Publication: Factors Predicting Depressive Symptoms among Older People in Community in Bali, Indonesia
17
9
Issued Date
2020
Resource Type
Language
eng
Rights
Mahidol University
Rights Holder(s)
Faculty of Nursing Mahidol University
Bibliographic Citation
Nursing Science Journal of Thailand. Vol. 38, No. 4 (Oct - Dec 2020), 62-76
Suggested Citation
Made Dian Shanti Kusuma, Yajai Sitthimongkol, Virapun Wirojratana, Paungpet Kesornsamut, ยาใจ สิทธิมงคล, วิราพรรณ วิโรจน์รัตน์, พวงเพชร เกษรสมุทร Factors Predicting Depressive Symptoms among Older People in Community in Bali, Indonesia. Nursing Science Journal of Thailand. Vol. 38, No. 4 (Oct - Dec 2020), 62-76. Retrieved from: https://repository.li.mahidol.ac.th/handle/123456789/60635
Research Projects
Organizational Units
Authors
Journal Issue
Thesis
Title
Factors Predicting Depressive Symptoms among Older People in Community in Bali, Indonesia
Alternative Title(s)
ปัจจัยทำนายอาการซึมเศร้าในผู้สูงอายุที่อยู่ในชุมชน จังหวัดบาหลี ประเทศอินโดนีเซีย
Other Contributor(s)
Abstract
Purpose: To examine the rate of depressive symptoms and factors predicting depressive symptoms among older people in community.
Design: Correlational predictive study.
Methods: The study is descriptive and cross-sectional. Simple random sampling was used to select 177 older people living in Bali, Indonesia. A cognitive assessment was carried out prior to selection. The instruments were self-reported Non-Communicable Diseases, behavioral risk questionnaires including smoking behavior, Body Mass Index, alcohol consumption, physical activity, adverse life events scale, and depression scale. Descriptive statistics and logistic regression were employed for statistical analysis.
Main Findings: The findings revealed that approximately 42% of respondents had depressive symptoms. Adverse life events, having more than three Non-Communicable Diseases, and low physical activity were found as significant predictors of depressive symptoms (Odds Ratio = 1.30, 4.41, 4.60, p < .05, respectively). Gender, Body Mass Index, smoking, and alcohol consumption were not found to be significant predictors of depressive symptoms.
Conclusion and recommendations: The findings support that the older people living in community are at risk of depression. Depressive symptoms could be predicted by adverse life events, non-communicable diseases and low physical activities. This research contributes to the community nurses on the promotion of physical activity to those older people with Non-Communicable Diseases and proposes interventions that permit improvements in their psychological health. Community nurses should develop an intervention aiming to prevent depression, through promotion of physical activity in accordance with physical ability, and enhancing coping skills.
วัตถุประสงค์: เพื่อศึกษาอัตราการเกิดภาวะซึมเศร้าและอำนาจในการทำนายอาการซึมเศร้าในผู้สูงอายุที่อยู่ในชุมชน รูปแบบการวิจัย: การศึกษาความสัมพันธ์เชิงทำนาย วิธีดำเนินการวิจัย: กลุ่มตัวอย่างเป็นผู้สูงอายุที่อาศัยอยู่ในจังหวัดบาหลี ประทศอินโดนีเซีย จำนวน 177 คน คัดเลือกกลุ่มตัวอย่างโดยการสุ่มอย่างง่าย กลุ่มตัวอย่างทุกคนจะถูกคัดกรองโดยแบบทดสอบระดับการรู้คิด เก็บข้อมูลโดยใช้แบบสอบถามโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง แบบประเมินพฤติกรรมเสี่ยงต่อสุขภาพ ประกอบด้วย แบบประเมินการสูบบุหรี่ ดัชนีมวลกาย การดื่มแอลกอฮอล์ และกิจกรรมทางกาย แบบวัดเหตุการณ์ไม่พึงประสงค์ และแบบวัดอาการซึมเศร้า วิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติเชิงพรรณนา และสถิติถดถอยพหุโลจิสติก ผลการวิจัย: พบอัตราการมีภาวะซึมเศร้าในผู้สูงอายุที่อยู่ในชุมชนถึงร้อยละ 42 และพบว่าเหตุการณ์ไม่พึงประสงค์ การมีโรคไม่ติดต่อเรื้อรังมากกว่า 3 โรค และกิจกรรมทางกายสามารถทำนายอาการซึมเศร้าได้อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (Odds Ratio = 1.30, 4.41, 4.60, p < .05 ตามลำดับ) แต่เพศ ดัชนีมวลกาย การสูบบุหรี่ การดื่มแอลกอฮอล์ไม่สามารถทำนายอาการซึมเศร้าในผู้สูงอายุที่อยู่ในชุมชนได้ สรุปและข้อเสนอแนะ: การศึกษานี้พบว่าผู้สูงอายุในชุมชนมีความเสี่ยงต่อการเกิดภาวะซึมเศร้า และปัจจัยทำนายภาวะซึมเศร้า ได้แก่การเผชิญกับเหตุการณ์เปลี่ยนแปลงในชีวิต มีโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง และมีกิจกรรมทางกายต่ำ ผลการวิจัยนี้สนับสนุนให้พยาบาลชุมชนควรจัดกิจกรรม/โครงการส่งเสริมสุขภาพทางจิตของผู้สูงอายุที่มีโรคไม่ติดต่อเรื้อรังโดยเพิ่มการมีกิจกรรมทางกาย และการฝึกทักษะการจัดการกับปัญหาโดยพิจารณาให้มีความเหมาะสมกับสภาพการเจ็บป่วยด้วยโรคไม่ติดต่อเรื้อรังเพื่อป้องกันการเกิดอาการซึมเศร้าของผู้สูงอายุด้วย
วัตถุประสงค์: เพื่อศึกษาอัตราการเกิดภาวะซึมเศร้าและอำนาจในการทำนายอาการซึมเศร้าในผู้สูงอายุที่อยู่ในชุมชน รูปแบบการวิจัย: การศึกษาความสัมพันธ์เชิงทำนาย วิธีดำเนินการวิจัย: กลุ่มตัวอย่างเป็นผู้สูงอายุที่อาศัยอยู่ในจังหวัดบาหลี ประทศอินโดนีเซีย จำนวน 177 คน คัดเลือกกลุ่มตัวอย่างโดยการสุ่มอย่างง่าย กลุ่มตัวอย่างทุกคนจะถูกคัดกรองโดยแบบทดสอบระดับการรู้คิด เก็บข้อมูลโดยใช้แบบสอบถามโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง แบบประเมินพฤติกรรมเสี่ยงต่อสุขภาพ ประกอบด้วย แบบประเมินการสูบบุหรี่ ดัชนีมวลกาย การดื่มแอลกอฮอล์ และกิจกรรมทางกาย แบบวัดเหตุการณ์ไม่พึงประสงค์ และแบบวัดอาการซึมเศร้า วิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติเชิงพรรณนา และสถิติถดถอยพหุโลจิสติก ผลการวิจัย: พบอัตราการมีภาวะซึมเศร้าในผู้สูงอายุที่อยู่ในชุมชนถึงร้อยละ 42 และพบว่าเหตุการณ์ไม่พึงประสงค์ การมีโรคไม่ติดต่อเรื้อรังมากกว่า 3 โรค และกิจกรรมทางกายสามารถทำนายอาการซึมเศร้าได้อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (Odds Ratio = 1.30, 4.41, 4.60, p < .05 ตามลำดับ) แต่เพศ ดัชนีมวลกาย การสูบบุหรี่ การดื่มแอลกอฮอล์ไม่สามารถทำนายอาการซึมเศร้าในผู้สูงอายุที่อยู่ในชุมชนได้ สรุปและข้อเสนอแนะ: การศึกษานี้พบว่าผู้สูงอายุในชุมชนมีความเสี่ยงต่อการเกิดภาวะซึมเศร้า และปัจจัยทำนายภาวะซึมเศร้า ได้แก่การเผชิญกับเหตุการณ์เปลี่ยนแปลงในชีวิต มีโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง และมีกิจกรรมทางกายต่ำ ผลการวิจัยนี้สนับสนุนให้พยาบาลชุมชนควรจัดกิจกรรม/โครงการส่งเสริมสุขภาพทางจิตของผู้สูงอายุที่มีโรคไม่ติดต่อเรื้อรังโดยเพิ่มการมีกิจกรรมทางกาย และการฝึกทักษะการจัดการกับปัญหาโดยพิจารณาให้มีความเหมาะสมกับสภาพการเจ็บป่วยด้วยโรคไม่ติดต่อเรื้อรังเพื่อป้องกันการเกิดอาการซึมเศร้าของผู้สูงอายุด้วย
Sponsorship
งานวิจัยนี้ได้รับทุนสนับสนุนจาก The Indonesia Endowment Fund for Education (Lembaga Pengelola Dana Pendidikan [LPDP]) Scholarship
