Publication: Factors affecting the utilization of quality antenatal care services among Myanmar migrants in Thai health care facilities: Tak and Samut Sakhon Province
30
7
Issued Date
2016
Resource Type
Language
eng
ISSN
1905-1387
Rights
Mahidol University
Rights Holder(s)
ASEAN Institute for Health Development. Mahidol University
Bibliographic Citation
Journal of Public Health and Development. Vol. 14, No.3 (Sep - Dec 2016), 45-57
Suggested Citation
Linn Zaw Myo, Sariyamon Tiraphat, Nate Hongkrailert Factors affecting the utilization of quality antenatal care services among Myanmar migrants in Thai health care facilities: Tak and Samut Sakhon Province. Journal of Public Health and Development. Vol. 14, No.3 (Sep - Dec 2016), 45-57. Retrieved from: https://repository.li.mahidol.ac.th/handle/123456789/2411
Research Projects
Organizational Units
Authors
Journal Issue
Thesis
Title
Factors affecting the utilization of quality antenatal care services among Myanmar migrants in Thai health care facilities: Tak and Samut Sakhon Province
Alternative Title(s)
ปัจจัยที่มีผลต่อการรับบริการฝากครรภ์คุณภาพของ กลุ่มแรงงานข้ามชาติพม่าในโรงพยาบาลไทย: จังหวัดตากและสมุทรสาคร
Author(s)
Other Contributor(s)
Abstract
This cross-sectional study was conducted to investigate the factors affecting the utilization of quality antenatal care
services among Myanmar migrant women in Thai health care facilities at Tak and Samut Sakhon. The sample size was
402 Myanmar migrant women selected by purposive sampling from Mae Tao clinic and Samut Sakhon hospital. The data
were collected through face to face interview using structured questionnaires. Descriptive statistics were used to describe
the characteristics of the sample. Chi-square test and multiple logistic regressions were used to determine the association
between independent variables and utilization of quality antenatal care.
The finding showed that 53% of the women utilized quality antenatal care services with 2 criteria; whereas 62.4% had
early visit of antenatal care within the first trimester of pregnancy and 73.9% utilized antenatal care services at least 5 times
or more. Utilization of quality antenatal care services was significantly associated with the place of residency, women’s
age, women’s education, number of pregnancy, number of children, intention to pregnancy, staying in Thailand in first 3
months of pregnancy, knowledge level, attitude, legal status, presence or absence of health insurance, family’s income,
social support, satisfaction, accessibility and availability of antenatal care services. After adjusting with other variables,
multiple logistic regression revealed that urban women were 3.5 times more likely to utilize early and regular antenatal care
services than rural counterparts. Women who did not have plan to go back to Myanmar, with higher knowledge, higher
social support, and higher satisfaction to antenatal care services were more likely to utilize quality antenatal care services
antenatal care services than those who planned to go back to Myanmar, had lower knowledge, lower social support and
lower satisfaction level to antenatal care services with OR 3.35, 2.82, 2.63and 1.73 respectively
From the result of this study, interventions such as public health education and health promotion concerning antenatal
care should be undertaken especially in the rural area. Moreover, policies to encourage utilization of ANC by migrant
women should be implemented in order to increase the rate of utilization of quality antenatal care services
การศึกษาแบบตัดขวางในโรงพยาบาลนี้ทำเพื่อศึกษาปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับการรับบริการฝากครรภ์คุณภาพ ของ กลุ่มแรงงานหญิง ข้ามชาติพม่าในโรงพยาบาลที่อยู่ในจังหวัด ตากและสมุทรสาคร ประชากรตัวอย่างคอื แรงงานหญิงข้ามชาติพม่า 402 ราย การสุ่ม ตัวอย่างเป็นแบบเฉพาะเจาะจงจากคลินิกแม่ดาวและโรงพยาบาลสมุทรสาคร เก็บ รวบรวมข้อมูล โดยใช้แบบสอบถาม สถิติเชิงพรรณนาถูกนำมาใช้เพื่ออธิบายลักษณะของประชากรตัวอย่าง การทดสอบไคสแควร์และการ ถดถอยโลจิสติกพหุคูณนำมาใช้เพื่อหาความสัมพันธ์ระหว่างตัวแปรและเพื่อทำนายปัจจัยที่มีผลต่อการฝากครรภ์คุณภาพ ผลการวิจัยแสดงให้เห็นว่าสัดส่วนของผู้หญิงที่มาใช้บริการฝากครรภ์คุณภาพคิดเป็น 53% ในขณะที่ 62.4% มาฝาก ครรภ์ครั้งแรกภายในไตรมาสแรกของการตั้งครรภ์ และ 73.9% ใช้บริการฝากครรภ์อย่างน้อย 5 ครั้ง การใช้บริการ ฝากครรภ์คุณภาพมีความสัมพันธ์อย่างมีนัยสำคัญกับ สถานที่อยู่อาศัย อายุ ระดับการศึกษา จำนวนของการตั้งครรภ์ จำนวนบุตร ความตั้งใจที่จะตั้งครรภ์ แผนคลอด ระดับความรู้ ทัศนคติ สถานะทางกฎหมาย ประกันสุขภาพ รายได้ของ ครอบครัว การสนับสนุนทางสังคม ความพึงพอใจที่มีต่อการใช้บริการ และการเข้าถึงและความพร้อมในการรับบริการ ฝากครรภ์ ผลของการวิเคราะห์การถดถอยโลจิสติกพหุคูณ ชี้ให้เห็นว่าผู้หญิงในเมืองมีแนวโน้มที่จะใช้บริการฝากครรภ์ คุณภาพสูงกว่าผู้หญิงในชนบทคิดเป็น 3.5 เท่า ผู้หญิงที่ไม่ได้มีการวางแผนที่จะกลับไปยังประเทศพม่า ผู้หญิงที่มีความ รู้สูงกว่า มีการสนับสนุนทางสังคมที่มากกว่า และมีความพึงพอใจในการรับบริการฝากครรภ์ที่สูงกว่ามีแนวโน้มที่จะใช้ บริการฝากครรภ์คุณภาพสูงกว่าผู้ที่วางแผนที่จะกลับไปยังประเทศพม่า มีความรู้ต่ำกว่า ได้รับการสนับสนุนทางสังคมที่ น้อยกว่า และมีระดับความพึงพอใจของการบริการที่ต่ำคิดเป็น 3.35, 2.82, 2.63 และ 1.73 เท่า ตามลำดับ ผลการศึกษาครั้งนี้สามารถชี้ให้เห็นว่า การให้กิจกรรมในชุมชน เช่น การให้การศึกษาด้านสาธารณสุข และการ ส่งเสริมสุขภาพเกี่ยวกับการฝากครรภ์ควรจะได้รับการดำเนินการโดยเฉพาะอย่างยิ่งในพื้นที่ชนบท นอกจากนี้นโยบายที่ ส่งเสริมการใช้บริการฝากครรภ์ ในกลุ่มผู้หญิงข้ามชาติควรจะได้รับการสนับสนุนเพื่อเพิ่มอัตราการรับบริการฝากครรภ์ ที่มีคุณภาพ
การศึกษาแบบตัดขวางในโรงพยาบาลนี้ทำเพื่อศึกษาปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับการรับบริการฝากครรภ์คุณภาพ ของ กลุ่มแรงงานหญิง ข้ามชาติพม่าในโรงพยาบาลที่อยู่ในจังหวัด ตากและสมุทรสาคร ประชากรตัวอย่างคอื แรงงานหญิงข้ามชาติพม่า 402 ราย การสุ่ม ตัวอย่างเป็นแบบเฉพาะเจาะจงจากคลินิกแม่ดาวและโรงพยาบาลสมุทรสาคร เก็บ รวบรวมข้อมูล โดยใช้แบบสอบถาม สถิติเชิงพรรณนาถูกนำมาใช้เพื่ออธิบายลักษณะของประชากรตัวอย่าง การทดสอบไคสแควร์และการ ถดถอยโลจิสติกพหุคูณนำมาใช้เพื่อหาความสัมพันธ์ระหว่างตัวแปรและเพื่อทำนายปัจจัยที่มีผลต่อการฝากครรภ์คุณภาพ ผลการวิจัยแสดงให้เห็นว่าสัดส่วนของผู้หญิงที่มาใช้บริการฝากครรภ์คุณภาพคิดเป็น 53% ในขณะที่ 62.4% มาฝาก ครรภ์ครั้งแรกภายในไตรมาสแรกของการตั้งครรภ์ และ 73.9% ใช้บริการฝากครรภ์อย่างน้อย 5 ครั้ง การใช้บริการ ฝากครรภ์คุณภาพมีความสัมพันธ์อย่างมีนัยสำคัญกับ สถานที่อยู่อาศัย อายุ ระดับการศึกษา จำนวนของการตั้งครรภ์ จำนวนบุตร ความตั้งใจที่จะตั้งครรภ์ แผนคลอด ระดับความรู้ ทัศนคติ สถานะทางกฎหมาย ประกันสุขภาพ รายได้ของ ครอบครัว การสนับสนุนทางสังคม ความพึงพอใจที่มีต่อการใช้บริการ และการเข้าถึงและความพร้อมในการรับบริการ ฝากครรภ์ ผลของการวิเคราะห์การถดถอยโลจิสติกพหุคูณ ชี้ให้เห็นว่าผู้หญิงในเมืองมีแนวโน้มที่จะใช้บริการฝากครรภ์ คุณภาพสูงกว่าผู้หญิงในชนบทคิดเป็น 3.5 เท่า ผู้หญิงที่ไม่ได้มีการวางแผนที่จะกลับไปยังประเทศพม่า ผู้หญิงที่มีความ รู้สูงกว่า มีการสนับสนุนทางสังคมที่มากกว่า และมีความพึงพอใจในการรับบริการฝากครรภ์ที่สูงกว่ามีแนวโน้มที่จะใช้ บริการฝากครรภ์คุณภาพสูงกว่าผู้ที่วางแผนที่จะกลับไปยังประเทศพม่า มีความรู้ต่ำกว่า ได้รับการสนับสนุนทางสังคมที่ น้อยกว่า และมีระดับความพึงพอใจของการบริการที่ต่ำคิดเป็น 3.35, 2.82, 2.63 และ 1.73 เท่า ตามลำดับ ผลการศึกษาครั้งนี้สามารถชี้ให้เห็นว่า การให้กิจกรรมในชุมชน เช่น การให้การศึกษาด้านสาธารณสุข และการ ส่งเสริมสุขภาพเกี่ยวกับการฝากครรภ์ควรจะได้รับการดำเนินการโดยเฉพาะอย่างยิ่งในพื้นที่ชนบท นอกจากนี้นโยบายที่ ส่งเสริมการใช้บริการฝากครรภ์ ในกลุ่มผู้หญิงข้ามชาติควรจะได้รับการสนับสนุนเพื่อเพิ่มอัตราการรับบริการฝากครรภ์ ที่มีคุณภาพ
