Publication: The Determinants of Diarrheal Disease in the Community with Homestay Tourism: A Mixed-Methods Research
Issued Date
2013
Resource Type
Language
eng
ISSN
0125-3611 (Print)
2651-0561 (Online)
2651-0561 (Online)
Bibliographic Citation
Ramathibodi Medical Journal. Vol. 36, No. 4 (Oct-Dec 2013), 276-286
Suggested Citation
Borwornsom Leerapan, Sirichai Namtatsanee, บวรศม ลีระพันธ์, สิริชัย นามทรรศนีย์ The Determinants of Diarrheal Disease in the Community with Homestay Tourism: A Mixed-Methods Research. Ramathibodi Medical Journal. Vol. 36, No. 4 (Oct-Dec 2013), 276-286. Retrieved from: https://repository.li.mahidol.ac.th/handle/20.500.14594/79745
Research Projects
Organizational Units
Authors
Journal Issue
Thesis
Title
The Determinants of Diarrheal Disease in the Community with Homestay Tourism: A Mixed-Methods Research
Alternative Title(s)
ปัจจัยเสี่ยงของโรคท้องเสียเฉียบพลันในชุมชนที่จัดการท่องเที่ยวแบบโฮมเสตย์: การศึกษาแบบผสม Article Sidebar
Abstract
Background: Diarrheal epidemics in communities with homestay tourism can be more than health problems-they also can damage the local economics.
Objective: This study investigated health determinants in a homestay village and its community resources that could contribute to diarrheal prevention and control.
Methods: This observational study employed a mixed-methods research design. Study population included all residents of the homestay village of Khok Kong (N = 557). Quantitative data were obtained by a cross-sectional survey using a simple random sampling (n = 47), and analyzed by chi-squared test and multivariate logistic regression. Quantitative data were collected by participant observations, and analyzed by content analysis.
Results: 23% of the samples experienced acute diarrhea in the last three months, which are associated with habit of washing hands before meals (odds ratio [OR] = 0.16, P = 0.010) and with female gender (OR = 0.19, P = 0.025). The relationship remains significant after controlling for gender (OR = 0.22, P = 0.048). Statistical analysis suggests the villagers with good hand hygiene less likely had diarrhea. No evidence of relationships between types of food and drinking water and diarrhea is found in this community. Content analysis revealed “adequate hygiene for cooking and eating within households”, “poor sanitization of local restaurants and grocery stores”, “good health literacy”, and “community potentials for self-development”.
Conclusions: Statistical findings from the survey are matched with results from content analysis, which revealed that diarrheal prevention was empowered in most households. Outside the households, however, food safety approved to be insufficient and could be a potential source of diarrheal widespread.
บทนำ: การระบาดของโรคท้องเสียเฉียบพลันในชุมชนที่จัดการท่องเที่ยวแบบโฮมสเตย์เป็นปัญหาสาธารณสุข และยังอาจส่งผลลบต่อเศรษฐกิจของท้องถิ่นอีกด้วย วัตถุประสงค์: เพื่อสำรวจปัจจัยเสี่ยงรวมทั้งทรัพยากรชุมชนที่อาจส่งผลต่อการควบคุมและป้องกันโรคท้องเสียเฉียบพลันในหมู่บ้านท่องเที่ยวแบบโฮมสเตย์ วิธีการศึกษา: การศึกษาเชิงสังเกตใช้ระเบียบวิธีวิจัยแบบผสม กลุ่มประชากรได้แก่ ประชาชนทั้งหมดที่มีถิ่นฐานในหมู่บ้านโคกโก่ง จังหวัดกาฬสินธุ์ จำนวน 557 คน เก็บข้อมูลเชิงปริมาณโดยใช้แบบสำรวจแบบภาคตัดขวางสุ่มกลุ่มตัวอย่างแบบง่ายได้กลุ่มตัวอย่างรวม 47 คน ทำการวิเคราะห์ข้อมูลด้วยการทดสอบไคสแควร์ลสมการถดถอยโลจิสติกส์ และเก็บข้อมูลเชิงคุณภาพจากการสังเกตแบบมีส่วนร่วมและวิเคราะห์ข้อมูลด้วยการวิเคราะห์เนื้อหา ผลการศึกษา: ร้อยละ 23 ของกลุ่มตัวอย่างรายงานอาการของโรคท้องเสียเฉียบพลันในระยะเวลา 3 เดือนที่ผ่านมา ซึ่งมีความสัมพันธ์กับนิสัยการล้างมือก่อนรับประทานอาหาร (odds ratio [OR] = 0.16, P = 0.010) และเพศหญิง (OR = 0.19, P = 0.025) ความสัมพันธ์ดังกล่าวยังคงมีนัยสำคัญทางสถิติแม้ว่าจะกำหนดให้เพศเป็นตัวแปรควบคุม (OR = 0.22, P = 0.048) การวิเคราะห์ทางสถิติแสดงให้เห็นว่าชาวบ้านซึ่งมีนิสัยล้างมือก่อนรับประทานอาหารมีโอกาสเป็นโรคท้องเสียเฉียบพลันน้อยกว่า แต่ไม่พบหลักฐานของความสัมพันธ์ระหว่างชนิดของอาหารและน้ำดื่มกับการเป็นโรคท้องเสียเฉียบพลัน การวิเคราะห์ข้อมูลเชิงคุณภาพพบว่า “ชาวบ้านมีสุขอนามัยในการปรุงและรับประทานในบ้านที่เหมาะสม” “ร้านอาหารและร้านของชำในท้องถิ่นไม่สะอาด” “ความแตกฉานด้านสุขภาพอยู่ในเกณฑ์ดี” และ “ชุมชนมีศักยภาพในการพัฒนาตนเอง” สรุป: การวิเคราะห์ทางสถิติให้ผลสอดคล้องกับการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงคุณภาพ ซึ่งแสดงให้เห็นว่า พลังความเข้มแข็งในครัวเรือนส่วนใหญ่ช่วยป้องกันและควบคุมโรคท้องเสียเฉียบพลันในชุมชน อย่างไรก็ตาม ความปลอดภัยของอาหารนอกครัวเรือนยังไม่เพียงพอและอาจเป็นแหล่งแพร่เชื้อโรคท้องเสียเฉียบพลันในชุมชนได้
บทนำ: การระบาดของโรคท้องเสียเฉียบพลันในชุมชนที่จัดการท่องเที่ยวแบบโฮมสเตย์เป็นปัญหาสาธารณสุข และยังอาจส่งผลลบต่อเศรษฐกิจของท้องถิ่นอีกด้วย วัตถุประสงค์: เพื่อสำรวจปัจจัยเสี่ยงรวมทั้งทรัพยากรชุมชนที่อาจส่งผลต่อการควบคุมและป้องกันโรคท้องเสียเฉียบพลันในหมู่บ้านท่องเที่ยวแบบโฮมสเตย์ วิธีการศึกษา: การศึกษาเชิงสังเกตใช้ระเบียบวิธีวิจัยแบบผสม กลุ่มประชากรได้แก่ ประชาชนทั้งหมดที่มีถิ่นฐานในหมู่บ้านโคกโก่ง จังหวัดกาฬสินธุ์ จำนวน 557 คน เก็บข้อมูลเชิงปริมาณโดยใช้แบบสำรวจแบบภาคตัดขวางสุ่มกลุ่มตัวอย่างแบบง่ายได้กลุ่มตัวอย่างรวม 47 คน ทำการวิเคราะห์ข้อมูลด้วยการทดสอบไคสแควร์ลสมการถดถอยโลจิสติกส์ และเก็บข้อมูลเชิงคุณภาพจากการสังเกตแบบมีส่วนร่วมและวิเคราะห์ข้อมูลด้วยการวิเคราะห์เนื้อหา ผลการศึกษา: ร้อยละ 23 ของกลุ่มตัวอย่างรายงานอาการของโรคท้องเสียเฉียบพลันในระยะเวลา 3 เดือนที่ผ่านมา ซึ่งมีความสัมพันธ์กับนิสัยการล้างมือก่อนรับประทานอาหาร (odds ratio [OR] = 0.16, P = 0.010) และเพศหญิง (OR = 0.19, P = 0.025) ความสัมพันธ์ดังกล่าวยังคงมีนัยสำคัญทางสถิติแม้ว่าจะกำหนดให้เพศเป็นตัวแปรควบคุม (OR = 0.22, P = 0.048) การวิเคราะห์ทางสถิติแสดงให้เห็นว่าชาวบ้านซึ่งมีนิสัยล้างมือก่อนรับประทานอาหารมีโอกาสเป็นโรคท้องเสียเฉียบพลันน้อยกว่า แต่ไม่พบหลักฐานของความสัมพันธ์ระหว่างชนิดของอาหารและน้ำดื่มกับการเป็นโรคท้องเสียเฉียบพลัน การวิเคราะห์ข้อมูลเชิงคุณภาพพบว่า “ชาวบ้านมีสุขอนามัยในการปรุงและรับประทานในบ้านที่เหมาะสม” “ร้านอาหารและร้านของชำในท้องถิ่นไม่สะอาด” “ความแตกฉานด้านสุขภาพอยู่ในเกณฑ์ดี” และ “ชุมชนมีศักยภาพในการพัฒนาตนเอง” สรุป: การวิเคราะห์ทางสถิติให้ผลสอดคล้องกับการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงคุณภาพ ซึ่งแสดงให้เห็นว่า พลังความเข้มแข็งในครัวเรือนส่วนใหญ่ช่วยป้องกันและควบคุมโรคท้องเสียเฉียบพลันในชุมชน อย่างไรก็ตาม ความปลอดภัยของอาหารนอกครัวเรือนยังไม่เพียงพอและอาจเป็นแหล่งแพร่เชื้อโรคท้องเสียเฉียบพลันในชุมชนได้