Publication: Preventive behavior of sexually transmitted diseases among high school students in Vientiane, Lao P.D.R.
13
3
Issued Date
2014
Resource Type
Language
eng
ISSN
1905-1387
Rights
Mahidol University
Rights Holder(s)
ASEAN Institute for Health Development Mahidol University
Bibliographic Citation
Journal of Public Health and Development. Vol.12, No.3 (2014), 65-77
Suggested Citation
Viengsavanh Khitthiphong, Nate Hongkailert, Jutatip Sillabutra Preventive behavior of sexually transmitted diseases among high school students in Vientiane, Lao P.D.R.. Journal of Public Health and Development. Vol.12, No.3 (2014), 65-77. Retrieved from: https://repository.li.mahidol.ac.th/handle/123456789/1581
Research Projects
Organizational Units
Authors
Journal Issue
Thesis
Title
Preventive behavior of sexually transmitted diseases among high school students in Vientiane, Lao P.D.R.
Alternative Title(s)
พฤติกรรมการป้องกันโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ ของนักเรียนระดับมัธยมศึกษา ในนครเวียงจันทน์ ประเทศสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว
Other Contributor(s)
Abstract
This study was conducted in Vientiane Capital City, Lao P.D.R. The study aimed to identify preventive
behavior regarding sexually transmitted diseases (STDs). The study sample was 275 high school
students of grades 5-7 by using simple random sampling.The data were collected by using a self-administered
questionnaire and analyzed by using descriptive statistics and multiple logistic regressions. A questionnaire
consisted of 5 parts:- Socio-demographic, communication towards STDs, perception of STDs preventive,
knowledge of STDs and behavior, and STDs preventive,
The study revealed that the average age of the respondents was 17.23 years old (SD = 0.99), and the
range of age was 15-19 years old. About 51% were male. The majority of them (81.1%) stayed with their
parents. Most of them (60.7%) practiced good STDs preventive behavior. Communication towards STDs
preventive was significantly associated with STDs preventive behavior (OR = 2.37, 95% CI = 1.30-3.71)
when adjusting for other factors in the model.
Regarding the findings, it is necessary to provide appropriate STDs and safe sex education among high
school students and arrange a proper environment in which students are able to discuss sexual and related
problems with their teachers. It is also important to encourage them to continuously practise safe sex for
STDs preventive since they had good STDs preventive behavior.
การศึกษาเรื่องพฤติกรรมการป้องกันโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ของนักเรียนระดับมัธยมศึกษา ในนครเวียงจันทน์ ประเทศสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาวนี้ ทำการศึกษาในโรงเรียนระดับมัธยมศึกษาจำนวน 3 แห่ง เพื่อศึกษาพฤติกรรมการป้องกันโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในครั้งนี้เป็นนักเรียนระดับ มัธยมศึกษา ที่ศึกษาอยู่ระหว่างเกรด 5 – เกรด 7 จำนวน 275 คน ได้มาโดยการสุ่มอย่างง่าย เก็บข้อมูลโดยใช้ แบบสอบถามที่ให้เขียนตอบเอง แบ่งออกเป็น 5 ส่วน ได้แก่ ข้อมูลพื้นฐาน การสื่อสารที่มีต่อการป้องกันการติดต่อทางเพศสัมพันธ์ การรับรู้เกี่ยวกับการป้องกันโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ ความรู้เกี่ยวกับโรคติดต่อทางเพศ สัมพันธ์และพฤติกรรม การป้องกันโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ ส่วนการวิเคราะห์ข้อมูลใช้สถิติเชิงบรรยาย และ การวิเคราะห์การถดถอยโลจิสติก ผลการศึกษา พบว่าอายุเฉลี่ยของนักเรียน เท่ากับ 17.23 ปี มีช่วงอายุ ระหว่าง 15-19 ปี ประมาณร้อยละ 51 เป็นชาย นักเรียนส่วนใหญ่ ร้อยละ 81.1 อาศัยอยู่กับบิดา มารดา ประมาณร้อยละ 60 มีพฤติกรรมการป้องกัน โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ในระดับดี และยังพบว่าการสื่อสารเกี่ยวกับการป้องกันโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์มีความสัมพันธ์กับพฤติกรรมการป้องกัน (OR = 2.37, 95% CI = 1.30-3.71) เมื่อควบคุมตัวแปรอื่นๆ จากข้อค้นพบ จึงจำเป็นที่จะต้องให้การศึกษาเรื่อง โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ และการมีเพศสัมพันธ์ที่ปลอดภัยแก่นักเรียนระดับมัธยมศึกษาและควรสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการที่นักเรียนและครูจะได้พูดคุย ถกเถียงกัน ถึงปัญหาเรื่องเพศ และประเด็นที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งควรสนับสนุนให้นักเรียนให้มีพฤติกรรมการป้องกันโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์อย่างต่อเนื่อง แม้ว่าจะมีการป้องกันที่ดีแล้วก็ตาม
การศึกษาเรื่องพฤติกรรมการป้องกันโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ของนักเรียนระดับมัธยมศึกษา ในนครเวียงจันทน์ ประเทศสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาวนี้ ทำการศึกษาในโรงเรียนระดับมัธยมศึกษาจำนวน 3 แห่ง เพื่อศึกษาพฤติกรรมการป้องกันโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในครั้งนี้เป็นนักเรียนระดับ มัธยมศึกษา ที่ศึกษาอยู่ระหว่างเกรด 5 – เกรด 7 จำนวน 275 คน ได้มาโดยการสุ่มอย่างง่าย เก็บข้อมูลโดยใช้ แบบสอบถามที่ให้เขียนตอบเอง แบ่งออกเป็น 5 ส่วน ได้แก่ ข้อมูลพื้นฐาน การสื่อสารที่มีต่อการป้องกันการติดต่อทางเพศสัมพันธ์ การรับรู้เกี่ยวกับการป้องกันโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ ความรู้เกี่ยวกับโรคติดต่อทางเพศ สัมพันธ์และพฤติกรรม การป้องกันโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ ส่วนการวิเคราะห์ข้อมูลใช้สถิติเชิงบรรยาย และ การวิเคราะห์การถดถอยโลจิสติก ผลการศึกษา พบว่าอายุเฉลี่ยของนักเรียน เท่ากับ 17.23 ปี มีช่วงอายุ ระหว่าง 15-19 ปี ประมาณร้อยละ 51 เป็นชาย นักเรียนส่วนใหญ่ ร้อยละ 81.1 อาศัยอยู่กับบิดา มารดา ประมาณร้อยละ 60 มีพฤติกรรมการป้องกัน โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ในระดับดี และยังพบว่าการสื่อสารเกี่ยวกับการป้องกันโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์มีความสัมพันธ์กับพฤติกรรมการป้องกัน (OR = 2.37, 95% CI = 1.30-3.71) เมื่อควบคุมตัวแปรอื่นๆ จากข้อค้นพบ จึงจำเป็นที่จะต้องให้การศึกษาเรื่อง โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ และการมีเพศสัมพันธ์ที่ปลอดภัยแก่นักเรียนระดับมัธยมศึกษาและควรสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการที่นักเรียนและครูจะได้พูดคุย ถกเถียงกัน ถึงปัญหาเรื่องเพศ และประเด็นที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งควรสนับสนุนให้นักเรียนให้มีพฤติกรรมการป้องกันโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์อย่างต่อเนื่อง แม้ว่าจะมีการป้องกันที่ดีแล้วก็ตาม
