Publication:
ความคลาดเคลื่อนในการบริหารยาของนักศึกษาพยาบาลขณะฝึกปฏิบัติบนคลินิกและสถานการณ์จำลอง

dc.contributor.authorสตรีรัตน์ ธาดากานต์en_US
dc.contributor.authorโซเฟีย หูen_US
dc.contributor.authorสุมลชาติ ดวงบุบผาen_US
dc.contributor.authorธีรวัฒน์ ช่างปัดen_US
dc.contributor.authorมิ่งกมล ภิบาลวงษ์en_US
dc.contributor.authorStreerut Thadakanten_US
dc.contributor.authorSophia H Huen_US
dc.contributor.authorSumolchat Duangbubphaen_US
dc.contributor.authorTeerawat Changpaden_US
dc.contributor.authorMingkamon Pibanwongen_US
dc.contributor.otherมหาวิทยาลัยมหิดล. คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี. โรงเรียนพยาบาลรามาธิบดีen_US
dc.date.accessioned2022-10-20T04:14:27Z
dc.date.available2022-10-20T04:14:27Z
dc.date.created2565-10-20
dc.date.issued2565
dc.description.abstractการวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยโดยการสังเกตแบบภาคตัดขวาง เพื่อศึกษา 1) ประสบการณ์การเกิดความคลาดเคลื่อนในการบริหารยา และการรายงานเมื่อเกิดความคลาดเคลื่อนของนักศึกษาพยาบาลขณะฝึกปฏิบัติบนคลินิก 2) ทัศนคติของนักศึกษาพยาบาลต่อบรรยากาศความปลอดภัยขณะฝึกปฏิบัติบนคลินิก และ 3) ประเภท สาเหตุของความคลาดเคลื่อนในการบริหารยา และเหตุผลในการไม่รายงานความคลาดเคลื่อนของนักศึกษาพยาบาลในสถานการณ์จำลองการบริหารยา กลุ่มตัวอย่างเป็นนักศึกษาพยาบาลชั้นปีที่ 4 ที่กำลังจะสำเร็จการศึกษา จำนวน 68 ราย คัดเลือกแบบเจาะจง เครื่องมือที่ใช้ในการดำเนินการวิจัยคือ สถานการณ์จำลองการบริหารยา เก็บข้อมูลโดยใช้แบบสอบถามประสบการณ์การบริหารยาคลาดเคลื่อน แบบสอบถามทัศนคติต่อบรรยากาศความปลอดภัย และแบบประเมินความคลาดเคลื่อนในการบริหารยา วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติเชิงพรรณนา ผลการศึกษามีดังนี้ ประการแรก เกือบครึ่งหนึ่งของนักศึกษาพยาบาลมีประสบการณ์ความคลาดเคลื่อนในการบริหารยาขณะฝึกปฏิบัติบนคลินิก และความคลาดเคลื่อนที่เกิดสูง 3 อันดับแรกคือผิดขนาดยา ผิดเวลา และผิดชนิด โดยประมาณสามในสี่ของนักศึกษาพยาบาลที่มีประสบการณ์ความคลาดเคลื่อนไม่รายงานความคลาดเคลื่อนจากการบริหารยาที่เกิดขึ้น ประการที่สอง นักศึกษาพยาบาลมีทัศนคติต่อบรรยากาศความปลอดภัยบนคลินิกในระดับปานกลาง และประการสุดท้าย นักศึกษาพยาบาลส่วนใหญ่มีความคลาดเคลื่อนในการบริหารยาจากสถานการณ์จำลอง และความคลาดเคลื่อนที่เกิดสูง 3 อันดับแรก คือ ผิดคน ผิดขนาด และให้ยาที่ผู้ป่วยมีประวัติแพ้ยา โดยสาเหตุหลักของความคลาดเคลื่อนในการบริหารยาคือ ไม่ทำการทวนสอบก่อนให้ยา หตุผลที่ไม่รายงานความคลาดเคลื่อน 3 อันดับแรก คือไม่พบความผิดพลาดในการให้ยา กลัวว่าจะรายงานผิดพลาดทั้งที่ไม่ได้เกิดความคลาดเคลื่อน และกลัวว่าจะถูกตำหนิ นอกจากนี้ เกือบครึ่งหนึ่งของความคลาดเคลื่อนในการบริหารยาเกิดจากการให้ยาอินซูลิน ผลการวิจัยนี้สะท้อนให้เห็นประเภท และสาเหตุของความคลาดเคลื่อนในการบริหารยา และพฤติกรรมเสี่ยงในการบริหารยาของนักศึกษาพยาบาลในการฝึกปฏิบัติทางคลินิก ผลการวิจัยนี้สามารถนำไปใช้เป็นข้อมูลในการส่งเสริมและพัฒนานักศึกษาพยาบาลให้มีความสามารถในการบริหารยาอย่างปลอดภัย และมีทัศนคติที่ดีต่อการจัดการความปลอดภัยของผู้ป่วยen_US
dc.description.abstractThis cross-sectional observational study aimed at investigating 1) graduating nursing students’ experience in medication administration errors (MAEs) in clinical practice and reporting MAEs, 2) their attitude to the safety climate of practice areas, and 3) types,causes of MAEs, and reasons for not reporting MAEs in simulation. A purposive sample of the 68 fourth-year graduating nursing students was recruited. Simulations of scenarios related to medication administration were set up. Recruited students were assigned to administer medication under nursing roles. The instruments for collecting data were the Medication Administration Errors Experience Questionnaire, the Safety Climate Attitude Questionnaire,and the Medication Administration Error Checklist. Descriptive statistics were used for data analysis. The results are as follows. Firstly, nearly half of the students reported MAEs during actual clinical practice experience. The top three types of reported errors were wrong dosage,wrong time, and wrong drug. Approximately three-quarters who experienced errors did not report MAEs. Secondly, they had a moderate attitude level toward the safety climate of practice areas. Lastly, most students made MAEs in the simulations. Amongst these, three dominant types of errors were wrong patient, wrong dosage, and giving medicine to a patient with a history of drug allergy. The obvious observation for MAEs was not rechecking to reassure before giving medication to a patient. The three reasons for not reporting the errors were: not knowing of mistakes, fear of making errors, and fear of being blamed. Additionally, nearly half of MAEs occurred from insulin administration. In conclusion, this study reflects the types and causes of MAEs and risky behaviours in medication administration of nursing students in clinical practice. The findings can be used to promote and develop nursing students’ medication-safety competencies and positive attitudes towards patient safety management.en_US
dc.identifier.citationรามาธิบดีพยาบาลสาร. ปีที่ 28, ฉบับที่ 2 (พ.ค.-ส.ค. 2565), 282-298en_US
dc.identifier.issn2672-9784 (Online)
dc.identifier.issn0858-9739 (Print)
dc.identifier.urihttps://repository.li.mahidol.ac.th/handle/20.500.14594/79932
dc.language.isothaen_US
dc.rightsมหาวิทยาลัยมหิดลen_US
dc.rights.holderโรงเรียนพยาบาลรามาธิบดี คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดลen_US
dc.subjectความคลาดเคลื่อนในการบริหารยาen_US
dc.subjectนักศึกษาพยาบาลen_US
dc.subjectคลินิกen_US
dc.subjectสถานการณ์จำลองen_US
dc.subjectMedication administration erroren_US
dc.subjectNursing studentsen_US
dc.subjectClinicsen_US
dc.subjectSimulationen_US
dc.titleความคลาดเคลื่อนในการบริหารยาของนักศึกษาพยาบาลขณะฝึกปฏิบัติบนคลินิกและสถานการณ์จำลองen_US
dc.title.alternativeMedication Administration Errors of Nursing Students during Practice in Clinics and in Simulationen_US
dc.typeResearch Articleen_US
dspace.entity.typePublication
mods.location.urlhttps://he02.tci-thaijo.org/index.php/RNJ/article/view/255826/176590

Files

Original bundle

Now showing 1 - 1 of 1
Thumbnail Image
Name:
ra-ar-streerut-2565.pdf
Size:
5.28 MB
Format:
Adobe Portable Document Format

License bundle

Now showing 1 - 1 of 1
No Thumbnail Available
Name:
license.txt
Size:
1.71 KB
Format:
Item-specific license agreed upon to submission
Description:

Collections