Publication:
การทบทวนงานวิจัยด้านสุขศึกษาและส่งเสริมสุขภาพ: บทเรียนจากบทความวิจัยต้นฉบับและวิทยานิพนธ์ระหว่างปี พ.ศ. 2554 – 2560

dc.contributor.authorสุวรรณา มูเก็มen_US
dc.contributor.authorศรัณญา เบญจกุลen_US
dc.contributor.otherมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์. สำนักวิชาสาธารณสุขศาสตร์en_US
dc.contributor.otherมหาวิทยาลัยมหิดล. คณะสาธารณสุขศาสตร์. ภาควิชาสุขศึกษาและพฤติกรรมศาสตร์en_US
dc.date.accessioned2022-07-16T09:16:05Z
dc.date.available2022-07-16T09:16:05Z
dc.date.created2565-07-16
dc.date.issued2564
dc.description.abstractการวิจัยเอกสารครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อทบทวนงานวิจัยด้านสุขศึกษาและส่งเสริมสุขภาพผ่านบทความวิจัยต้นฉบับและวิทยานิพนธ์ที่เผยแพร่ระหว่างปี พ.ศ. 2554 – 2560 ดำเนินการวิจัยโดยการสืบค้นเอกสารตามเกณฑ์ที่กำหนด จำนวนทั้งสิ้น 76 เรื่อง วิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติเชิงพรรณนาได้แก่ การแจกแจงความถี่ และร้อยละ ผลการวิจัยพบว่า ร้อยละ 61.8 ของเอกสารที่ได้รับการสืบค้นเป็นผลงานวิทยานิพนธ์ที่ตีพิมพ์เป็นบทความวิจัยในวารสารในฐานข้อมูล TCI เมื่อวิเคราะห์การประยุกต์ใช้แนวคิด/ทฤษฎีทางพฤติกรรมศาสตร์ พบว่า (1) ในงานวิจัย 1 เรื่อง มีการประยุกต์แนวคิดและทฤษฎีทางพฤติกรรมศาสตร์มากกว่า 1 แนวคิดและทฤษฎี (2) งานวิจัยส่วนใหญ่ประยุกต์แนวคิดและทฤษฎีระดับบุคคลโดยพบการประยุกต์ใช้สูงสุด คือ ทฤษฎีการรับรู้ความสามารถตนเอง และ (3) ผลของงานวิจัยซึ่งประยุกต์แนวคิดและทฤษฎีทางพฤติกรรมศาสตร์ในการออกแบบกิจกรรมหรือโปรแกรมปรับเปลี่ยนพฤติกรรมนี้ ส่วนใหญ่นำไปใช้ประโยชน์ในการแก้ไขปัญหาสุขภาพโดยเฉพาะปัญหาสุขภาพที่มาจากกลุ่มโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง ดังนั้น ข้อเสนอแนะสำหรับการวิจัยด้านสุขศึกษาและส่งเสริมสุขภาพในอนาคต จึงควรให้ความสำคัญในการเพิ่มประเด็นการประเมินผลกิจกรรมในแง่ประสิทธิผลและความคุ้มค่า การประยุกต์แนวคิดและทฤษฎีระดับชุมชน และการวิจัยด้านนวัตกรรมและสื่อดิจิทัลเพื่อการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพen_US
dc.description.abstractThis documentary research aimed to review original research articles and thesis in health education and health promotion published between 2011 to 2017. 76 articles following the criteria were collected and reviewed. Data analysis was done by using descriptive statistics in regard to frequency and percentage. The results showed that 61.8% of documentary review was an original research article published in journals indexed in TCI. As performed an analysis of the application of concept/ theories in behavioral sciences, the results revealed that (1) more than one of concept/ theories were applied in one research, (2) most of documentary review applied the concept/ theories at individual level, especially the Self-efficacy theory, (3) most of documentary review applied to solve the health problems, especially those caused by the NCDs. Thus, future research in health education and health promotion should focus on the evaluating effectiveness of intervention programs, applying the community-level concept/ theories and move on innovation research and online digital media for health behavior modification.en_US
dc.identifier.citationวารสารสุขศึกษา. ปีที่ 44, ฉบับที่ 1 (ม.ค.- มิ.ย. 2564), 60-74en_US
dc.identifier.urihttps://repository.li.mahidol.ac.th/handle/20.500.14594/72150
dc.language.isothaen_US
dc.rightsมหาวิทยาลัยมหิดลen_US
dc.rights.holderคณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดลen_US
dc.subjectสุขศึกษาen_US
dc.subjectส่งเสริมสุขภาพen_US
dc.subjectพฤติกรรมen_US
dc.subjectแนวคิดและทฤษฎีen_US
dc.titleการทบทวนงานวิจัยด้านสุขศึกษาและส่งเสริมสุขภาพ: บทเรียนจากบทความวิจัยต้นฉบับและวิทยานิพนธ์ระหว่างปี พ.ศ. 2554 – 2560en_US
dc.title.alternativeDocumentary Research on Health Education and Health Promotion: Lesson learned from original research articles and master thesis during 2011 to 2017en_US
dc.typeResearch Articleen_US
dspace.entity.typePublication
mods.location.urlhttps://he01.tci-thaijo.org/index.php/muhed/article/view/249559

Files

Original bundle

Now showing 1 - 1 of 1
Thumbnail Image
Name:
ph-ar-sarunya-2564.pdf
Size:
586.62 KB
Format:
Adobe Portable Document Format
Description:

License bundle

Now showing 1 - 1 of 1
No Thumbnail Available
Name:
license.txt
Size:
1.71 KB
Format:
Item-specific license agreed upon to submission
Description:

Collections