Publication:
การศึกษารูปแบบสนามฝึกอบรมเพื่อพัฒนาทักษะการทำความคุ้นเคยกับสภาพแวดล้อม และการเคลื่อนไหวสำหรับคนพิการทางการเห็น

dc.contributor.authorสุวัฒน์ชัย จันทร์เฮงen_US
dc.contributor.authorSuwatchai Chanhengen_US
dc.contributor.otherมหาวิทยาลัยมหิดล. วิทยาลัยราชสุดาen_US
dc.date.accessioned2021-08-06T06:15:37Z
dc.date.available2021-08-06T06:15:37Z
dc.date.created2564-08-06
dc.date.issued2564
dc.description.abstractงานวิจัยเรื่อง "การศึกษารูปแบบสนามฝึกอบรมเพื่อพัฒนาทักษะการทำความคุ้นเคยกับสภาพแวดล้อมและการเคลื่อนไหวสำหรับคนพิการทางการเห็น" มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาแนวคิดด้านองค์ประกอบของสนามฝึกอบรมทักษะการทำความคุ้นเคยกับสภาพแวดล้อมและการเคลื่อนไหวสำหรับคนพิการทางการเห็นที่เหมาะสม ผู้วิจัยได้ใช้การวิเคราะห์ข้อมูลเชิงคุณภาพแบบสามเส้า พบว่า ขนาดของสนามที่ใช้ฝึกทักษะการเดินทางสำหรับคนพิการทางการเห็นทั้งสามกลุ่มมีความเห็นตรงกัน ไม่สามารถกำหนดขนาดพื้นที่ของสนามฝึกทักษะการเดินทางสำหรับคนพิการทางการเห็นที่เป็นมาตรฐานได้ ขึ้นอยู่กับสภาพแวดล้อมของแต่ละพื้นที่ (ถ้ามีขนาดเท่ากับสนามฟุตบอลมาตรฐานก็จะทำเส้นทางการฝึกได้มาก) การสอนการเดินทางให้กับคนพิการทางการเห็น ควรมีพื้นที่สภาพแวดล้อมในเมืองหรือชนบทองค์ประกอบที่สำคัญที่มีในสนามฝึกอบรมคนพิการทางการเห็นควรมีองค์ประกอบ ถนน ตรอก ซอย ทางแยก ทางข้าม สะพาน ฟุตบาทตามมาตราฐาน หญ้า พุ่มไม้ ต้นไม้ พื้นทางเดินแบบต่างๆ (คอนกรีต/ยางมะตอย/ลูกรัง/ดิน/น้ำ) ช่องทางเดินจัดให้เป็นไปตามสภาพจริง แต่ควรออกแบบให้มีพื้นผิวต่างสัมผัสตามสภาพจริง เช่น พื้นที่ราบเรียบ ขรุขระ แอ่งน้ำ เป็นเนินสูงๆต่ำๆ เป็นช่วงระยะทางสั้นบ้างยาวบ้างจะได้สร้างความคุ้นชิน ทางเดินคนเดียวขนาดไม่ต่ำกว่า 1ช่วงไหล่ (ประมาณ 80 เซนติเมตร) เพื่อที่จะใช้เทคนิคไม้เท้าในการสัมผัสพื้นผิวช่องทางเดิน และใช้ประสาทสัมผัสทั้ง 5 ในการรับรู้สิ่งต่างๆ สนามฝึกทักษะควรมี จุดสังเกต 2 แบบ คือ แบบถาวร และแบบชั่วคราว สนามฝึกควรมีสภาพแวดล้อมทั้งแบบในเมือง และแบบชนบท ส่วนด้านช่วงอายุที่เหมาะสมพบว่า คนพิการทางการเห็นมีด้วยกันสองกลุ่ม คนพิการทางการเห็นกลุ่มคนพิการทางการเห็นที่มีมาแต่กำเนิด และกลุ่มคนพิการทางการเห็นที่พิการภายหลัง เวลาการฝึกรอบละไม่ควรเกิน 3 ชั่วโมง (รวมเวลาพักแล้ว) และถ้าคนพิการทางการเห็นอยู่ในวัยเด็กต้องผ่านการเตรียมความพร้อมพื้นฐานในการเรียนรู้สิ่งต่างๆรอบตัว (การใช้สัมผัสทั้ง 5) มาก่อนการสอนการเดินทางส่วนใหญ่จะมีช่วงอายุประมาณ 10ปีขึ้นไป เวลาการฝึกควรฝึกทักษะรอบละไม่ควรเกิน1ชั่วโมง (รวมเวลาพักแล้ว)en_US
dc.description.abstractThe research "A Study of Training Field Model in Orientation and Mobility for Skill Development of Persons with Visual Impairment" is aimed to study the concept of Training Field Model in Orientation and Mobility for Skill Development of Persons with Visual Impairment. The researcher used the triangular qualitative data analysis to find the situable size and Environmental features of the field used to train travel skills for persons with visual impairments. The researcher was unable to determine the standard area for the training field because the location includes both urban and rural areas. The most important elements of the visual training field are the composition of roads, alleyways, intersections, bridges, footpaths, grasses, shrubs, trees, walkways. The walkway was arranged in the actual condition but it must be re-designed so that the surfaces can be exposed to the actual conditions such as flat areas, high basins in a short distance or a bit longer to get used to the pedestrian walkway. Also, it should be at least one shoulder span (80 cm) to use the touch of the walkway surface as well as to recognize the five senses. The skill training field must have permanent and temporary landmark and the training ground must be in both urban and rural environments. There were two groups of people: those who lost their vision by birth and those who lost their vision recently. Each of their training time should not exceed three hours (including rest time) and for those individuals who are children, they must go through basic preparation for learning various things (Using all five senses) before training. Trainee's age range should be at least 10 years or above and the practice time for the training should not exceed 1 hour (Including break time).en_US
dc.identifier.citationวารสารวิทยาลัยราชสุดาเพื่อการวิจัยและพัฒนาคนพิการ. ปีที่ 17, ฉบับที่ 1 (ม.ค.- มิ.ย. 2564), 19-32en_US
dc.identifier.urihttps://repository.li.mahidol.ac.th/handle/20.500.14594/63087
dc.language.isothaen_US
dc.rightsมหาวิทยาลัยมหิดลen_US
dc.rights.holderวิทยาลัยราชสุดา มหาวิทยาลัยมหิดลen_US
dc.subjectคนพิการทางการเห็นen_US
dc.subjectสนามฝึกอบรมen_US
dc.subjectการทำความคุ้นเคยกับสภาพแวดล้อมและการเคลื่อนไหวen_US
dc.subjectVisually Impaireden_US
dc.subjectTraining Field Modelen_US
dc.subjectOrientation and Mobilityen_US
dc.subjectวารสารวิทยาลัยราชสุดาเพื่อการวิจัยและพัฒนาคนพิการen_US
dc.subjectJournal of Ratchasuda College, Research and Development of Persons With Disabilitiesen_US
dc.titleการศึกษารูปแบบสนามฝึกอบรมเพื่อพัฒนาทักษะการทำความคุ้นเคยกับสภาพแวดล้อม และการเคลื่อนไหวสำหรับคนพิการทางการเห็นen_US
dc.title.alternativeA Study of Training Field Model in Orientation and Mobility for Skill Development of Persons with Visual Impairmenten_US
dc.typeResearch Articleen_US
dspace.entity.typePublication
mods.location.urlhttps://rs.mahidol.ac.th/rs-journal/vol.17-01/vol.17-002.php

Files

Original bundle

Now showing 1 - 1 of 1
Thumbnail Image
Name:
rs-ar-suwatcha-2564.pdf
Size:
393.5 KB
Format:
Adobe Portable Document Format

License bundle

Now showing 1 - 1 of 1
No Thumbnail Available
Name:
license.txt
Size:
1.71 KB
Format:
Item-specific license agreed upon to submission
Description:

Collections