Publication: Prevalence estimation of three breast cancer screening methods among northeastern women in Thailand
Issued Date
2009
Resource Type
Language
eng
ISSN
0125-1678
Rights
Mahidol university
Rights Holder(s)
Mahidol university
Bibliographic Citation
Journal of Public Health. Vol.39, No.3 (2009), 271-282
Suggested Citation
Sutthi Jareinpituk, Chukiat Viwatwongkasem, Surintorn Kalampakorn, Supannee Sriamporn Promthet, Pratana Satitvipawee, สุทธิ เจริญพิทักษ์, ชูเกียรติ วิวัฒน์วงศ์เกษม, สุรินธร กลัมพากร, ปรารถนา สถิตย์วิภาวี Prevalence estimation of three breast cancer screening methods among northeastern women in Thailand. Journal of Public Health. Vol.39, No.3 (2009), 271-282. Retrieved from: https://repository.li.mahidol.ac.th/handle/20.500.14594/2488
Research Projects
Organizational Units
Authors
Journal Issue
Thesis
Title
Prevalence estimation of three breast cancer screening methods among northeastern women in Thailand
Alternative Title(s)
การประมาณความชุกการตรวจคัดกรองมะเร็งเต้านมของสตรีภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ประเทศไทย
Corresponding Author(s)
Abstract
The aim of this study was to estimate the prevalence of three breast cancer screening methods
using weighted estimation, non-weighted estimation and the exact binomial method. Northeastern
women aged 20 to 64 (n = 1,081) were randomly selected with multi-stage sampling. The results
indicated that the prevalence of women who had performed Breast Self-Examination (BSE) and women
who had regularly performed BSE, ranged from 75.2% (95% CI: 71.8-78.6) to 81.3% (79.1-83.5)
and 49.3% (45.4-53.2) to 51.9% (49.3-54.7), respectively. The prevalence of women who had received
Clinical Breast Examination (CBE) and women who had received CBE regularly ranged from 33.4%
(31.1-35.8) to 38.6% (34.8-42.4) and 13.1% (11.2-14.9) to 22.3% (19.0-25.6) respectively. Except
in rare cases, the prevalence (95% CI) of mammography screenings were computed by the exact
binomial method: 0.03% (0.02-0.04) of women aged 40 and older had had a mammography and
0.003% (0.001-0.009) had mammography annually. Since there is such a low rate of breast cancer
screenings, the government should re-evaluate its breast cancer screening policy and implement a
strategy of breast cancer screenings. Special attention is required in the areas of mammography screenings
and in the allocation of mammogram machines and radiologists. These goals could be perhaps best
achieved through the increasing of public awareness of the breast cancer screenings.
การศึกษาครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อประมาณค่าความชุกการตรวจคัดกรองมะเร็งเต้านมโดยการใช้วิธีประมาณค่าแบบถ่วงน้ำหนัก และวิธี exact binomial กลุ่มตัวอย่างการศึกษานี้คือสตรีในภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทยที่มีอายุระหว่าง 20 ถึง 64 ปี จำนวน 1,081 คน ที่ได้จากการสุ่มตัวอย่างแบบหลายขั้นตอน ผลการศึกษาพบว่าความชุกของการเคยตรวจเต้านมด้วยตนเองพบร้อยละ 75.2 (95% CI, 71.8-78.6) ถึง ร้อยละ 81.3 (79.1-83.5) และความชุกของการตรวจเต้านมด้วยตนเองอย่างสม่ำเสมอพบร้อยละ 49.3 ( 45.4-53.2) ถึงร้อยละ 51.9 (49.3-54.7) ขณะที่ความชุกของการเคยตรวจเต้านมโดยบุคลากรทางการแพทย์ และความชุกของการตรวจเต้านมโดยบุคลากรทางการแพทย์อย่างสม่ำเสมอ พบร้อยละ 33.4 (31.1-35.8) ถึงร้อยละ 38.6 (34.8-42.4) และร้อยล่ะ 13.1 (11.2-14.9) ถึงร้อยละ 22.3% (19.0.25.6) ตามลำดับ ยกเว้นกรณีพบผู้ตรวจคัดกรองน้อย วิธี exact binomial ถูกนำมาใช้ประมาณช่วงความเชื่อมั่นของความชุกการตรวจแมมโมแกรม พบว่าร้อยละ 0.03 (0.02-0.04) ของสตรีที่มีอายุ 40 ปีและมากกว่า เคยตรวจเต้านมด้วยแมมโมแกรม และร้อยละ 0.00. (0.001-0.009) ตรวจเต้านมด้วยแมมโมแกรม เป็นประจำทุกปี จากข้อค้นพบความชุกการตรวจคัดกรองมะเร็งเต้านมที่ต่ำ รัฐบาลควรจะทบทวนนโยบายและแผนกลยุทธ์การตรวจคัดกรองมะเร็งเต้านม โดยเฉพาะการตรวจแมมโมแกรม และการจัดสรรเครื่องตรวจแมมโมแกรม และรังสีแพทย์อย่างเหมาะสม เป้าหมายจะสำเร็จได้โดยการเพิ่มความตระหนักของสาธารณชนในการตรวจคัดกรองมะเร็งเต้านม
การศึกษาครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อประมาณค่าความชุกการตรวจคัดกรองมะเร็งเต้านมโดยการใช้วิธีประมาณค่าแบบถ่วงน้ำหนัก และวิธี exact binomial กลุ่มตัวอย่างการศึกษานี้คือสตรีในภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทยที่มีอายุระหว่าง 20 ถึง 64 ปี จำนวน 1,081 คน ที่ได้จากการสุ่มตัวอย่างแบบหลายขั้นตอน ผลการศึกษาพบว่าความชุกของการเคยตรวจเต้านมด้วยตนเองพบร้อยละ 75.2 (95% CI, 71.8-78.6) ถึง ร้อยละ 81.3 (79.1-83.5) และความชุกของการตรวจเต้านมด้วยตนเองอย่างสม่ำเสมอพบร้อยละ 49.3 ( 45.4-53.2) ถึงร้อยละ 51.9 (49.3-54.7) ขณะที่ความชุกของการเคยตรวจเต้านมโดยบุคลากรทางการแพทย์ และความชุกของการตรวจเต้านมโดยบุคลากรทางการแพทย์อย่างสม่ำเสมอ พบร้อยละ 33.4 (31.1-35.8) ถึงร้อยละ 38.6 (34.8-42.4) และร้อยล่ะ 13.1 (11.2-14.9) ถึงร้อยละ 22.3% (19.0.25.6) ตามลำดับ ยกเว้นกรณีพบผู้ตรวจคัดกรองน้อย วิธี exact binomial ถูกนำมาใช้ประมาณช่วงความเชื่อมั่นของความชุกการตรวจแมมโมแกรม พบว่าร้อยละ 0.03 (0.02-0.04) ของสตรีที่มีอายุ 40 ปีและมากกว่า เคยตรวจเต้านมด้วยแมมโมแกรม และร้อยละ 0.00. (0.001-0.009) ตรวจเต้านมด้วยแมมโมแกรม เป็นประจำทุกปี จากข้อค้นพบความชุกการตรวจคัดกรองมะเร็งเต้านมที่ต่ำ รัฐบาลควรจะทบทวนนโยบายและแผนกลยุทธ์การตรวจคัดกรองมะเร็งเต้านม โดยเฉพาะการตรวจแมมโมแกรม และการจัดสรรเครื่องตรวจแมมโมแกรม และรังสีแพทย์อย่างเหมาะสม เป้าหมายจะสำเร็จได้โดยการเพิ่มความตระหนักของสาธารณชนในการตรวจคัดกรองมะเร็งเต้านม