Publication:
การศึกษาเปรียบเทียบ Interferongamma (IFN-γ) ด้วยเครื่องอัตโนมัติ LIAISON® XL (CLIA) กับวิธีมาตรฐาน Enzyme-Linked Immunosorbent Assay (ELISA)

dc.contributor.authorอรชุมา ล่อใจ
dc.contributor.authorมงคล คุณากร
dc.contributor.authorชวชล เศรษฐอุดม
dc.contributor.authorเมวดี ปรีชา
dc.contributor.authorOnchuma Lohjai
dc.contributor.authorMongkol Kunakorn
dc.contributor.authorChavachol Setthaudom
dc.contributor.authorMewadee Preecha
dc.date.accessioned2026-03-23T04:21:23Z
dc.date.available2026-03-23T04:21:23Z
dc.date.created2569
dc.date.issued2567
dc.date.received2565-03-21
dc.description.abstractปัจจุบันการตรวจวินิจฉัยการติดเชื้อวัณโรคในระยะแฝงในโรงพยาบาลรามาธิบดี โดยการตรวจวัดระดับ Interferon-Gamma (IFN-γ) จากหลักการ IFN-γ releasing assay (IGRA) โดยใช้ชุดทดสอบ QuantiFERON-TB Gold Plus (QFT-Plus) ซึ่งเป็นการทดสอบด้วยวิธี Enzyme-Linked Immunosorbent Assay (ELISA) ที่ได้รับการยอมรับจาก FDA หากแต่ชุดทดสอบนี้มีหลายกระบวนการในการทำการทดสอบและใช้ระยะเวลานาน ห้องปฏิบัติการจึงได้นำเทคนิคใหม่สำหรับตรวจวัดระดับ IFN-γ คือการทดสอบด้วยวิธี Chemiluminescent Immuno Assay (CLIA) โดยใช้เครื่องอัตโนมัติ LIAISON® XL analyzers เพื่อนำมาใช้ทดแทน ลดภาระงานและเพิ่มความรวดเร็วในการรายงานผล วัตถุประสงค์ของการศึกษาครั้งนี้จึงได้ทำการเปรียบเทียบประสิทธิภาพและความสัมพันธ์ของค่า IFN-γ ในกลุ่มตัวอย่าง 106 ราย ผลการศึกษาความสอดคล้องของวิธี QFT-Plus (ELISA) เมื่อเทียบกับวิธี LIAISON® XL analyzers (CLIA) พบว่า ผลบวกมีความสอดคล้องร้อยละ 81.8 (9/11) ผลลบมีความสอดคล้องร้อยละ 95.5 (86/90) และผล indeterminate มีความสอดคล้องร้อยละ 100 (5/5) ผลรวมความสอดคล้องของทั้งสองวิธีอยู่ที่ร้อยละ 94.34 มีค่า Kappa Agreement เท่ากับ 0.799 โดยให้ผลที่ไม่สอดคล้องกัน 6 ราย จากผลการทดลองสามารถสรุปได้ว่า ระดับ IFN-γ เมื่อตรวจวัดด้วย LIAISON® XL analyzers (CLIA) มีค่าความสอดคล้องกับวิธี QFT-Plus (ELISA) ค่าความสัมพันธ์ของการทดสอบ QFT-Plus (ELISA) ไม่ว่าจาก แอนติเจน TB1 หรือ TB2 มีความสัมพันธ์กับการทดสอบ LIAISON® XL analyzers (CLIA) เท่ากันแสดงค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์ของเพียร์สันคือ 0.98 และ 0.96 ตามลำดับ ดังนั้นเพื่อช่วยลดภาระงานและเพิ่มความรวดเร็วในการรายงานผล LIAISON® XL analyzers (CLIA) จึงเป็นทางเลือกที่สามารถนำมาใช้ทดแทนการทดสอบเดิมและใช้ในการตรวจหาการติดเชื้อวัณโรคระยะแฝงได้รวดเร็ว
dc.format.extent12 หน้า
dc.format.mimetypeapplication/pdf
dc.identifier.citationวารสาร Mahidol R2R e-Journal. ปีที่ 11, ฉบับที่ 1 (ม.ค.-เม.ย. 2567), 66-77
dc.identifier.doihttp://doi.org/10.14456/jmu.2024.6
dc.identifier.issn2392-5515
dc.identifier.urihttps://repository.li.mahidol.ac.th/handle/123456789/115817
dc.language.isotha
dc.rightsผลงานนี้เป็นลิขสิทธิ์ของมหาวิทยาลัยมหิดล ขอสงวนไว้สำหรับเพื่อการศึกษาเท่านั้น ต้องอ้างอิงแหล่งที่มา ห้ามดัดแปลงเนื้อหา และห้ามนำไปใช้เพื่อการค้า
dc.rights.holderสำนักงานอธิการบดี มหาวิทยาลัยมหิดล
dc.subjectการติดเชื้อวัณโรคระยะแฝง
dc.subjectInterferon-Gamma Release Assay
dc.subjectQuantiFERON-TB Gold Plus
dc.subjectLIAISON® XL analyzers (CLIA)
dc.subjectlatent tuberculosis infection
dc.titleการศึกษาเปรียบเทียบ Interferongamma (IFN-γ) ด้วยเครื่องอัตโนมัติ LIAISON® XL (CLIA) กับวิธีมาตรฐาน Enzyme-Linked Immunosorbent Assay (ELISA)
dc.title.alternativeA comparison study of Interferon-gamma release assay between CLIA by LIAISON® XL and Enzyme-Linked Immunosorbent Assay (ELISA)
dc.typeResearch Article
dcterms.accessRightsopen access
dcterms.dateAccepted2565-11-23
dspace.entity.typePublication
oaire.citation.endPage77
oaire.citation.issue1
oaire.citation.startPage66
oaire.citation.titleวารสาร Mahidol R2R e-Journal
oaire.citation.volume11
oairecerif.author.affiliationมหาวิทยาลัยมหิดล. คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี. ภาควิชาพยาธิวิทยา

Files

Original bundle

Now showing 1 - 1 of 1
No Thumbnail Available
Name:
ra-ar-onchuma-2567.pdf
Size:
2.08 MB
Format:
Adobe Portable Document Format

Collections