Publication:
ปัจจัยทำนายการรับรู้ความสามารถของมารดาในการดูแลทารกเกิดก่อนกำหนดหลังจำหน่ายจากโรงพยาบาลในช่วงการระบาดของโควิด-19

dc.contributor.authorพจนวรรณ ยาท้าว
dc.contributor.authorสมสิริ รุ่งอมรรัตน์
dc.contributor.authorอรุณรัตน์ ศรีจันทรนิตย์
dc.contributor.authorPodchanawan Yataw
dc.contributor.authorSomsiri Rungamornarat
dc.contributor.authorArunrat Srichantaranit
dc.date.accessioned2024-10-04T07:07:03Z
dc.date.available2024-10-04T07:07:03Z
dc.date.created2567-10-04
dc.date.issued2567
dc.date.received2567-04-26
dc.description.abstractวัตถุประสงค์: เพื่อศึกษาปัจจัยทำนายการรับรู้ความสามารถในการดูแลทารกเกิดก่อนกำหนดของมารดาหลังจำหน่ายจากโรงพยาบาลในช่วงแพร่ระบาดของโควิด 19 รูปแบบการวิจัย: การวิจัยหาความสัมพันธ์เชิงทำนาย วิธีดำเนินการวิจัย: กลุ่มตัวอย่างคือ มารดาของทารกเกิดก่อนกำหนดจำนวน 121 คน ที่ทารกได้รับการรักษาและจำหน่ายจากหอผู้ป่วยทารกแรกเกิดกึ่งวิกฤตของโรงพยาบาลระดับตติยภูมิ จำนวน 3 แห่ง ในกรุงเทพมหานคร ระหว่างเดือนมิถุนายน ถึง เดือนธันวาคม พ.ศ. 2565 เครื่องมือที่ใช้เก็บรวบรวมข้อมูล ได้แก่ 1) แบบสอบถามข้อมูลทั่วไปของมารดาและทารก 2) แบบสอบถามความรอบรู้ในการดูแลทารกเกิดก่อนกำหนด 3) แบบสอบถามการมีส่วนร่วมของมารดาในการดูแลทารกขณะอยู่โรงพยาบาล 4) แบบสอบถามความพร้อมของมารดาในการจำหน่ายทารกกลับบ้าน และ 5) แบบสอบถามการรับรู้ความสามารถในการดูแลทารกเกิดก่อนกำหนด วิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติเชิงพรรณนา และสถิติวิเคราะห์การถดถอยพหุ ผลการวิจัย: ความพร้อมของมารดาในการจำหน่ายทารกกลับบ้านสามารถทำนายการรับรู้ความสามารถในการดูแลทารกเกิดก่อนกำหนดของมารดาหลังจำหน่ายจากโรงพยาบาลได้มากที่สุด (gif.latex?\beta = .55, p < .001) รองลงมาคือความรอบรู้ในการดูแลทารกเกิดก่อนกำหนดของมารดา (gif.latex?\beta = .16, p = .047) โดยทั้งสองตัวแปรสามารถร่วมกันทำนายการรับรู้ความสามารถในการดูแลทารกเกิดก่อนกำหนดของมารดาหลังจำหน่ายจากโรงพยาบาลได้ร้อยละ 39 (R2 = .39, F(2, 118) = 25.14, p < .001) สรุปและข้อเสนอแนะ: การเตรียมความพร้อมของมารดาในการจำหน่ายทารกและความรอบรู้ด้านสุขภาพของมารดาในการดูแลทารกเกิดก่อนกำหนด สามารถทำนายการรับรู้ความสามารถในการดูแลทารกเกิดก่อนกำหนดของมารดาหลังจำหน่ายจากโรงพยาบาลได้ ดังนั้นควรมีการประเมินความพร้อมของมารดาในการจำหน่ายทารกให้ครอบคลุมทุกด้าน ร่วมกับการส่งเสริมให้มารดามีความรอบรู้ในการดูแลทารกเกิดก่อนกำหนด ได้แก่ การจัดให้มีแหล่งข้อมูลเกี่ยวกับทารกเกิดก่อนกำหนดที่มารดาสามารถเข้าถึง เข้าใจง่าย น่าเชื่อถือ ทันสมัย จะสามารถส่งผลให้มารดาสามารถดูแลทารกเกิดก่อนกำหนดเมื่อกลับไปอยู่บ้านได้
dc.description.abstractPurpose: To investigate factors influencing mothers’ perceived self-efficacy in preterm infant care post-hospital discharge during the COVID-19 pandemic. Design: Predictive correlational research. Methods: The study sample include 121 mothers of preterm infants who were admitted and discharged from the semi-critical neonatal unit in three tertiary care hospitals in Bangkok, Thailand from June to December, 2022. The data were collected on the hospital discharge day and 2 weeks thereafter. On the discharge day, the following tools were used: 1) Maternal Health Literacy in Preterm Infant Care Questionnaire. 2) Maternal Participation in Hospitalized Infant Care Questionnaire, and 3) Maternal Readiness for Infant Discharge Questionnaire. At 2 weeks after discharge, the Mothers’ Perceived Self-efficacy in Preterm Infant Care Questionnaire was used. Descriptive statistics and multiple regression were used for data analysis. Main findings: Maternal readiness for infant discharge remained the most predictive of mothers’ perceived self-efficacy in preterm infant care (gif.latex?\beta = .55, p < .001), followed by maternal health literacy in preterm infant care (gif.latex?\beta = .16, p = .047). These two variables collectively predicted mothers’ perceived self-efficacy in preterm infant care after hospital discharge by 39% (R2 = .39, F(2, 118) = 25.14, p < .001). Conclusion and recommendations: In situations with limited neonatal unit visits, maternal readiness for infant discharge and maternal health literacy in preterm infant care can predict mothers’ perceived self-efficacy in preterm infant care after hospital discharge. Appropriate ways to promote maternal readiness for infant discharge and maternal health literacy in preterm infant care should be determined to make mothers aware of their own ability to take care of preterm infants at home after hospital discharge.
dc.format.mimetypeapplication/pdf
dc.identifier.urihttps://repository.li.mahidol.ac.th/handle/20.500.14594/101446
dc.language.isotha
dc.rightsผลงานนี้เป็นลิขสิทธิ์ของมหาวิทยาลัยมหิดล ขอสงวนไว้สำหรับเพื่อการศึกษาเท่านั้น ต้องอ้างอิงแหล่งที่มา ห้ามดัดแปลงเนื้อหา และห้ามนำไปใช้เพื่อการค้า
dc.rights.holderคณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล
dc.subjectโควิด-19
dc.subjectความรอบรู้ด้านสุขภาพ
dc.subjectทารกเกิดก่อนกำหนด
dc.subjectการรับรู้ความสามารถแห่งตน
dc.subjectCOVID-19
dc.subjecthealth literacy
dc.subjectpreterm infant
dc.subjectself-efficacy
dc.subjectวารสารพยาบาลศาสตร์
dc.subjectJournal of Nursing Science
dc.titleปัจจัยทำนายการรับรู้ความสามารถของมารดาในการดูแลทารกเกิดก่อนกำหนดหลังจำหน่ายจากโรงพยาบาลในช่วงการระบาดของโควิด-19
dc.title.alternativePredictive Factors of Perceived Maternal Self-Efficacy in Preterm Infant Care Post- Discharge during the COVID-19 Pandemic
dc.typeArticle
dcterms.accessRightsopen access
dcterms.dateAccepted2567-06-04
dspace.entity.typePublication
mods.location.physicalLocationCentral Library
mods.location.urlhttps://he02.tci-thaijo.org/index.php/ns/article/view/268942
oaire.citation.endPage70
oaire.citation.issue3
oaire.citation.startPage58
oaire.citation.titleวารสารพยาบาลศาสตร์. ปีที่ 42, ฉบับที่ 3 (ก.ค.-ก.ย. 2567), 58-70
oaire.citation.volume42
oairecerif.author.affiliationมหาวิทยาลัยมหิดล. คณะพยาบาลศาสตร์

Files

Original bundle

Now showing 1 - 1 of 1
No Thumbnail Available
Name:
ns-ar-somsiri-2567-1.pdf
Size:
823.65 KB
Format:
Adobe Portable Document Format

Collections