตประจำวันของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ในเขตบางบอน จังหวัดกรุงเทพมหานคร
Other Contributor(s)
Abstract
A cross-sectional study was conducted to determine the prevalence of dental
caries, gingivitis and characteristics of oral impacts on daily performances among the 6th
grade primary school children in Bangbon district, Bangkok. 160 children were
interviewed by using Child-Oral Impacts on Daily Performances index (Child-OIDP)
and were examined dental caries and gingivitis using criterion of WHO and the
Community Periodontal Index of Treatment Needs (CPITN). Data collection was
done from January 5 to February 6, 2009.
The results illustrated the prevalence of dental caries was 55.63% and mean
DMFT was 1.61. The prevalence of gingivitis was 99.38%. Regarding the oral impacts
on daily performances, 80.63% of school children had oral impacts on their daily life.
The prevalence of impacts was high on eating (61.88%) and cleaning teeth (41.88%).
Almost half of school children (45.01%) had very little and little intensity of impacts.
For perceived causes of impacts, toothache (51.94%), sensitive tooth (37.21%)
and oral ulcer (20.93%) were highly prominent.
The results from clinical index and Child-OIDP index showed discrepancy.
So there is the challenge for dental personnel to integrate both measures to plan
oral health promotion programs, setting priorities of oral health services and allocating
oral health resources in primary schools.
การศึกษานี้เป็นการศึกษาแบบตัดขวางเพื่อประเมินความชุกของโรคฟันผุความชุกของโรคเหงือกอักแสบ และผลกระทบจากสภาวะช่องปากต่อการดำเนินชีวิตประจำวันของเด็ก สัมภาษณ์นักเรียนประถมศึกษาปีที่ 6 จำนวน 160 คน เพื่อประเมินผลกระทบจากสภาวะช่องปากโดยใช้ดัชนี Child-OIDP และตรวจรอย โรคฟันผุและสภาวะเหงือกอักแสบโดยใช้ข้อบ่งชี้ขององค์การอนามัยโลก และดัชนีสำหรับวัดความจำเป็นในการรักษาดรคปริทันต์ เก็บรวบรวมข้อมูล ระหว่างวันที่ 5 มกราคม ถึง 6 กุมภาพันธ์ 2552 นักเรียนมีความชุกของโรคฟันผุร้อยละ 55.63 ค่าเฉลื่ยฟันผุ ถอน อุด เท่ากับ 1.61 ซี่ต่อคน ความชุกของโรคเหงือกอ้สแสบเท่ากับร้อยละ 99.38 เพียงร้อยละ 8.13 พบเด็กนักเรียนร้อยละ 80.86 มีผลกระทบจากสภาวะช่องปากต่อการดำเนินชีวิตประจำวัน โดยร้อยละ 61.88 มีปัญหาในการรับประทานอาหาร และร้อยละ 41.88 มีปัญหาด้านการทำความสะอาดช่องปากนักเรียนเกือบครึ่งหนึ่ง (45.01%)มีความเข้มของปัญหาระดับเล็กน้อย สำหรับสาเหตุตาม ความรับรู้ของปัญหา พบว่าส่วนใหญ่เกิดจากการปวดฟัน(ร้อยละ 51.94)เสียวฟัน(ร้อยละ 37.21)และแผลร้อนใน(ร้อยละ 20.93) ผลการศึกษาพบว่ามีความแตกต่างกันระหว่างการตรวจทางคลินิกและผลกระทบจากช่องปากต่อคุณภาพชีวิตของเด็กทั้งที่ควรจะเป็นไปในทางเดียวกัน ดังนั้นถือเป็นเรื่องท้าทาย ที่ทันตบุคลากรจะเชื่อมโยงการตรวจทั้ง 2 ด้านเข้าด้วยกัน เพื่อการวางแผนโครงการส่งเสริมสุขภาพช่องปาก การจัดลำดับความสำคัญในการรักษาทางทันตกรรม และจัดสรรทรัพยากร ทางทันตกรรมในโรงเรียนประถมศึกษา
การศึกษานี้เป็นการศึกษาแบบตัดขวางเพื่อประเมินความชุกของโรคฟันผุความชุกของโรคเหงือกอักแสบ และผลกระทบจากสภาวะช่องปากต่อการดำเนินชีวิตประจำวันของเด็ก สัมภาษณ์นักเรียนประถมศึกษาปีที่ 6 จำนวน 160 คน เพื่อประเมินผลกระทบจากสภาวะช่องปากโดยใช้ดัชนี Child-OIDP และตรวจรอย โรคฟันผุและสภาวะเหงือกอักแสบโดยใช้ข้อบ่งชี้ขององค์การอนามัยโลก และดัชนีสำหรับวัดความจำเป็นในการรักษาดรคปริทันต์ เก็บรวบรวมข้อมูล ระหว่างวันที่ 5 มกราคม ถึง 6 กุมภาพันธ์ 2552 นักเรียนมีความชุกของโรคฟันผุร้อยละ 55.63 ค่าเฉลื่ยฟันผุ ถอน อุด เท่ากับ 1.61 ซี่ต่อคน ความชุกของโรคเหงือกอ้สแสบเท่ากับร้อยละ 99.38 เพียงร้อยละ 8.13 พบเด็กนักเรียนร้อยละ 80.86 มีผลกระทบจากสภาวะช่องปากต่อการดำเนินชีวิตประจำวัน โดยร้อยละ 61.88 มีปัญหาในการรับประทานอาหาร และร้อยละ 41.88 มีปัญหาด้านการทำความสะอาดช่องปากนักเรียนเกือบครึ่งหนึ่ง (45.01%)มีความเข้มของปัญหาระดับเล็กน้อย สำหรับสาเหตุตาม ความรับรู้ของปัญหา พบว่าส่วนใหญ่เกิดจากการปวดฟัน(ร้อยละ 51.94)เสียวฟัน(ร้อยละ 37.21)และแผลร้อนใน(ร้อยละ 20.93) ผลการศึกษาพบว่ามีความแตกต่างกันระหว่างการตรวจทางคลินิกและผลกระทบจากช่องปากต่อคุณภาพชีวิตของเด็กทั้งที่ควรจะเป็นไปในทางเดียวกัน ดังนั้นถือเป็นเรื่องท้าทาย ที่ทันตบุคลากรจะเชื่อมโยงการตรวจทั้ง 2 ด้านเข้าด้วยกัน เพื่อการวางแผนโครงการส่งเสริมสุขภาพช่องปาก การจัดลำดับความสำคัญในการรักษาทางทันตกรรม และจัดสรรทรัพยากร ทางทันตกรรมในโรงเรียนประถมศึกษา