Publication: บทบาทของแรงจูงใจในความสัมพันธ์ระหว่างภาวะซึมเศร้า การดูแลตนเองและการควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดของผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 ณ โรงพยาบาลตติยภูมิแห่งหนึ่งในกรุงเทพมหานคร
Issued Date
2557
Resource Type
Language
tha
ISSN
0125-1678
Rights
มหาวิทยาลัยมหิดล.
Rights Holder(s)
มหาวิทยาลัยมหิดล.
Bibliographic Citation
วารสารสาธารณสุขศาสตร์. ปีที่ 44, ฉบับที่ 1 (2557), 4-16
Suggested Citation
วิชุดา บุษบงค์, นพพร โหวธีระกุล, นวรัตน์ สุวรรณผ่อง, เพชร รอดอารีย์, ดุสิต สุจิรารัตน์, Nopporn Howteerakul, Nawarat Suwannapong, Dusit Sujirarat บทบาทของแรงจูงใจในความสัมพันธ์ระหว่างภาวะซึมเศร้า การดูแลตนเองและการควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดของผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 ณ โรงพยาบาลตติยภูมิแห่งหนึ่งในกรุงเทพมหานคร. วารสารสาธารณสุขศาสตร์. ปีที่ 44, ฉบับที่ 1 (2557), 4-16. สืบค้นจาก: https://repository.li.mahidol.ac.th/handle/20.500.14594/2503
Research Projects
Organizational Units
Authors
Journal Issue
Thesis
Title
บทบาทของแรงจูงใจในความสัมพันธ์ระหว่างภาวะซึมเศร้า การดูแลตนเองและการควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดของผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 ณ โรงพยาบาลตติยภูมิแห่งหนึ่งในกรุงเทพมหานคร
Alternative Title(s)
Role of motivation in the relationship between depression, self-care, and glycemic control of type 2 diabetes in patients attending a tertiary care hospital, Bangkok
Corresponding Author(s)
Abstract
ศึกษาภาคตัดขวางโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อทดสอบความสัมพันธ์ระหว่างภาวะซึมเศร้าของผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 กับ 1) การดูแลตนเองเกี่ยวกับเบาหวานโดยส่งผ่านแรงจูงใจในการดูแลลสุขภาพ และ 2) การควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด โดยส่งผ่านการดูแลตนเองเกี่ยวกับเบาหวาน ประยุกต์ใช้แบบจำลองข้อมูลข่าวสาร-แรงจูงใจ-ทักษะพฤติกรรมการดูแลตนเองเกี่ยวกับเบาหวาน สุ่มตัวอย่างแบบมีระบบ โดยสัมภาษณ์ผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 อายุตั้งแต่ 35 ปีขึ้นไป จำนวน 500 ราย ของโรงพยาบาลตติยภูมิแห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ และเก็บผลการตรวจเลือดจากเวชระเบียนผู้ป่วย เก็บข้อมูลทั่วไป ภาวะซึมเศร้า ข้อมูลข่าวสาร (ความรู้เกี่ยวกับเบาหวาน) แรงจูงใจส่วนบุคคล (ทัศนคติเกี่ยวกับเบาหวาน) แรงจูงใจทางสังคม (การสนับสนุนทางสังคม) ทักษะพฤติกรรมสุขภาพ (สมรรถนะในตนในการดูแลตนเองกี่ยวกับเบาหวาน) และพฤติกรรมสุขภาพ (การดูแลตนเองเกี่ยวกับเบาหวาน ) ใช้การวิเคราะห์สมการโครงสร้างเพื่อทดสอบและทำนายเส้นทางความสัมพันธ์ ผลการศึกษาพบว่า แบบจำลองที่มีการปรับแก้ไข สามารถอธิบายความสัมพันธ์ระหว่างภาวะซึมเศร้า การดูแลตนเองเกี่ยวกับเบาหวาน และการควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดของผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 ได้ ภาวะซึมเศร้ามีความสัมพันธ์โดยตรงทางลบต่อการดูแลตนเองเกี่ยวกับเบาหวาน (p<0.01) และทางอ้อมต่อการดูแลตนเองเกี่ยวกับเบาหวาน โดยส่งผ่านทัศนคติเกี่ยวกับเบาหวาน และควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด โดยส่งผ่านการลดลงของการดูแลตนเองเกี่ยวกับเบาหวาน ผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 ที่มีภาวะซึมเศร้าควรได้รับการส่งเสริมให้มีทัศนคติที่ดีเกี่ยวกับเบาหวาน และได้รับความช่วยเหลือจากผู้ดูแลและเจ้าหน้าที่อย่างสม่ำเสมอ
This cross-sectional study aimed to
examine the relationship between depression in type 2 diabetes mellitus (T2DM) patients with 1) diabetes self-care via motivation, and 2) glycemic control via diabetes self-care. The Information-Motivation-Behavior Skills
model of Diabetes Self-care (IMB-DSC) was the framework applied to this study. Five hundred T2DM participants aged ≥35 years from a tertiary care hospital in Bangkok were systematically recruited and interviewed using
structured questionnaires. Information collected included blood test results from medical records, general characteristics, depression, information (diabetes knowledge), personal motivation (attitudes towards diabetes), social
motivation (social support), health behavioral skills (diabetes self-effi cacy), and health behavior (diabetes self-care). Structural Equation Modeling (SEM) was used to test predicted pathways. A trimmed relationship
model explained the relationships between depression, diabetes self-care, and glycemic control. Depression was directly, negatively related to diabetes self-care (p <0.01), and indirectly related to decreased diabetes
self-care via decreased attitudes towards diabetes and glycemic control. Those T2DM patients suffering depression should be assisted to develop more positive attitudes towards diabetes through the support of their
caregivers and health team.