Publication: การดูแลผู้สูงอายุที่หกล้มบ่อยในเวชศาสตร์ครอบครัว
dc.contributor.author | จิตติมา บุญเกิด | en_US |
dc.contributor.author | ไตรรัตน์ จารุทัศน์ | en_US |
dc.contributor.author | Chitima Boongird | en_US |
dc.contributor.author | Trirat Jarutach | en_US |
dc.contributor.other | มหาวิทยาลัยมหิดล. คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี. ภาควิชาเวชศาสตร์ครอบครัว | en_US |
dc.date.accessioned | 2022-10-10T05:40:01Z | |
dc.date.available | 2022-10-10T05:40:01Z | |
dc.date.created | 2565-10-10 | |
dc.date.issued | 2554 | |
dc.description.abstract | ความรู้ ความเข้าใจในปัญหาการหกล้มรวมถึงการให้ความสำคัญในผู้สูงอายุยังไม่เพียงพออยู่ค่อนข้างมาก ทั้งในส่วนของผู้สูงอายุและครอบครัว ชุมชนและสังคม รวมทั้งแพทย์และบุคลากรทางการแพทย์ การหกล้มมีทั้งเกิดการบาดเจ็บรุนแรงและไม่รุนแรง การหกล้มเปรียบได้กับสัญลักษณ์ที่บอกว่า ผู้สูงอายุรายนั้นน่าจะมีปัญหาภายในที่นำไปสู่การเสียชีวิตที่เพิ่มขึ้น ในความเป็นจริงมีผู้สูงอายุจำนวนมากที่หกล้มแล้วไม่ได้มารายงานให้แพทย์ทราบ โดยเฉพาะถ้าหกล้มนั้นไม่มีการบาดเจ็บเกิดขึ้นอย่างชัดเจน ขณะเดียวกันแพทย์ก็อาจจะไม่ได้ถามเรื่องการหกล้มของผู้ป่วยในระหว่างการติดตามการรักษา นอกจากนั้น แพทย์ที่ดูแลรักษาผู้ป่วยเมื่อมีการหกล้มและบาดเจ็บมักมุ่งให้ความสนใจเฉพาะเรื่องการบาดเจ็บจากการหกล้มและแก้ปัญหาเฉพาะหน้าที่เกิดขึ้น โดยไม่ได้มองหาสาเหตุที่ทำให้ผู้สูงอายุหกล้มเพื่อนำไปสู้การป้องกันการหกล้มที่อาจเกิดขึ้นได้อีก การค้นหาสาเหตุและวางแผนการป้องกันการหกล้มต้องอาศัยความเข้าใจในตัวผู้ป่วยสูงอายุและครอบครัวอย่างแท้จริง แพทย์ดูแลจึงสามารถสร้างที่จะวางแผนการช่วยเหลือได้อย่างถูกต้องและเหมาะสม มีข้อมูลงานวิจัยทั้งในประเทศและต่างประเทศ กล่าวถึง ขบวนการบรรเทาปัญหาในหลายๆ ปัจจัย (Multi-factorial intervention) คือ การเข้าไปช่วยเหลือผู้สูงอายุและครอบครัวให้เกิดความจริง ทั้งในส่วนการลดยาระงับประสาทหรือยาอื่นๆ ที่ไม่จำเป็น การทำกายภาพบำบัดที่เหมาะสม และการเข้าไปปรับปรุงที่อยู่อาศัยในกลุ่มที่มีปัญหาในการเดินหรือการเคลื่อนไหวที่ผิดปกติ สามารถช่วยลดการหกล้มได้อย่างมีนัยสำคัญ การเห็นผู้สูงอายุที่ล้มแล้วล้มอีกนั้น เห็นได้ว่าเป็นความทุกข์ระทมที่ผู้สูงอายุหลายคนเก็บไว้หรือแม้แต่บางครอบครัวรู้สึกว่าเป็นเรื่องที่ไม่รู้จะแก้ไขอย่างไร ซึ่งแท้จริงมีความสำคัญมากที่การแก้ปัญหานั้นทุกฝ่ายต้องช่วยกัน บอกเล่าเรื่องราวให้แพทย์ได้รับทราบ แพทย์และบุคลากรเห็นว่าต้องหาสาเหตุ และเข้าไปให้ความช่วยเหลือบรรเทาหรือแก้ไขปัจจัยต่างๆ ให้ดีขึ้นเห็นได้จริง ชุมชนและสังคมเห็นความสำคัญเช่นกัน ก็จะเกิดความต่อเนื่องในการสร้างเกิดการตระหนักในการดูแลผู้สูงอายุร่วมกัน เพื่อป้องกันการหกล้มเหมือนการป้องกันและเฝ้าระวังโรคหัวใจ โรคเส้นเลือดในสมอง ก็จะพบได้ว่า แท้จริงแล้วเรื่องนี้ทุกคนทำให้ปัญหาน้อยลงและบรรเทาลงได้ | en_US |
dc.identifier.citation | รามาธิบดีเวชสาร. ปีที่ 34, ฉบับที่ 4 (ต.ค.-ธ.ค. 2554), 245-253 | en_US |
dc.identifier.issn | 0125-3611 (Print) | |
dc.identifier.issn | 2651-0561 (Online) | |
dc.identifier.uri | https://repository.li.mahidol.ac.th/handle/20.500.14594/79846 | |
dc.language.iso | tha | en_US |
dc.rights | มหาวิทยาลัยมหิดล | en_US |
dc.rights.holder | ภาควิชาเวชศาสตร์ครอบครัว คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล | en_US |
dc.title | การดูแลผู้สูงอายุที่หกล้มบ่อยในเวชศาสตร์ครอบครัว | en_US |
dc.title.alternative | Caring Falling Elderly Patients in Primary Care | en_US |
dc.type | Review Article | en_US |
dspace.entity.type | Publication | |
mods.location.url | https://he02.tci-thaijo.org/index.php/ramajournal/article/view/243485/165527 |