Publication:
แนวปฏิบัติการพยาบาลเพื่อลดการคั่งค้างของเสมหะในผู้ป่วยเด็กวัยรุ่นที่เป็นโรคหลอดลมโป่งพอง

dc.contributor.authorจิตสิริ รุ่นใหม่en_US
dc.contributor.authorเสริมศรี สันตติen_US
dc.contributor.authorเรณู พุกบุญมีen_US
dc.contributor.authorJitsiri Roonmaien_US
dc.contributor.authorSermsri Santatien_US
dc.contributor.authorRenu Pookboonmeeen_US
dc.contributor.otherมหาวิทยาลัยมหิดล. คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี. ภาควิชาพยาบาลศาสตร์en_US
dc.date.accessioned2020-02-20T09:33:17Z
dc.date.available2020-02-20T09:33:17Z
dc.date.created2563-02-20
dc.date.issued2552
dc.description.abstractวัตถุประสงค์ของการศึกษานี้เพื่อ พัฒนาแนวปฏิบัติการพยาบาลเพื่อลดการคั่งค้าง ของเสมหะในผู้ป่วยเด็กวัยรุ่นที่เป็นโรคหลอดลมโป่งพอง เนื่องจากหากปล่อยให้เกิดการคั่งค้าง ของเสมหะจะทำให้ขัดขวางการแลกเปลี่ยนก๊าซ ทำให้ผู้ป่วยมีภาวะพร่องออกซิเจน และอาจเสีย ชีวิตได้ ในการศึกษาครั้งนี้ใช้กระบวนการทบทวนอย่างเป็นระบบและกระบวนการพัฒนาการ ปฏิบัติการพยาบาลโดยใช้หลักฐานเชิงประจักษ์ ซึ่งมีงานวิจัยและบทความทางวิชาการที่สัมพันธ์ กับการลดการคั่งค้างของเสมหะในผู้ป่วยเด็กวัยรุ่นที่เป็นโรคหลอดลมโป่งพองทั้งหมด 25 เรื่อง แนวปฏิบัติการพยาบาลที่พัฒนาขึ้น ได้รับการตรวจสอบจากผู้ทรงคุณวุฒิ 5 ท่านที่มีความ เชี่ยวชาญในสาขากุมารเวชศาสตร์และสาขาการพยาบาลเด็ก ในเรื่องความถูกต้องของเนื้อหา ความตรงกับปัญหาทางคลินิกที่ต้องการแก้ไข ความน่าเชื่อถือเพียงพอที่จะนำไปใช้ และแนว โน้มหรือความเป็นไปได้ที่จะนำไปใช้ในการปฏิบัติ แนวปฏิบัติการพยาบาลนี้ประกอบด้วย 1) การประเมินความสามารถในการไอ 2) การประเมินอาการทางคลินิก 3) การประเมินความ เหนียวของเสมหะ 4) การประเมินสารน้ำที่ผู้ป่วยได้รับ 5) การดูแลให้ผู้ป่วยได้รับสารน้ำอย่าง เพียงพอตามแผนการรักษาของแพทย์ 6) การเลือกใช้วิธีระบายเสมหะ และ 7) การประเมิน ประสิทธิภาพในการระบายเสมหะ การศึกษาครั้งนี้มีข้อเสนอแนะว่าควรนำแนวปฏิบัติการพยาบาลนี้ ไปทดลองใช้ในหน่วยงาน โดยมีการประเมินและติดตามผล ตลอดจนดัดแปลงและปรับปรุง แนวปฏิบัติการพยาบาลให้เหมาะสมen_US
dc.description.abstractThe purpose of this study was to develop clinical nursing practice guidelines to decrease retained secretions in adolescents with bronchiectasis. These conditions eventually cause imbalance in gas exchange between the arteries and air sacs and eventually could lead to hypoxemia, respiratory failure or death. This study used a systematic review and development process of nursing practice guideline involving evidence based practice. A total of 25 academic research articles related to topics of a decrease of retained secretions in adolescents with bronchiectasis were selected. Five experts in the field of pediatric medicine and pediatric nursing were invited to validate the guidelines for accuracy including content, clinical relevance, scientific merits, and potential for use in clinical practice. The guidelines consist of the following steps: 1) assessing the cough capability; 2) assessing the clinical symptoms; 3) assessing the sputum viscoelasticity; 4) assessing the patient’s hydration status; 5) ensuring the adequate fluid intake for the patient as ordered by the doctor; 6) selecting secretion clearance technique; and 7) assessing efficacy of secretion clearance. It is recommended that these guidelines should first be tested in the respiratory unit. Outcomes should be evaluated and followed-up in order to improve the guidelines to use suitably.en_US
dc.identifier.citationรามาธิบดีพยาบาลสาร. ปีที่ 15, ฉบับที่ 3 (ก.ย.-ธ.ค. 2552), 400-416en_US
dc.identifier.issn0858-9739 (Print)
dc.identifier.issn2672-9784 (Online)
dc.identifier.urihttps://repository.li.mahidol.ac.th/handle/20.500.14594/52547
dc.language.isothaen_US
dc.rightsมหาวิทยาลัยมหิดลen_US
dc.rights.holderภาควิชาพยาบาลศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดลen_US
dc.subjectแนวปฏิบัติการพยาบาลen_US
dc.subjectการคั่งค้างของเสมหะen_US
dc.subjectเด็กวัยรุ่นen_US
dc.subjectโรคหลอดลมโป่งพองen_US
dc.subjectClinical nursing practice guidelineen_US
dc.subjectRetained secretionsen_US
dc.subjectAdolescentsen_US
dc.subjectBronchiectasisen_US
dc.titleแนวปฏิบัติการพยาบาลเพื่อลดการคั่งค้างของเสมหะในผู้ป่วยเด็กวัยรุ่นที่เป็นโรคหลอดลมโป่งพองen_US
dc.title.alternativeClinical Nursing Practice Guideline to Decrease Retained Secretions in Adolescents with Bronchiectasisen_US
dc.typeArticleen_US
dspace.entity.typePublication

Files

Original bundle

Now showing 1 - 1 of 1
Thumbnail Image
Name:
ra-ar-sermsri-2552.pdf
Size:
433.68 KB
Format:
Adobe Portable Document Format

License bundle

Now showing 1 - 1 of 1
No Thumbnail Available
Name:
license.txt
Size:
1.71 KB
Format:
Item-specific license agreed upon to submission
Description:

Collections