Publication: ความชุกและความสัมพันธ์ระหว่างการทำกิจกรรมกับภาวะบกพร่องทางปัญญาในผู้สูงอายุ
Issued Date
2559
Resource Type
Language
tha
ISSN
2697-584X (Print)
2697-5866 (Online)
2697-5866 (Online)
Rights
มหาวิทยาลัยมหิดล
Rights Holder(s)
ภาควิชาระบาดวิทยา คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล
ภาควิชาอนามัยครอบครัว คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล
ภาควิชาอนามัยครอบครัว คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล
Bibliographic Citation
วารสารสาธารณสุขศาสตร์. ปีที่ 46, ฉบับที่ 1 (ม.ค.-เม.ย. 2559), 95-107
Suggested Citation
สุจิตรา ปัญญา, สุคนธา ศิริ, ดุสิต สุจิรารัตน์, ศุภชัย ปิติกุลตัง, นพพร ตันติรังสี, Sujitra Punya, Sukhontha Siri, Dusit Sujirarat, Supachai Pitikultang, Nopporn Tantirangsee ความชุกและความสัมพันธ์ระหว่างการทำกิจกรรมกับภาวะบกพร่องทางปัญญาในผู้สูงอายุ. วารสารสาธารณสุขศาสตร์. ปีที่ 46, ฉบับที่ 1 (ม.ค.-เม.ย. 2559), 95-107. สืบค้นจาก: https://repository.li.mahidol.ac.th/handle/20.500.14594/63747
Research Projects
Organizational Units
Authors
Journal Issue
Thesis
Title
ความชุกและความสัมพันธ์ระหว่างการทำกิจกรรมกับภาวะบกพร่องทางปัญญาในผู้สูงอายุ
Alternative Title(s)
Prevalence and Association Between Activities and Cognitive Impairment among the Elderly
Abstract
การศึกษาครั้งนี้เป็นการศึกษาภาคตัดขวาง
มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาความชุกและความสัมพันธ์
ระหว่างการทำกิจกรรมกับภาวะบกพร่องทางปัญญา
ในผู้สูงอายุ ประชากรที่ศึกษาคือ ผู้สูงอายุที่อาศัยอยู่
ในจังหวัดกาฬสินธุ์ที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไป จำนวน 460 คน
ได้จากการสุ่มตัวอย่างแบบแบ่งชั้นภูมิสองขั้นตอน
คือ ตามพื้นที่และช่วงอายุ เครื่องมือที่ใช้คัดกรอง
ภาวะบกพร่องทางปัญญา คือ แบบทดสอบสมรรถภาพ
สมองเบื้องต้นฉบับภาษาไทย พ.ศ. 2545 (MMSE-Thai
2002) วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้ Logistic Regression
หาความสัมพันธ์ระหว่างการทำกิจกรรมกับภาวะ
บกพร่องทางปัญญา ผลการศึกษาพบความชุกของ
ภาวะบกพร่องทางปัญญา ร้อยละ 18.5 เมื่อควบคุม
ตัวแปรกวนต่าง ๆ แล้ว พบว่า ผู้สูงอายุที่มีอายุตั้งแต่
80 ปีขึ้นไป (ORadj = 3.39, 95% CI: 1.16-9.92)
การมีกิจกรรมทางกาย (ORadj = 0.35, 95% CI:
0.15-0.80) และการเข้าร่วมกิจกรรมทางสังคมสม่ำเสมอ
(ORadj = 0.39, 95% CI: 0.22-0.69) มีความสัมพันธ์
กับภาวะบกพร่องทางปัญญา ข้อเสนอแนะจากการ
ศึกษาคือ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรมีการจัดระบบ
เฝ้าระวังภาวะบกพร่องทางปัญญาในผู้สูงอายุ เช่น
การคัดกรอง และควรส่งเสริมการจัดกิจกรรมทางกาย
เช่น การเดิน การปั่นจักรยาน และมีกิจกรรมทาง
สังคมสำาหรับผู้สูงอายุในชุมชน เช่น กิจกรรมชมรม
งานประเพณี กิจกรรมอาสาสมัครช่วยเหลือในงาน
ต่าง ๆ ซึ่งกิจกรรมเหล่านี้จะช่วยลดความเสี่ยงต่อการ
เกิดภาวะบกพร่องทางปัญญาในผู้สูงอายุ
This cross-sectional study aimed to determine prevalence and association between activities and cognitive impairment among the elderly. The study included 460 subjects 60 years old and above living in Kalasin Province. Stratifi ed two-stage random sampling by area and age was used to select the subjects. Cognitive impairment status was screened by MMSE-Thai 2002. Logistic regression was used to assess the association between activities and cognitive impairment. The results revealed that the prevalence of cognitive impairment among the elderly was 18.5%. After controlling confounding variables, factors found to be associated with cognitive impairment included age 80 years or above (ORadj = 3.39, 95% CI: 1.16-9.92), having physical activity (ORadj = 0.35, 95% CI: 0.15- 0.80) and regular social activity (ORadj = 0.39, 95% CI: 0.22-0.69). The authorities should establish a surveillance system for cognitive impairment among the elderly such as appropriate screening tools. Furthermore, physical activities, like walking or bicycling, and social activities such as club, group, traditional or volunteer activities should be well prepared for the elderly. These activities can help them in reducing the risk of cognitive impairment.
This cross-sectional study aimed to determine prevalence and association between activities and cognitive impairment among the elderly. The study included 460 subjects 60 years old and above living in Kalasin Province. Stratifi ed two-stage random sampling by area and age was used to select the subjects. Cognitive impairment status was screened by MMSE-Thai 2002. Logistic regression was used to assess the association between activities and cognitive impairment. The results revealed that the prevalence of cognitive impairment among the elderly was 18.5%. After controlling confounding variables, factors found to be associated with cognitive impairment included age 80 years or above (ORadj = 3.39, 95% CI: 1.16-9.92), having physical activity (ORadj = 0.35, 95% CI: 0.15- 0.80) and regular social activity (ORadj = 0.39, 95% CI: 0.22-0.69). The authorities should establish a surveillance system for cognitive impairment among the elderly such as appropriate screening tools. Furthermore, physical activities, like walking or bicycling, and social activities such as club, group, traditional or volunteer activities should be well prepared for the elderly. These activities can help them in reducing the risk of cognitive impairment.