Publication:
อิทธิพลของความเครียด สถานภาพทางการเงิน การรับรู้ความรุนแรงของอาการและการรับรู้อุปสรรคต่อพฤติกรรมสร้างเสริมสุขภาพในผู้ป่วยมะเร็งอุ้งเชิงกรานขณะได้รับรังสีรักษา

dc.contributor.authorวิจิตรา นุชอยู่en_US
dc.contributor.authorWichittra Nootyooen_US
dc.contributor.authorคนึงนิจ พงศ์ถาวรกมลen_US
dc.contributor.authorKanaungnit Pongthavornkamolen_US
dc.contributor.authorอรวมน ศรียุกตศุทธen_US
dc.contributor.authorAurawamon Sriyuktasuthen_US
dc.contributor.authorจิราพร เสตกรณุกูลen_US
dc.contributor.authorJiraporn Setakornnukulen_US
dc.contributor.otherมหาวิทยาลัยมหิดล. คณะพยาบาลศาสตร์en_US
dc.contributor.otherมหาวิทยาลัยมหิดล. คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาลen_US
dc.date.accessioned2018-08-14T09:09:39Z
dc.date.available2018-08-14T09:09:39Z
dc.date.created2561-08-14
dc.date.issued2559
dc.description.abstractวัตถุประสงค์ ศึกษาพฤติกรรมสร้างเสริมสุขภาพ และอิทธิพลของความเครียด สถานภาพทางการเงิน การรับรู้ ความรุนแรงของอาการ และการรับรู้อุปสรรค ต่อพฤติกรรมสร้างเสริมสุขภาพในผู้ป่วยมะเร็งอุ้งเชิงกรานขณะได้รับรังสีรักษา รูปแบบการวิจัย: การศึกษาความสัมพันธ์เชิงทำนาย วิธีดำเนินการวิจัย: กลุ่มตัวอย่างเป็นผู้ป่วยมะเร็งอุ้งเชิงกรานขณะได้รับรังสีรักษาที่เข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล มหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งในกรุงเทพมหานคร จำนวน 86 ราย ใช้วิธีเลือกกลุ่มตัวอย่างแบบเจาะจง รวบรวมข้อมูล โดยใช้ 1) แบบสอบถามข้อมูลส่วนบุคคล รวมสถานภาพทางการเงิน 2) แบบสอบถามการรับรู้ความรุนแรงของอาการ 3) แบบสอบถามความเครียด ST-5 4) แบบสอบถามการรับรู้อุปสรรคในการปฏิบัติพฤติกรรมสุขภาพ และ 5) แบบสอบถามการปฏิบัติพฤติกรรมสร้างเสริมสุขภาพ วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติเชิงพรรณนา และการวิเคราะห์อำนาจ การทำนายโดยใช้สถิติวิเคราะห์ถดถอยพหุคูณ ผลการวิจัย: คะแนนพฤติกรรมสร้างเสริมสุขภาพโดยรวมเฉลี่ย 157.58 คะแนน (M = 3.03, SD = 2.70) ตัวแปรอิสระทั้งหมดสามารถร่วมอธิบายความผันแปรของพฤติกรรมสร้างเสริมสุขภาพของกลุ่มตัวอย่างได้ร้อยละ 78.5 (R2 = .785, F(4, 81) = 73.763, p < .001) โดยพบว่าปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อพฤติกรรมสร้างเสริมสุขภาพอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ได้แก่ การรับรู้ความรุนแรงของอาการ (β = - .456, p < .001) ความเครียด (β = - .268, p < .01) และการรับรู้อุปสรรคในการปฏิบัติพฤติกรรมสร้างเสริมสุขภาพ (β = - .235, p < .05) สรุปและข้อเสนอแนะ: ผู้วิจัยเสนอแนะว่าพยาบาลควรการปฏิบัติพฤติกรรมสร้างเสริมสุขภาพในผู้ป่วย มะเร็งอุ้งเชิงกรานขณะได้รับรังสีรักษา โดยการประเมินความเครียดช่วยเหลือจัดการกับ อาการข้างเคียงระหว่างรับการรักษา และลดอุปสรรคต่อการปฏิบัติพฤติกรรมสร้างเสริมสุขภาพ เพื่อส่งเสริมผลลัพธ์การรักษาและคุณภาพชีวิตที่ดีของผู้ป่วยen_US
dc.description.abstractPurpose: To study health-promoting behaviors and the influences of stress, financial status, perceived severity of symptoms, and perceived barriers on health-promoting behaviors in pelvic malignancy patients undergoing radiation therapy. Design: A correlational predictive study. Methods: The study sample comprised 86 patients with pelvic malignancies who were receiving radiation therapy at one University Hospital in Bangkok. The sample was selected using purposive sampling, and questionnaires were used in collecting data including 1) the personal data form including financial status 2) perceived severity of symptoms questionnaire 3) ST-5 stress questionnaire 4) perceived barriers to health-promoting behaviors questionnaire and 5) Health Promoting Lifestyle Profile II. Data were analyzed by descriptive statistics and multiple regression analysis. Main findings: The average score of health-promoting behaviors was 157.58 points (M = 3.03, SD = 2.70). The multiple regression analysis revealed that all independent variables could jointly explain 78.5 % of variance in health-promoting behaviors with statistical significance (R2 = .785, F(4, 81) = 73.763, p < .001). Three factors were found as predictors of health-promoting behaviors which included perceived severity of symptoms (β = - .456, p < .001), stress (β = - .268, p < .01) and perceived barriers to health-promoting behaviors (β = - .235, p < .05). Conclusion and recommendations: The researchers suggest that nurses should be encouraged to adopt health-promoting behaviors in pelvic malignancy patients undergoing radiation therapy. Assessing their stress, helping them to manage the symptoms and reduce perceived barriers to practice of health-promoting behaviors would improve the patient’s treatment outcomes and their quality of life.en_US
dc.identifier.citationวารสารพยาบาลศาสตร์. ปีที่ 34, ฉบับที่ 1 (ม.ค. - มี.ค 2559), 53-65en_US
dc.identifier.urihttps://repository.li.mahidol.ac.th/handle/20.500.14594/22811
dc.language.isothaen_US
dc.rightsมหาวิทยาลัยมหิดลen_US
dc.rights.holderคณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดลen_US
dc.subjectผู้ป่วยมะเร็งอุ้งเชิงกรานen_US
dc.subjectรังสีรักษาen_US
dc.subjectพฤติกรรมสร้างเสริมสุขภาพen_US
dc.subjectวารสารพยาบาลศาสตร์en_US
dc.subjectJournal of Nursing Scienceen_US
dc.subjectOpen Access articleen_US
dc.titleอิทธิพลของความเครียด สถานภาพทางการเงิน การรับรู้ความรุนแรงของอาการและการรับรู้อุปสรรคต่อพฤติกรรมสร้างเสริมสุขภาพในผู้ป่วยมะเร็งอุ้งเชิงกรานขณะได้รับรังสีรักษาen_US
dc.title.alternativeThe Influences of Stress, Financial Status, Perceived Severity of Symptoms, and Perceived Barriers on Health-Promoting Behaviors in Pelvic Malignancy Patients Undergoing Radiation Therapyen_US
dc.typeArticleen_US
dspace.entity.typePublication
mods.location.urlhttps://www.tci-thaijo.org/index.php/ns/article/view/55184

Files

Original bundle

Now showing 1 - 1 of 1
Thumbnail Image
Name:
ns-ar-kanaungnit-2559.pdf
Size:
349.39 KB
Format:
Adobe Portable Document Format

License bundle

Now showing 1 - 1 of 1
No Thumbnail Available
Name:
license.txt
Size:
1.71 KB
Format:
Item-specific license agreed upon to submission
Description:

Collections