Publication: ปัจจัยที่สัมพันธ์กับพฤติกรรมการดูแลตนเองของผู้ที่เป็นเบาหวานชนิดที่ 2 จังหวัดสุพรรณบุรี
dc.contributor.author | สุธีรา บุญแต้ม | en_US |
dc.contributor.author | มณีรัตน์ ธีระวิวัฒน์ | en_US |
dc.contributor.author | สุปรียา ตันสกุล | en_US |
dc.contributor.author | นิรัตน์ อิมามี | en_US |
dc.contributor.author | Sutheera BoonTam | en_US |
dc.contributor.author | Manirat Therawiwat | en_US |
dc.contributor.author | Supreya Tansakul | en_US |
dc.contributor.author | Nirat Imamee | en_US |
dc.contributor.other | มหาวิทยาลัยมหิดล. คณะสาธารณสุขศาสตร์. ภาควิชาสุขศึกษาและพฤติกรรมศาสตร์ | en_US |
dc.date.accessioned | 2021-03-20T16:53:13Z | |
dc.date.available | 2021-03-20T16:53:13Z | |
dc.date.created | 2564-03-20 | |
dc.date.issued | 2556 | |
dc.description.abstract | การวิจัยเชิงสำรวจแบบภาคตัดขวางนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาปัจจัยที่สัมพันธ์กับพฤติกรรมการดูแล ตนเองของผู้ที่เป็นเบาหวานชนิดที่ 2 ทั้งเพศชายและหญิง ที่มีอายุระหว่าง 25 ปีขึ้นไป ได้รับการวินิจฉัยจากแพทย์ ว่าเป็นโรคเบาหวานชนิดที่ 2 มาแล้วไม่น้อยกว่า 6 เดือน การคัดเลือกตัวอย่างใช้วิธีการสุ่มอย่างง่ายโดยสุ่มจาก รายชื่อผู้ป่วยเบาหวานที่เข้ารับบริการที่โรงพยาบาลและมีคุณสมบัติตามเกณฑ์ ได้กลุ่มตัวอย่างจำนวน 357 คน รวบรวมข้อมูลโดยใช้แบบสัมภาษณ์ วิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติการแจกแจงความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย สถิติทดสอบ ไคสแควร์ และสหสัมพันธ์แบบเพียร์สัน ผลการวิจัย พบว่า ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับพฤติกรรมการดูแลตนเองด้าน การรับประทานยาอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติได้แก่ ความรู้เรื่องการดูแลตนเอง (r=0.303, p<0.001) การรับรู้ความ รุนแรงของภาวะแทรกซ้อน(r=0.353, p<0.001) การรับรู้ความสามารถตนเอง (r=0.381, p<0.001) ความคาดหวัง ในผลดี (r=0.228, p<0.001) ส่วนปัจจัยที่พบว่ามีความสัมพันธ์กับพฤติกรรมการดูแลตนเองด้านการบริโภคอาหาร อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติได้แก่ อายุ (r=0.158, p=0.003) สถานภาพสมรส (X^2=7.912, p=0.019) การรับรู้ความ รุนแรงของภาวะแทรกซ้อน(r=0.117, p<0.001) การรับรู้ความสามารถตนเอง (r=0.381, p=0.027) ความคาดหวัง ในผลดี (r=0.292, =<0.001) และปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับพฤติกรรมการการดูแลตนเองด้านออกกำลังกายอย่าง มีนัยสำคัญทางสถิติได้แก่ สถานภาพสมรส (x^2=13.669, p=0.008) ระดับการศึกษา (x^2=26.437, p=<0.001) อาชีพ (x^2=27.245, p=<0.001) ความรู้เรื่องการดูแลตนเอง (r=0.146, p=0.006) การรับรู้ความรุนแรงของ ภาวะแทรกซ้อน(r=0.106, p=0.045) การรับรู้ความสามารถตนเอง (r=0.243, p<0.001) ความคาดหวังในผลดี (r=0.257, p<0.001) ข้อเสนอแนะสำหรับโรงพยาบาลที่ให้บริการผู้ป่วยเบาหวาน ควรมีการจัดกิจกรรมส่งเสริม ความรู้เรื่องโรคเบาหวานและการดูแลตนเองที่เน้นการสร้างการรับรู้ความสามารถในการดูแลตนเองให้ผู้ป่วย | en_US |
dc.description.abstract | This cross-sectional research was aimed to study the factors related to self-care behaviors of the patients with Type 2 diabetes mellitus. The criteria for selecting the samples were:- males and females aged 35 years and higher and were diagnosed by physicians of having Type 2 diabetes mellitus not less than 6 months. Simple random sampling was used to select 357 sampled patients from the roster of the patients with Type 2 diabetes mellitus who came to get services at the hospital and their characteristics were met with the inclusion criteria set. Data were collected by using the interviewing schedule that had been checked for its content validity and reliability in accordance with the standard criteria set. Data analysis was done by computing frequency, percentage, arithmetic mean, Chi-square test and Pearson’s Product Moment Coefficient Correlation. The results showed that most of the samples were males (62.7%); aged 61 years and higher (46.2%); were married (62.7%); and 41.18 percent had Type 2 diabetes mellitus for less than 5 years. The factors that were found to relate significantly with the samples’ self-car behaviors in regard to medication were: knowledge about self-care (r=0.303, p<0.001); perceived severity of complications (r=0.353, p<0.001), perceived self-efficacy (r+0.381, p<0.001) and outcome expectations (r=0.228, p<0.001). The factors that were found to relate significantly with self-care in regard to food consumption were: age (r=0.158, p<0.003); marital status (x^2=13.669, p=0.008), educational status (x^2=26.437, p=0.019); perceived severity of complications (r=0.117, p<0.01); perceived self-efficacy (r=0.381, p=0.027); and outcome expectations (r=0.292, p<0.001). And the factors that were found to relate significantly to patients’ self-care in regard to exercise were: marital status (x^2= 13.669, p=0.008), educational level (x^2=26.437, p<0.001), occupation (x^2=27.245, p<0.001); knowledge about self-care ( r=0.146, p=0.006); perceived severity of complications (r=0.106, p=0.001); perceived self-efficacy (r=0.43, p<0.001), and outcome expectations (r=0.257, p<0.001). The recommendations for the hospitals providing health services for patients with Type 2 diabetes mellitus were: activities should be organized to promote knowledge about diabetes mellitus and self-care. | en_US |
dc.identifier.citation | วารสารสุขศึกษา. ปีที่ 36, ฉบับที่ 123 (ม.ค.- เม.ย. 2556), 65-80 | en_US |
dc.identifier.uri | https://repository.li.mahidol.ac.th/handle/20.500.14594/61341 | |
dc.language.iso | tha | en_US |
dc.rights | มหาวิทยาลัยมหิดล | en_US |
dc.rights.holder | คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล | en_US |
dc.subject | พฤติกรรมการดูแลตนเอง | en_US |
dc.subject | การรับรู้ความสามารถตนเอง | en_US |
dc.subject | ความคาดหวังในผลดี | en_US |
dc.subject | ผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 | en_US |
dc.subject | Self-Care Behaviors | en_US |
dc.subject | Perceived self-efficacy | en_US |
dc.subject | Outcome expectations | en_US |
dc.subject | Patients with type 2 diabetes mellitus | en_US |
dc.title | ปัจจัยที่สัมพันธ์กับพฤติกรรมการดูแลตนเองของผู้ที่เป็นเบาหวานชนิดที่ 2 จังหวัดสุพรรณบุรี | en_US |
dc.title.alternative | Factors Related to Self Care Behavior Among Type 2 Diabetic Patients, Supan Buri Province | en_US |
dc.type | Research Article | en_US |
dspace.entity.type | Publication | |
mods.location.url | https://he01.tci-thaijo.org/index.php/muhed/article/view/163705 |