Publication: Factors related to stunting status of the children aged under two years in Magway Township, Myanmar
7
1
Issued Date
2014
Resource Type
Language
eng
ISSN
1905-1387
Rights
Mahidol University
Rights Holder(s)
ASEAN Institute for Health Development Mahidol University
Bibliographic Citation
Journal of Public Health and Development. Vol.12, No.3 (2014), 3-15
Suggested Citation
Su Wai Phyo, Boonyong Keiwkarnka, Aroonsri Mongkolchati Factors related to stunting status of the children aged under two years in Magway Township, Myanmar. Journal of Public Health and Development. Vol.12, No.3 (2014), 3-15. Retrieved from: https://repository.li.mahidol.ac.th/handle/123456789/1572
Research Projects
Organizational Units
Authors
Journal Issue
Thesis
Title
Factors related to stunting status of the children aged under two years in Magway Township, Myanmar
Alternative Title(s)
ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับภาวะเตี้ยในเด็กอายุต่ำกว่า สองปี ในเมืองแมกเวย์ ประเทศเมียนม่าร์
Other Contributor(s)
Abstract
This cross-sectional analytic study was carried out to determine factors related to stunting status of
children aged under two years in Magway Township, Myanmar. Data were collected by using multi-stage
cluster sampling and a total of 399 children aged under two years and their mothers were included in this
study. After interviewing the mothers by using a face to face method, anthropometric measurements of the
children and mothers were performed. Descriptive statistics were used to describe the characteristics of
independent variables, dependent variable, and stunting status of the children. Chi-square test and multiple
logistic regression were applied to identify the factors related to the stunting status of children.
The finding shows that nearly one-fourth of the under two years children (23.8%) were stunted. The
result from multiple logistic regression showed that mother’s height (<145 cm), family income (<25
percentile/ <60$), child age (>10 months), gestational age of the child (<37 weeks) and early introducing
of complementary food to the children (<6 months) were the predicting factors of the stunting status of the
children in this population.
Therefore, Maternal and Child Health Care Services, implementing various health education and
intervention programs to the mothers and families focusing on quality antenatal care and an appropriate time
for introducing complementary food should be addressed.
การศึกษาครั้งนี้เป็นการวิจัยเชิงสำรวจ มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับภาวะเตี้ยในเด็ก ที่อายุต่ำกว่าสองปีในเขตเมืองแมกเวย์ ของประเทศเมียนม่าร์ เก็บรวบรวมข้อมูล โดยการสุ่มตัวอย่างแบบกลุ่ม แบบ หลายขั้นตอน กลุ่มตัวอย่างในการศึกษาครั้งนี้ ได้มีการสัมภาษณ์มารดาที่มีบุตรอายุน้อยกว่า 2 ปี มีจำนวนทั้งสิ้น 399 คน โดยการชั่งน้ำหนักวัดส่วนสูงทั้งของบุตรและมารดา และการสัมภาษณ์จากมารดาของเด็ก การศึกษาภาวะ ปัญหาความชุกความเตี้ย ดำเนินการโดยการเทียบเคียงกับมาตรฐานการเจริญเติบโตขององค์การอนามัยโลก ได้ใช้ สถิติเชิงพรรณนาเพื่ออธิบายลักษณะของตัวแปรในการศึกษานี้และค้นหาตัวแปรที่มีความสัมพันธ์กับภาวะเตี้ย ในเด็กโดยใช้การทดสอบไคสแควร์ และการศึกษาครั้งนี้ได้ใช้การวิเคราะห์แบบสถิติถดถอยพหุเพื่อทำนายปัจจัย ที่มีความสัมพันธ์ภาวะเตี้ยของเด็ก การศึกษาครั้งนี้พบว่า ในตัวอย่างกลุ่มนี้มีเด็กจำนวนเกือบหนึ่งในสี่ มีลักษณะภาวะเตี้ย (ร้อยละ 23.8) และ จากการศึกษาโดยการวิเคราะห์ทางสถิติแบบถดถอยพหุ พบว่าความสูงของแม่ ที่ต่ำกว่า 145 ซม. ครอบครัวมีราย ได้น้อย (น้อยกว่าค่าเปอร์เซ็นไทล์ที่ 25 หรือประมาณ 60 ดอลลาห์สหรัฐต่อปี) อายุเฉลี่ยของเด็ก (มากกว่า 10 เดือน) อายุครรภ์มารดาเฉลี่ยน้อยกว่า 37 สัปดาห์ และพบว่ามีการให้อาหารเสริมเด็กเฉลี่ยก่อน 6 เดือน มีความ สัมพันธ์ภาวะเตี้ยในเด็กที่อายุต่ำกว่าสองปีในเขตเมืองแมกเวย์ ของประเทศเมียนม่าร์ ดังนั้นแม่และบริการดูแลสุขภาพเด็ก การดำเนินการศึกษาสุขภาพต่างๆ และจัดโปรแกรมสำหรับแม่และ ครอบครัวที่มุ่งเน้นไปที่คุณภาพของการฝากครรภ์และเวลาที่เหมาะสมสำหรับการแนะนำอาหารเสริมให้บุตรนั้น ควรได้รับการส่งเสริมและพัฒนาในระดับนโยบายต่อไป
การศึกษาครั้งนี้เป็นการวิจัยเชิงสำรวจ มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับภาวะเตี้ยในเด็ก ที่อายุต่ำกว่าสองปีในเขตเมืองแมกเวย์ ของประเทศเมียนม่าร์ เก็บรวบรวมข้อมูล โดยการสุ่มตัวอย่างแบบกลุ่ม แบบ หลายขั้นตอน กลุ่มตัวอย่างในการศึกษาครั้งนี้ ได้มีการสัมภาษณ์มารดาที่มีบุตรอายุน้อยกว่า 2 ปี มีจำนวนทั้งสิ้น 399 คน โดยการชั่งน้ำหนักวัดส่วนสูงทั้งของบุตรและมารดา และการสัมภาษณ์จากมารดาของเด็ก การศึกษาภาวะ ปัญหาความชุกความเตี้ย ดำเนินการโดยการเทียบเคียงกับมาตรฐานการเจริญเติบโตขององค์การอนามัยโลก ได้ใช้ สถิติเชิงพรรณนาเพื่ออธิบายลักษณะของตัวแปรในการศึกษานี้และค้นหาตัวแปรที่มีความสัมพันธ์กับภาวะเตี้ย ในเด็กโดยใช้การทดสอบไคสแควร์ และการศึกษาครั้งนี้ได้ใช้การวิเคราะห์แบบสถิติถดถอยพหุเพื่อทำนายปัจจัย ที่มีความสัมพันธ์ภาวะเตี้ยของเด็ก การศึกษาครั้งนี้พบว่า ในตัวอย่างกลุ่มนี้มีเด็กจำนวนเกือบหนึ่งในสี่ มีลักษณะภาวะเตี้ย (ร้อยละ 23.8) และ จากการศึกษาโดยการวิเคราะห์ทางสถิติแบบถดถอยพหุ พบว่าความสูงของแม่ ที่ต่ำกว่า 145 ซม. ครอบครัวมีราย ได้น้อย (น้อยกว่าค่าเปอร์เซ็นไทล์ที่ 25 หรือประมาณ 60 ดอลลาห์สหรัฐต่อปี) อายุเฉลี่ยของเด็ก (มากกว่า 10 เดือน) อายุครรภ์มารดาเฉลี่ยน้อยกว่า 37 สัปดาห์ และพบว่ามีการให้อาหารเสริมเด็กเฉลี่ยก่อน 6 เดือน มีความ สัมพันธ์ภาวะเตี้ยในเด็กที่อายุต่ำกว่าสองปีในเขตเมืองแมกเวย์ ของประเทศเมียนม่าร์ ดังนั้นแม่และบริการดูแลสุขภาพเด็ก การดำเนินการศึกษาสุขภาพต่างๆ และจัดโปรแกรมสำหรับแม่และ ครอบครัวที่มุ่งเน้นไปที่คุณภาพของการฝากครรภ์และเวลาที่เหมาะสมสำหรับการแนะนำอาหารเสริมให้บุตรนั้น ควรได้รับการส่งเสริมและพัฒนาในระดับนโยบายต่อไป
