The impacts of the EF Guideline program on executive function skills : a follow-up study of children in the classrooms where lesson plans were based on EF Guideline in Bangkok
Issued Date
2024
Copyright Date
2019
Resource Type
Language
eng
File Type
application/pdf
No. of Pages/File Size
xi, 116 leaves : ill.
Access Rights
open access
Rights
ผลงานนี้เป็นลิขสิทธิ์ของมหาวิทยาลัยมหิดล ขอสงวนไว้สำหรับเพื่อการศึกษาเท่านั้น ต้องอ้างอิงแหล่งที่มา ห้ามดัดแปลงเนื้อหา และห้ามนำไปใช้เพื่อการค้า
Rights Holder(s)
Mahidol University
Bibliographic Citation
Thesis (M.Sc. (Human Development))--Mahidol University, 2019
Suggested Citation
Worawalan Podhayanukul The impacts of the EF Guideline program on executive function skills : a follow-up study of children in the classrooms where lesson plans were based on EF Guideline in Bangkok. Thesis (M.Sc. (Human Development))--Mahidol University, 2019. Retrieved from: https://repository.li.mahidol.ac.th/handle/20.500.14594/92219
Title
The impacts of the EF Guideline program on executive function skills : a follow-up study of children in the classrooms where lesson plans were based on EF Guideline in Bangkok
Alternative Title(s)
ผลของโปรแกรม EF Guideline ต่อทักษะการคิดเชิงบริหาร : การศึกษาติดตามผลเด็กปฐมวัยในห้องเรียนที่ใช้แผนการจัดประสบการณ์ตามแนวทาง EF Guideline ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร
Author(s)
Abstract
In 2017, EF Guideline, the teacher tool for planning learning experiences and environments for promoting kindergarten children's executive function (EF) skills, was developed and studied by the collaboration between National Institute for Child and Family Development, Mahidol University and RLG Institute and funded by Thai Health Promotion Foundation to investigate the impact of the EF Guideline program on teachers' teaching skills and children's EF skills. After implementing for one semester (4 months), the findings showed that both teaching skills and children's EF skills were significantly improved. In this research, the follow up of children in the classrooms where lesson plans based on EF Guideline was the focused. The objectives of the study were (1) to follow−up the persistence of the teachers' changes in their teaching practices based on knowledge, attitude, and skills in semester 2, and (2) to investigate the development of children's EF skills in semester 2. A mixed method research was designed to answer the research questions. Four kindergarten schools in Bangkok containing 7 teachers who participated in the EF Guideline program and implementing learning experiences based on EF Guideline in semester I and their 134 children were purposively selected to be the sample. The instruments were the interview questions of EF Guideline Persistence and the Assessment of Executive Function in Early Childhood (MU.EF−101). For the data analysis, constant comparative analysis using themes and interpretive description was utilized to explain the persistence of EF Guideline program in the classrooms. Moreover, paired t−test was utilized to evaluate the differences in the children's scores on the development of EF skills between the semester 1 and semester 2. The results from the constant comparative analysis yielded to 3 themes, including EF Guideline Principles and Components (Knowledge), The Behavioral Changes in Mutual Interactions (Attitude), and Teaching Skills (Practice). The results also showed that the children in the classroom where their teachers had continuously used the full form of the EF Guideline had significantly higher scores on the development of EF skills in semester 2 than their scores in the semester 1. The depth of knowledge, attitude, and the consistency of the mechanism of EF Guideline element were the significant results. Thus, EF Guideline training program was developed to increase the teacher's competence since it impacts to the children's EF skills.
การศึกษาครั้งนี้เป็นการศึกษาติดตามผลของโปรแกรม EF Guideline ต่อทักษะการคิดเชิงบริหารจากโครงการปฏิบัติการเชิงวิพากษ์เพื่อการพัฒนาทักษะการสอนของครูปฐมวัย ด้วยเครื่องมือ EF Guideline และพัฒนาทักษะการคิดเชิงบริหารในเด็กปฐมวัย จากเครื่องมือ EF Guideline (ปนัดดา ธนเศรษฐกร และคณะ, 2560) มีวัตถุประสงค์ (1) เพื่อติดตามความคงอยู่ของความรู้ ทักษะและทัศนคติของการใช้แผนการจัด ประสบการณ์ EF Guideline ในคุณครูปฐมวัย และ (2) เพื่อติดตามพัฒนาการทักษะการคิดเชิงบริหารของเด็กปฐมวัย ในห้องเรียนที่ใช้แผนการจัด ประสบการณ์ตามแนวทาง EF Guideline ในเขตกรุงเทพมหานคร ระเบียบวิธีการวิจัยเป็นแบบผสมผสานเพื่อตอบคำถามการวิจัยได้อย่างสมบูรณ์ กลุ่มตัวอย่างได้มาจากวิธีการเลือกแบบเฉพาะเจาะจง จากคุณครูที่ผ่านการอบรมการจัด ประสบการณ์ EF Guideline และเด็กปฐมวัย ในห้องเรียนปฐมวัย ที่ได้รับการจัด ประสบการณ์ตามแนวทาง EF Guideline ในภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2560 จำนวน 4 โรงเรียน ในเขตพื้นที่กรุงเทพมหานคร แบ่งเป็น (1) คุณครูที่ผ่านการอบรมการจัด ประสบการณ์ EF Guideline จาก 4 โรงเรียน จำนวน 7 ท่าน และ (2) เด็กปฐมวัย ในห้องเรียนที่ได้รับการจัด ประสบการณ์ตามแนวทาง EF Guideline จาก 4 โรงเรียน จำนวน 134 คน เครื่องมือที่ใช้ในการศึกษา แบ่งเป็น (1) แบบสัมภาษณ์ความคงอยู่ของการเขียนแผนการจัด ประสบการณ์ตามแนวทาง EF Guideline และ (2) แบบประเมินพัฒนาการด้านการคิดเชิงบริหาร (EF) ในเด็กก่อนวัย เรียน (แบบ MU.EF-101) การวิเคราะห์ข้อมูล มีดังนี้ (1) วิเคราะห์เนื้อหา รวมถึงนำเสนอในรูปแบบสรุปความและความเรียงเชิงพรรณนา เพื่ออธิบายความคงอยู่ในการใช้แผนการจัด ประสบการณ์ตามแนวทาง EF Guideline และ(2) Paired sample t-test วิเคราะห์ความแตกต่างของค่าเฉลี่ยภายในกลุ่ม เพื่อเปรียบเทียบผลคะแนนทักษะการคิดเชิงบริหารของเด็กปฐมวัย ในห้องเรียนที่ใช้แผนการจัด ประสบการณ์ตามแนวทาง EF Guideline ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ระหว่างภาคเรียนที่ 1 ซึ่งเป็นข้อมูลระดับทุติยภูมิ และ ภาคเรียนที่ 2 ผลการศึกษาพบว่า หลงั จากจบโครงการ EF Guideline Training Program ในภาคเรียนที่ 1 คุณครูที่เขา้ ร่วมโครงการยงั คงวางแผนการจัด ประสบการณ์ และจัด กิจกรรมตามแนวทาง EF Guideline ในภาคเรียนที่ 2 และคาดว่าจะใช้ต่อเนื่องไป เนื่องจากคุณครูตระหนักเห็นคุณค่าของการเขียนแผนการจัด ประสบการณ์ที่มีเป้าหมาย และมีวัตถุประสงค์ชัดเจน ซึ่งทำให้เกิดความประณีตและละเอียดถี่ถ้วนต่อการสร้างประสบการณ์ในเด็กปฐมวัยและ EF Guideline ยงั มีส่วนช่วยให้คุณครูเขียนแผนการจัด ประสบการณ์ได้ง่ายขึ้น เนื่องจากการจัดวางรูปแบบของลำดับข้อที่เอื้อต่อการจัดกระบวนการคิดของคุณครูอย่างเป็นขั้นตอนในการวางแผนกิจกรรม อีกทั้งคุณครูยังพบความเปลี่ยนแปลงเชิงพฤติกรรมของเด็กปฐมวัย ในการยับยั้งชั่งใจ การยืดหยุ่นความคิด และสามารถควบคุมอารมณ์ได้มากขึ้น นอกจากนี้เด็กปฐมวัย ในห้องเรียนที่คุณครูใช้ EF Guideline ทั้งฉบับเป็นแนวทางในการจัด ประสบการณ์การเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง มีค่าเฉลี่ยคะแนนทักษะความคิดเชิงบริหารในภาคเรียนที่ 2 สูงกว่าภาคเรียนที่ 1 อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ที่ระดับ p < .05 ในส่วนท้ายของงานวิจัยนี้ ผู้วิจัยจะนำ เสนอการอภิปรายผล ข้อจำกัด ผลกระทบ และข้อเสนอแนะสำหรับการวิจัยต่อไป
การศึกษาครั้งนี้เป็นการศึกษาติดตามผลของโปรแกรม EF Guideline ต่อทักษะการคิดเชิงบริหารจากโครงการปฏิบัติการเชิงวิพากษ์เพื่อการพัฒนาทักษะการสอนของครูปฐมวัย ด้วยเครื่องมือ EF Guideline และพัฒนาทักษะการคิดเชิงบริหารในเด็กปฐมวัย จากเครื่องมือ EF Guideline (ปนัดดา ธนเศรษฐกร และคณะ, 2560) มีวัตถุประสงค์ (1) เพื่อติดตามความคงอยู่ของความรู้ ทักษะและทัศนคติของการใช้แผนการจัด ประสบการณ์ EF Guideline ในคุณครูปฐมวัย และ (2) เพื่อติดตามพัฒนาการทักษะการคิดเชิงบริหารของเด็กปฐมวัย ในห้องเรียนที่ใช้แผนการจัด ประสบการณ์ตามแนวทาง EF Guideline ในเขตกรุงเทพมหานคร ระเบียบวิธีการวิจัยเป็นแบบผสมผสานเพื่อตอบคำถามการวิจัยได้อย่างสมบูรณ์ กลุ่มตัวอย่างได้มาจากวิธีการเลือกแบบเฉพาะเจาะจง จากคุณครูที่ผ่านการอบรมการจัด ประสบการณ์ EF Guideline และเด็กปฐมวัย ในห้องเรียนปฐมวัย ที่ได้รับการจัด ประสบการณ์ตามแนวทาง EF Guideline ในภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2560 จำนวน 4 โรงเรียน ในเขตพื้นที่กรุงเทพมหานคร แบ่งเป็น (1) คุณครูที่ผ่านการอบรมการจัด ประสบการณ์ EF Guideline จาก 4 โรงเรียน จำนวน 7 ท่าน และ (2) เด็กปฐมวัย ในห้องเรียนที่ได้รับการจัด ประสบการณ์ตามแนวทาง EF Guideline จาก 4 โรงเรียน จำนวน 134 คน เครื่องมือที่ใช้ในการศึกษา แบ่งเป็น (1) แบบสัมภาษณ์ความคงอยู่ของการเขียนแผนการจัด ประสบการณ์ตามแนวทาง EF Guideline และ (2) แบบประเมินพัฒนาการด้านการคิดเชิงบริหาร (EF) ในเด็กก่อนวัย เรียน (แบบ MU.EF-101) การวิเคราะห์ข้อมูล มีดังนี้ (1) วิเคราะห์เนื้อหา รวมถึงนำเสนอในรูปแบบสรุปความและความเรียงเชิงพรรณนา เพื่ออธิบายความคงอยู่ในการใช้แผนการจัด ประสบการณ์ตามแนวทาง EF Guideline และ(2) Paired sample t-test วิเคราะห์ความแตกต่างของค่าเฉลี่ยภายในกลุ่ม เพื่อเปรียบเทียบผลคะแนนทักษะการคิดเชิงบริหารของเด็กปฐมวัย ในห้องเรียนที่ใช้แผนการจัด ประสบการณ์ตามแนวทาง EF Guideline ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ระหว่างภาคเรียนที่ 1 ซึ่งเป็นข้อมูลระดับทุติยภูมิ และ ภาคเรียนที่ 2 ผลการศึกษาพบว่า หลงั จากจบโครงการ EF Guideline Training Program ในภาคเรียนที่ 1 คุณครูที่เขา้ ร่วมโครงการยงั คงวางแผนการจัด ประสบการณ์ และจัด กิจกรรมตามแนวทาง EF Guideline ในภาคเรียนที่ 2 และคาดว่าจะใช้ต่อเนื่องไป เนื่องจากคุณครูตระหนักเห็นคุณค่าของการเขียนแผนการจัด ประสบการณ์ที่มีเป้าหมาย และมีวัตถุประสงค์ชัดเจน ซึ่งทำให้เกิดความประณีตและละเอียดถี่ถ้วนต่อการสร้างประสบการณ์ในเด็กปฐมวัยและ EF Guideline ยงั มีส่วนช่วยให้คุณครูเขียนแผนการจัด ประสบการณ์ได้ง่ายขึ้น เนื่องจากการจัดวางรูปแบบของลำดับข้อที่เอื้อต่อการจัดกระบวนการคิดของคุณครูอย่างเป็นขั้นตอนในการวางแผนกิจกรรม อีกทั้งคุณครูยังพบความเปลี่ยนแปลงเชิงพฤติกรรมของเด็กปฐมวัย ในการยับยั้งชั่งใจ การยืดหยุ่นความคิด และสามารถควบคุมอารมณ์ได้มากขึ้น นอกจากนี้เด็กปฐมวัย ในห้องเรียนที่คุณครูใช้ EF Guideline ทั้งฉบับเป็นแนวทางในการจัด ประสบการณ์การเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง มีค่าเฉลี่ยคะแนนทักษะความคิดเชิงบริหารในภาคเรียนที่ 2 สูงกว่าภาคเรียนที่ 1 อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ที่ระดับ p < .05 ในส่วนท้ายของงานวิจัยนี้ ผู้วิจัยจะนำ เสนอการอภิปรายผล ข้อจำกัด ผลกระทบ และข้อเสนอแนะสำหรับการวิจัยต่อไป
Description
Human Development (Mahidol University 2019)
Degree Name
Master of Science
Degree Level
Master's degree
Degree Department
National Institute for Child and Family Development
Degree Discipline
Human Development
Degree Grantor(s)
Mahidol University