Publication:
ผลของการใช้แนวคิดแบบแผนความเชื่อด้านสุขภาพกับการบริหารร่างกายแบบฤๅษีดัดตนในกลุ่มปวดกล้ามเนื้อหลังส่วนบนเรื้อรังเขตหนองจอก กรุงเทพมหานคร

dc.contributor.authorกัลยาพร เติมนาคen_US
dc.contributor.authorสุปรียา ตันสกุลen_US
dc.contributor.authorมณีรัตน์ ธีระวิวัฒน์en_US
dc.contributor.authorนิรัตน์ อิมามีen_US
dc.contributor.authorณภัทร พานิขการen_US
dc.contributor.authorKalayaporn Termnarken_US
dc.contributor.authorSupreya Tansakulen_US
dc.contributor.authorManeerat Terawiwaten_US
dc.contributor.authorNirat Imameeen_US
dc.contributor.authorNaphat Panichakanen_US
dc.contributor.otherมหาวิทยาลัยมหิดล. คณะสาธารณสุขศาสตร์. ภาควิชาสุขศึกษาและพฤติกรรมศาสตร์en_US
dc.date.accessioned2020-12-21T15:29:29Z
dc.date.available2020-12-21T15:29:29Z
dc.date.created2563-12-21
dc.date.issued2560
dc.description.abstractงานวิจัยนี้เป็นงานวิจัยกึ่งทดลองชนิดวัดสองกลุ่มก่อนและหลังทดลอง เพื่อศึกษาผลของการใช้แนวคิดแบบแผน ความเชื่อด้านสุขภาพกับการบริหารร่างกายแบบฤๅษีดัดตนในผู้ป่วยกลุ่มปวดกล้ามเนื้อหลังส่วนบนเรื้อรังในเขตศูนย์บริการ สาธารณสุข 44 ลำผักชี หนองจอก กรุงเทพมหานคร สาขาลำแบนชะโด กลุ่มตัวอย่าง คือผู้ป่วยกลุ่มปวดกล้ามเนื้อหลังส่วนบนเรื้อรัง อายุ 30 ปีขึ้นไป กลุ่มทดลอง จำนวน 29 คน และกลุ่มเปรียบเทียบ จำนวน 30 คน โดยกลุ่มทดลองได้รับการจัดโปรแกรมสุขศึกษา จำนวน 7 สัปดาห์ สัปดาห์ละ 1 ครั้ง ครั้งละ 1-2 ชั่วโมง ส่วนกลุ่มเปรียบเทียบได้รับคู่มือและโปสเตอร์ ฤๅษีดัดตน 2 ท่า เก็บรวบรวมข้อมูลโดยใช้แบบสัมภาษณ์ที่ผู้วิจัยสร้างขึ้น มีค่าความเที่ยง 0.7004 และแบบบันทึกพิสัยการ เคลื่อนไหวของข้อไหล่ วิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติ Pair Samples t – test และ Independent t – test ผลการทดลอง พบว่า หลังการทดลอง กลุ่มทดลอง มีคะแนนเฉลี่ยการรับรู้โอกาสเสี่ยงต่อการเกิดกลุ่มอาการปวดกล้ามเนื้อและเนื้อเยื่อพังผืดมัยโอฟาสเชี่ยลส่วนบนเรื้อรัง การรับรู้ความรุนแรงต่ออาการปวดกล้ามเนื้อหลังส่วนบน การรับรู้ประโยชน์ของการบริหาร ร่างกายแบบฤๅษีดัดตน การรับรู้อุปสรรคของการบริหารร่างกายแบบฤๅษีดัดตน การรับรู้ความสามารถตนเองในการบริหาร ร่างกายแบบฤๅษีดัดตน พฤติกรรมการบริหารร่างกายแบบฤๅษีดัดตน และพิสัยการเคลื่อนไหวของข้อไหล่ดีขึ้นกว่าก่อนการทดลองอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p<0.05) ระดับความปวดลดลงกว่าก่อนทดลองอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p-value<0.001) เมื่อเปรียบเทียบความแตกต่างของคะแนนเฉลี่ยพฤติกรรมการบริหารร่างกายแบบฤๅษีดัดตนระหว่างกลุ่มหลังการทดลอง พบว่า มีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p<0.05) ดังนั้น โปรแกรมการประยุกต์แนวคิดแบบแผนความเชื่อด้านสุขภาพกับการบริหารร่างกายแบบฤๅษีดัดตน สามารถปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพ พิสัยการเคลื่อนไหวของข้อไหล่ และ ระดับความปวดได้en_US
dc.description.abstractThis study was a quasi-experimental research; randomized control group-pretest posttest group design. To study the effects of application of Health Belief Model and Hermit Contortion Exercise for patients with chronic upper back pain, age > 30 years who resided in the areas responsible by the Public Health Services Center No. 44, Lumphugchee, Nongchok, Lumbanchado Branch, Bangkok. The data were collected from 59 sampled patients, 29 from the experimental group and 30 from the comparison group by using the interview schedule which was the reliability value =0.7004.The experimental group received the health education program for 7 times, 1-2 hours each time every Sunday. For the comparison group, before the experimentation, the patients received the manual of 2 sets of Hermit Contortion Exercise and the poster on the 2 sets of Hermit Contortion Exercise for the upper back muscle group. Difference comparison analysis of the mean scores within the experimental and the comparison groups, before and after the experimentation, was done by computing Paired Sample t-test and Independent t-test. After the experimentation, the perceived susceptibility, perceived severity, perceived benefits, the perceived barriers, the perceived self-efficacy, hermit contortion behavior and shoulder range of motion mean score of the experimental group was found to be significantly better than before the experimentation (p<0.05) and than the comparison group (p<0.05). The significantly lower level of pain of the experimental group was found (p-value < 0.001). The hermit contortion behavior was found to be significantly differentiate from the comparison group (p<0.05). Effects of the application of Health Belief Model and Hermit Contortion Exercise can change hermit contortion behavior, shoulder range of motion, and pain level.en_US
dc.identifier.citationวารสารสุขศึกษา. ปีที่ 40, ฉบับที่ 1 (ม.ค.- มิ.ย. 2560), 131-146en_US
dc.identifier.urihttps://repository.li.mahidol.ac.th/handle/20.500.14594/60311
dc.language.isothaen_US
dc.rightsมหาวิทยาลัยมหิดลen_US
dc.rights.holderคณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดลen_US
dc.subjectแบบแผนความเชื่อด้านสุขภาพen_US
dc.subjectการบริหารร่างกายแบบฤๅษีดัดตนen_US
dc.subjectกล้ามเนื้อหลังส่วนบนen_US
dc.subjectHealth Belief Modelen_US
dc.subjectHermit Contortion Exerciseen_US
dc.subjectChronic upper back painen_US
dc.titleผลของการใช้แนวคิดแบบแผนความเชื่อด้านสุขภาพกับการบริหารร่างกายแบบฤๅษีดัดตนในกลุ่มปวดกล้ามเนื้อหลังส่วนบนเรื้อรังเขตหนองจอก กรุงเทพมหานครen_US
dc.title.alternativeEffects of the application of health belief model and behavior of hermit contortion exercise for chronic upper back pain at Nong Chok district, Bangkoken_US
dc.typeResearch Articleen_US
dspace.entity.typePublication

Files

Original bundle

Now showing 1 - 1 of 1
Thumbnail Image
Name:
ph-ar-supreya-2560.pdf
Size:
438.45 KB
Format:
Adobe Portable Document Format

License bundle

Now showing 1 - 1 of 1
No Thumbnail Available
Name:
license.txt
Size:
1.71 KB
Format:
Item-specific license agreed upon to submission
Description:

Collections