Publication: Sexual Values of Male Homosexuals in Bangkok
242
38
Issued Date
2015
Resource Type
Language
eng
ISSN
0125-3611 (Print)
2651-0561 (Online)
2651-0561 (Online)
Rights
Mahidol University
Rights Holder(s)
Department of Obstetrics and Gynecology Faculty of Medicine Ramathibodi Hospital Mahidol University
Faculty of Graduate Studies Mahidol University
Faculty of Graduate Studies Mahidol University
Bibliographic Citation
Ramathibodi Medical Journal. Vol. 38, No. 2 (Apr-Jun 2015), 111-118
Suggested Citation
Sunya Patrachai, Phongdej Khawinpat, สัญญา ภัทราชัย, ปองเดช กวินปัถย์ Sexual Values of Male Homosexuals in Bangkok. Ramathibodi Medical Journal. Vol. 38, No. 2 (Apr-Jun 2015), 111-118. Retrieved from: https://repository.li.mahidol.ac.th/handle/123456789/79628
Research Projects
Organizational Units
Authors
Journal Issue
Thesis
Title
Sexual Values of Male Homosexuals in Bangkok
Alternative Title(s)
ค่านิยมทางเพศของชายรักชายในกรุงเทพมหานคร
Abstract
Background: Male homosexuals are common in Thai society. They tend to have problems in biological, psychological, and social adaptation. Problems in sexual expression and behavior are still important issues in Thailand.
Objective: To study characteristics, type of sexual behavior, sexual expression, factor affecting sexual behavior, attitude toward sexual behavior and different in sexual expression attitude and factor affecting sexual behavior between groups of male homosexuals Thailand.
Methods: This research is survey research to study the characteristics, attitudes and sexual behavior of male homosexuals in Bangkok. Data collection was done from December, 2012 to February, 2013. The sample comprised 250 male homosexuals who were referred by their friends. They responded to questionnaire constructed by the researcher. Data was analyzed by descriptive and analytical statistics, using chi-square with a significance level of 0.05.
Results: The results showed that homosexuals could be classified by sexual role into 3 types, i.e., 115 (46.0%) always male (insertive type), 18 (7.2%) always female (receptive type), and 117 (46.8%) were both or interchangeable. Many of them were 40 - 49 years old (32%), had an education level at high school (50.4%), were a student (49.2%), had incomes between 5,000 - 10,000 baht/month (34%), were sexually influenced by the internet (69.2%), consulted their teacher about sexual problems (32.8%), had first sexual intercourse at the age of 19 - 22 years old (31.6%), sexually expressed using makeup and feminine dress (51.2%), and thought homosexuality is normal (52.4%). We compared the characteristics and attitudes between the insertive group and the receptive or interchangeable group and found significant differences. The receptive or interchangeable group significantly talked femininely more often in pubs or bars, consulted friends about sexual problems more often, and had sexual relationships for benefits or money more often.
Conclusion: In conclusion, male homosexuals in Bangkok could be classified mainly by their sexual role as insertive and receptive or interchangeable. Their means and places of sexual expression, reasons for having sexual relationships, and person with whom they consulted for sexual problems were significantly different. However, their attitudes towards their sexual role were not different. They were satisfied with their sexual role and felt more accepted by society.
ความเป็นมา: กลุ่มชายรักชายหรือชายรักร่วมเพศพบได้บ่อยในสังคมและมักจะมีปัญหาในการปรับตัว ด้านร่างกาย จิตใจ และสังคม การปฏิบัติตัว และการแสดงออกพฤติกรรมทางเพศของชายรักชายยังเป็นปัญหาที่สำคัญในสังคม วัตถุประสงค์: เพื่อศึกษาคุณลักษณะของกลุ่มชายรักชาย ชนิดบทบาททางเพศ การแสดงออกทางเพศ ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อการแสดงออกทางเพศ ทัศนคติเกี่ยวกับพฤติกรรมทางเพศ ความแตกต่างในด้านทัศนคติและการแสดงออกพฤติกรรมทางเพศของชายรักชายกลุ่มต่างๆ ในกรุงเทพมหานคร วิธีวิจัย: การศึกษาในครั้งนี้เป็นการวิจัยเชิงสำรวจ เพื่อศึกษาคุณลักษณะและพฤติกรรมทางเพศของชายรักชายในกรุงเทพมหานคร การเก็บรวบรวมข้อมูลในช่วงเวลาระหว่างเดือนธันวาคม พ.ศ. 2555 ถึงเดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556 กลุ่มตัวอย่างเป็นชายรักชายที่พบโดยคำแนะนำต่อๆ กัน จำนวน 250 คน ตอบแบบสามถามวิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติเชิงพรรณา การทดสอบสมมุติฐานโดยใช้สถิติ ไคว์สแคว์ โดยมีนัยสำคัญที่ < 0.05 ผลการศึกษา: ผลการศึกษาพบว่าชายรักชายในกรุงเทพมหานครมีพฤติกรรมทางเพศแบ่งเป็น 3 ประเภท ได้แก่ กลุ่มที่มีพฤติกรรมทางเพศเป็นชายเท่านั้นร้อยละ 46.0 (115 คน) กลุ่มที่มีพฤติกรรมทางเพศเป็นหญิงเท่านั้นร้อยละ 7.2 (18 คน) และกลุ่มที่มีพฤติกรรมทางเพศเป็นทั้งชายและหญิงร้อยละ 46.8 (117 คน) กลุ่มชายรักชายพบสูงสุดในกลุ่มอายุ 40 - 49 (ร้อยละ 32.0) การศึกษาระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย (ร้อยละ 50.4) อาชีพนักเรียน (ร้อยละ 49.2) รายได้เฉลี่ยต่อเดือน 5,000 - 10,000 บาท (ร้อยละ 34.0) ได้รับอิทธิพลทางเพศจากอินเตอร์เน็ต (ร้อยละ 69.2) เมื่อมีปัญหาทางเพศปรึกษาครู (ร้อยละ 32.8) มีเพศสัมพันธ์กับชายครั้งแรกอายุ 19 -22 (ร้อยละ 31.6) มีการแสดงออกทางเพศด้วยการแต่งตัวและแต่งหน้า (ร้อยละ 51.2) และคิดว่าการแสดงออกชายรักชายถือเป็นเรื่องปกติ (52.4) เมื่อวิเคราะห์ความแตกต่างระหว่างกลุ่มที่มีพฤติกรรมทางเพศเป็นชายเท่านั้นกับกลุ่มที่มีพฤติกรรมทางเพศเป็นหญิงหรือเป็นทั้งสองแบบ พบว่ามีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติคือกลุ่มที่แสดงออกทางเพศเป็นหญิงหรือทั้งสองแบบมักจะแสดงออกโดยการพูดจาเป็นหญิงตามสถานบันเทิง ปรึกษาปัญหาทางเพศเฉพาะกับเพื่อนเท่านั้นและมีเพศสัมพันธ์เพื่อผลประโยชน์มากกว่า สรุป: ชายรักชายในกรุงเทพมหานครแบ่งเป็นสามกลุ่มใหญ่เป็นชายอย่างเดียวหรือเป็นหญิงหรือเป็นได้ทั้งชายและหญิง ลักษณะและสถานที่การแสดงออกทางเพศ การขอคำปรึกษาทางเพศ และเหตุผลในการมีเพศสัมพันธ์แตกต่างกัน แต่ทัศนคติทางเพศทั้งสองกลุ่มไม่แตกต่างกัน ทั้งสองกลุ่มพอใจในพฤติกรรมทางเพศของตนและรู้สึกว่าสังคมยอมรับมากขึ้น
ความเป็นมา: กลุ่มชายรักชายหรือชายรักร่วมเพศพบได้บ่อยในสังคมและมักจะมีปัญหาในการปรับตัว ด้านร่างกาย จิตใจ และสังคม การปฏิบัติตัว และการแสดงออกพฤติกรรมทางเพศของชายรักชายยังเป็นปัญหาที่สำคัญในสังคม วัตถุประสงค์: เพื่อศึกษาคุณลักษณะของกลุ่มชายรักชาย ชนิดบทบาททางเพศ การแสดงออกทางเพศ ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อการแสดงออกทางเพศ ทัศนคติเกี่ยวกับพฤติกรรมทางเพศ ความแตกต่างในด้านทัศนคติและการแสดงออกพฤติกรรมทางเพศของชายรักชายกลุ่มต่างๆ ในกรุงเทพมหานคร วิธีวิจัย: การศึกษาในครั้งนี้เป็นการวิจัยเชิงสำรวจ เพื่อศึกษาคุณลักษณะและพฤติกรรมทางเพศของชายรักชายในกรุงเทพมหานคร การเก็บรวบรวมข้อมูลในช่วงเวลาระหว่างเดือนธันวาคม พ.ศ. 2555 ถึงเดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556 กลุ่มตัวอย่างเป็นชายรักชายที่พบโดยคำแนะนำต่อๆ กัน จำนวน 250 คน ตอบแบบสามถามวิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติเชิงพรรณา การทดสอบสมมุติฐานโดยใช้สถิติ ไคว์สแคว์ โดยมีนัยสำคัญที่ < 0.05 ผลการศึกษา: ผลการศึกษาพบว่าชายรักชายในกรุงเทพมหานครมีพฤติกรรมทางเพศแบ่งเป็น 3 ประเภท ได้แก่ กลุ่มที่มีพฤติกรรมทางเพศเป็นชายเท่านั้นร้อยละ 46.0 (115 คน) กลุ่มที่มีพฤติกรรมทางเพศเป็นหญิงเท่านั้นร้อยละ 7.2 (18 คน) และกลุ่มที่มีพฤติกรรมทางเพศเป็นทั้งชายและหญิงร้อยละ 46.8 (117 คน) กลุ่มชายรักชายพบสูงสุดในกลุ่มอายุ 40 - 49 (ร้อยละ 32.0) การศึกษาระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย (ร้อยละ 50.4) อาชีพนักเรียน (ร้อยละ 49.2) รายได้เฉลี่ยต่อเดือน 5,000 - 10,000 บาท (ร้อยละ 34.0) ได้รับอิทธิพลทางเพศจากอินเตอร์เน็ต (ร้อยละ 69.2) เมื่อมีปัญหาทางเพศปรึกษาครู (ร้อยละ 32.8) มีเพศสัมพันธ์กับชายครั้งแรกอายุ 19 -22 (ร้อยละ 31.6) มีการแสดงออกทางเพศด้วยการแต่งตัวและแต่งหน้า (ร้อยละ 51.2) และคิดว่าการแสดงออกชายรักชายถือเป็นเรื่องปกติ (52.4) เมื่อวิเคราะห์ความแตกต่างระหว่างกลุ่มที่มีพฤติกรรมทางเพศเป็นชายเท่านั้นกับกลุ่มที่มีพฤติกรรมทางเพศเป็นหญิงหรือเป็นทั้งสองแบบ พบว่ามีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติคือกลุ่มที่แสดงออกทางเพศเป็นหญิงหรือทั้งสองแบบมักจะแสดงออกโดยการพูดจาเป็นหญิงตามสถานบันเทิง ปรึกษาปัญหาทางเพศเฉพาะกับเพื่อนเท่านั้นและมีเพศสัมพันธ์เพื่อผลประโยชน์มากกว่า สรุป: ชายรักชายในกรุงเทพมหานครแบ่งเป็นสามกลุ่มใหญ่เป็นชายอย่างเดียวหรือเป็นหญิงหรือเป็นได้ทั้งชายและหญิง ลักษณะและสถานที่การแสดงออกทางเพศ การขอคำปรึกษาทางเพศ และเหตุผลในการมีเพศสัมพันธ์แตกต่างกัน แต่ทัศนคติทางเพศทั้งสองกลุ่มไม่แตกต่างกัน ทั้งสองกลุ่มพอใจในพฤติกรรมทางเพศของตนและรู้สึกว่าสังคมยอมรับมากขึ้น
