Publication: A Sustainability Assessment of Dryland Agriculture Practices in Myanmar and Their Impact on Local Livelihoods
Issued Date
2009-12
Resource Type
Language
eng
ISSN
1686-6096
Rights
Mahidol University
Bibliographic Citation
Environment and Natural Resources Journal. Vol.7, No.2 (Dec. 2009), 31-40
Suggested Citation
Thein, Myat Thuzar, Kulvadee Kansuntisukmongkol, Ross, William, กุลวดี แก่นสันติสุขมงคล A Sustainability Assessment of Dryland Agriculture Practices in Myanmar and Their Impact on Local Livelihoods. Environment and Natural Resources Journal. Vol.7, No.2 (Dec. 2009), 31-40. Retrieved from: https://repository.li.mahidol.ac.th/handle/20.500.14594/48334
Research Projects
Organizational Units
Authors
Journal Issue
Thesis
Title
A Sustainability Assessment of Dryland Agriculture Practices in Myanmar and Their Impact on Local Livelihoods
Alternative Title(s)
การประเมินความยั่งยืนของเกษตรกรรมในพื้นที่แห้งแล้งของประเทศ พม่า และ ผลกระทบต่อการดำรงชีวิตของคนในพื้นที่
Other Contributor(s)
Abstract
Agricultural practices are essentially an important tool for the basic needs of rainfed farmers in dryland areas. In the Dry Zone of Myanmar, dryland dwellers rely on rainfed farming for their food security and for earning income. This study explored the existing farming systems and agricultural practices in the Dry Zone and the social, economic and environmental consequences of these agricultural practices and made recommendations for more sustainable practices for the improvement of the area. The study gathered information from 77 rainfed farming households through surveys, in-depth interviews and site visits. The sesame-pigeon pea cropping was found to be the main cropping pattern of the Indawkyawe village. The study, reveals that the majority (88.3%) of respondents were to some extent following sustainable agricultural practices while the remainders were following unsustainable agricultural practices. Using oneway ANOVA, the study found that there were statistically significant differences among the three ‘levels of sustainability’ groups of agricultural practices in regard to income from agriculture, and the productivity of sesame and groundnut (p < 0.05). Although present agricultural practices are following resource conservation practices, the study found that not only sesame based cropping, but also drought tolerant crops and improved varieties should be introduced to supplement food sufficiency and improve livelihoods.
เกษตรกรรมเป็นเครื่องมือสำคัญในการสนองต่อความต้องการพื้นฐานของเกษตรกรที่ทำการเกษตรแบบอาศัยน้ำฝนในบริเวณพื้นที่แห้งแล้งในประเทศพม่า งานวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาระบบเกษตรกรรมและการทำการเกษตรในบริเวณพื้นที่แห้งแล้ง และ ผลกระทบจากการเกษตรต่อ สังคม เศรษฐกิจ และสิ่งแวดล้อม อีกทั้งให้ข้อเสนอแนะต่อวีธีการทำการเกษตรให้ยั่งยืนและการปรับปรุงพื้นที่ โดยเก็บรวบรวมข้อมูลจากเกษตรกรที่ทำการเกษตรแบบอาศัยน้ำฝนจำนวน 77 ครัวเรือนโดยการสำรวจครัวเรือน การสัมภาษณ์เชิงลึก และการลงไปศึกษาสภาพจริงในพื้นที่ จากการศึกษาพบว่า ระบบการปลูกพืชหลักของหมู่บ้าน Indawkyawe คือ การปลูกงาควบคู่กับถั่วมะแฮะ จากการวิเคราะห์โดยใช้ one-way ANOVA พบว่าส่วนใหญ่ร้อยละ 88.3 มีการทำเกษตรกรรมอย่างยั่งยืนนอกนั้นเป็นการเกษตรในลักษณะที่ไม่ยั่งยืน การทำการเกษตรที่มีความยั่งยืนแตกต่างกันทั้ง 3 กลุ่ม มีผลต่อด้านรายได้และผลผลิตของงาและถั่วลิสงอย่างมีนัยสำคัญที่ระดับ 0.05 ถึงแม้การทำการเกษตรในปัจจุบันจะมีลักษณะเชิงอนุรักษ์ก็ตาม จากการศึกษาพบว่านอกจากการเพาะปลูกงาเป็นพืชหลักแล้ว ควรแนะนำให้เกษตรกรปลูกพืชที่ทนต่อความแห้งแล้งและพืชที่มีการปรับปรุงพันธุ์ทั้งนี้เพื่อให้เกษตรกรมีอาหารที่เพียงพอและพัฒนาคุณภาพชีวิตของเกษตรกรด้วย
เกษตรกรรมเป็นเครื่องมือสำคัญในการสนองต่อความต้องการพื้นฐานของเกษตรกรที่ทำการเกษตรแบบอาศัยน้ำฝนในบริเวณพื้นที่แห้งแล้งในประเทศพม่า งานวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาระบบเกษตรกรรมและการทำการเกษตรในบริเวณพื้นที่แห้งแล้ง และ ผลกระทบจากการเกษตรต่อ สังคม เศรษฐกิจ และสิ่งแวดล้อม อีกทั้งให้ข้อเสนอแนะต่อวีธีการทำการเกษตรให้ยั่งยืนและการปรับปรุงพื้นที่ โดยเก็บรวบรวมข้อมูลจากเกษตรกรที่ทำการเกษตรแบบอาศัยน้ำฝนจำนวน 77 ครัวเรือนโดยการสำรวจครัวเรือน การสัมภาษณ์เชิงลึก และการลงไปศึกษาสภาพจริงในพื้นที่ จากการศึกษาพบว่า ระบบการปลูกพืชหลักของหมู่บ้าน Indawkyawe คือ การปลูกงาควบคู่กับถั่วมะแฮะ จากการวิเคราะห์โดยใช้ one-way ANOVA พบว่าส่วนใหญ่ร้อยละ 88.3 มีการทำเกษตรกรรมอย่างยั่งยืนนอกนั้นเป็นการเกษตรในลักษณะที่ไม่ยั่งยืน การทำการเกษตรที่มีความยั่งยืนแตกต่างกันทั้ง 3 กลุ่ม มีผลต่อด้านรายได้และผลผลิตของงาและถั่วลิสงอย่างมีนัยสำคัญที่ระดับ 0.05 ถึงแม้การทำการเกษตรในปัจจุบันจะมีลักษณะเชิงอนุรักษ์ก็ตาม จากการศึกษาพบว่านอกจากการเพาะปลูกงาเป็นพืชหลักแล้ว ควรแนะนำให้เกษตรกรปลูกพืชที่ทนต่อความแห้งแล้งและพืชที่มีการปรับปรุงพันธุ์ทั้งนี้เพื่อให้เกษตรกรมีอาหารที่เพียงพอและพัฒนาคุณภาพชีวิตของเกษตรกรด้วย