Efficacy of mangosteen juice concentrate mixed with garcinia for weight loss in obese females
Issued Date
2007
Copyright Date
2007
Resource Type
Language
eng
File Type
application/pdf
No. of Pages/File Size
xiv, 99 leaves : col. ill.
Access Rights
open access
Rights
ผลงานนี้เป็นลิขสิทธิ์ของมหาวิทยาลัยมหิดล ขอสงวนไว้สำหรับเพื่อการศึกษาเท่านั้น ต้องอ้างอิงแหล่งที่มา ห้ามดัดแปลงเนื้อหา และห้ามนำไปใช้เพื่อการค้า
Rights Holder(s)
Mahidol University
Bibliographic Citation
Thesis (M.Sc. (Food and Nutrition for Development))--Mahidol University, 2016
Suggested Citation
Jutawan Nuanchankong Efficacy of mangosteen juice concentrate mixed with garcinia for weight loss in obese females. Thesis (M.Sc. (Food and Nutrition for Development))--Mahidol University, 2016. Retrieved from: https://repository.li.mahidol.ac.th/handle/20.500.14594/97096
Title
Efficacy of mangosteen juice concentrate mixed with garcinia for weight loss in obese females
Alternative Title(s)
ประสิทธิผลของน้ำมังคุดสกัดเข้มข้นผสมส้มแขกต่อการลดน้ำหนักในหญิงอ้วน
Author(s)
Abstract
The aim of this study was to determine the efficacy of mangosteen juice concentrate mixed with garcinia for weight loss and body fat reduction in obese females. A repeated measures design was conducted with 42 obese females. This study provided nutritional therapy as the following: first 4 weeks (week 1 - 4) subjects received dietary advice for weight loss, weeks 5 - 8 subjects received the same dietary advice as week 1 - 4 and replaced 2 regular meals with 1 can mangosteen juice concentrate mixed with garcinia (MJ) with Garcinia biscuit barbecue (GB) for lunch and 1 can of MJ for dinner; and weeks 9 - 12 subjects also received the same advice as week 1 - 4. The body composition, 3 waist circumference sites, blood chemistry, 24-hr dietary record were followed up and evaluated every 4 weeks throughout the study. After the obese female subjects drank MJ with GB with diet control for 4 weeks, the result showed that body weight, body mass index, body fat, segmental fat, and 3 waist circumference sites reduction were greater than the first 4 weeks of dietary advice. Moreover, the subjects who drank MJ with GB for lunch and 1 can of MJ for dinner gave them satiety, which then subsequently decreased their appetite. The study found that MJ with GB was able to help 10 subjects with uncontrolled diet; it helps them achieve their weight and body fat reduction more easily. In conclusion, MJ with GB had better effects on weight loss and body fat reduction than diet control. It had an efficacy to reduce segmental fat and 3 waist circumference sites without any adverse effect.
งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาประสิทธิผลของน้ำมังคุดสกัดเข้มข้นผสมส้มแขกต่อการลดน้ำหนักตัวและเนื้อเยื่อไขมันในหญิงอ้วน โดยการวิจัยเป็นแบบ repeated measures design ในกลุ่มหญิงอ้วน 42 คน นาน 12 สัปดาห์ โดยการศึกษานี้ทำการให้โภชนบำบัดดังนี้ ช่วง 4 สัปดาห์แรกของการศึกษา (สัปดาห์ที่ 1 - 4) กลุ่มตัวอย่างได้รับคำแนะนำในการควบคุมอาหารเพียงอย่างเดียวสัปดาห์ที่ 5 - 8 กลุ่มตัวอย่างได้รับคำแนะนำในการควบคุมอาหารเช่นเดียวกับสัปดาห์ที่ 1 - 4 ร่วมกับการรับประทานน้ำมังคุดฯ 1 กระป๋องพร้อมบิสกิตแทนมื้ออาหารกลางวัน และมื้อเย็น 1 กระป๋อง สัปดาห์ที่ 9 - 12 กลุ่มตัวอย่างได้รับคำแนะนำในการควบคุมอาหารเพียงอย่างเดียวเช่นเดียวกับสัปดาห์ที่ 1 - 4 การศึกษานี้ติดตามและประเมินผลทุก 4 สัปดาห์ด้วย สัดส่วนร่างกาย เส้นรอบวงเอว 3 ระดับ ค่าชีวเคมีในเลือด ข้อมูลการบริโภคอาหารใน 24 ชม. ซึ่งบันทึกตลอดการศึกษา ผลการวิจัยพบว่า หลังจากรับประทานน้ำมังคุดฯ ร่วมกับการควบคุมอาหารนาน 4 สัปดาห์ กลุ่มตัวอย่างมีน้ำหนักตัว ดัชนีมวลกาย เนื้อเยื่อไขมัน เนื้อเยื่อไขมันตามส่วนต่าง ๆ ของร่างกายและเส้นรอบวงเอวทั้ง 3 ระดับลดลงได้ดีกว่า ช่วง 4 สัปดาห์แรกที่มีการควบคุมอาหารเพียงอย่างเดียว และ พบว่ากลุ่มตัวอย่างที่รับประทานน้ำมังคุดฯ แทนมื้ออาหารรู้สึกอิ่มได้นานมากขึ้นส่งผลต่อการรับประทานอาหารปกติลดลง การศึกษานี้ยังพบว่าการรับประทานน้ำมังคุดฯ สามารถช่วยให้กลุ่มตัวอย่าง 10 คน ที่ไม่สามารถควบคุมอาหารเพื่อลดน้ำหนัก สามารถลดน้ำหนักและเนื้อเยื่อไขมันลงได้ในสัปดาห์ที่ 8 สรุปผลการวิจัย น้ำมังคุดฯมีประสิทธิผลต่อการลดน้ำหนัก และเนื้อเยื่อไขมันได้ดีกว่าการควบคุมอาหารเพียงอย่างเดียว และส่งผลต่อการลดลงของเนื้อเยื่อไขมันตามส่วนต่างๆของร่างกายและเส้นรอบวงเอวทั้ง 3 ระดับ ได้อย่างมีประสิทธิภาพและไม่มีผลข้างเคียง
งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาประสิทธิผลของน้ำมังคุดสกัดเข้มข้นผสมส้มแขกต่อการลดน้ำหนักตัวและเนื้อเยื่อไขมันในหญิงอ้วน โดยการวิจัยเป็นแบบ repeated measures design ในกลุ่มหญิงอ้วน 42 คน นาน 12 สัปดาห์ โดยการศึกษานี้ทำการให้โภชนบำบัดดังนี้ ช่วง 4 สัปดาห์แรกของการศึกษา (สัปดาห์ที่ 1 - 4) กลุ่มตัวอย่างได้รับคำแนะนำในการควบคุมอาหารเพียงอย่างเดียวสัปดาห์ที่ 5 - 8 กลุ่มตัวอย่างได้รับคำแนะนำในการควบคุมอาหารเช่นเดียวกับสัปดาห์ที่ 1 - 4 ร่วมกับการรับประทานน้ำมังคุดฯ 1 กระป๋องพร้อมบิสกิตแทนมื้ออาหารกลางวัน และมื้อเย็น 1 กระป๋อง สัปดาห์ที่ 9 - 12 กลุ่มตัวอย่างได้รับคำแนะนำในการควบคุมอาหารเพียงอย่างเดียวเช่นเดียวกับสัปดาห์ที่ 1 - 4 การศึกษานี้ติดตามและประเมินผลทุก 4 สัปดาห์ด้วย สัดส่วนร่างกาย เส้นรอบวงเอว 3 ระดับ ค่าชีวเคมีในเลือด ข้อมูลการบริโภคอาหารใน 24 ชม. ซึ่งบันทึกตลอดการศึกษา ผลการวิจัยพบว่า หลังจากรับประทานน้ำมังคุดฯ ร่วมกับการควบคุมอาหารนาน 4 สัปดาห์ กลุ่มตัวอย่างมีน้ำหนักตัว ดัชนีมวลกาย เนื้อเยื่อไขมัน เนื้อเยื่อไขมันตามส่วนต่าง ๆ ของร่างกายและเส้นรอบวงเอวทั้ง 3 ระดับลดลงได้ดีกว่า ช่วง 4 สัปดาห์แรกที่มีการควบคุมอาหารเพียงอย่างเดียว และ พบว่ากลุ่มตัวอย่างที่รับประทานน้ำมังคุดฯ แทนมื้ออาหารรู้สึกอิ่มได้นานมากขึ้นส่งผลต่อการรับประทานอาหารปกติลดลง การศึกษานี้ยังพบว่าการรับประทานน้ำมังคุดฯ สามารถช่วยให้กลุ่มตัวอย่าง 10 คน ที่ไม่สามารถควบคุมอาหารเพื่อลดน้ำหนัก สามารถลดน้ำหนักและเนื้อเยื่อไขมันลงได้ในสัปดาห์ที่ 8 สรุปผลการวิจัย น้ำมังคุดฯมีประสิทธิผลต่อการลดน้ำหนัก และเนื้อเยื่อไขมันได้ดีกว่าการควบคุมอาหารเพียงอย่างเดียว และส่งผลต่อการลดลงของเนื้อเยื่อไขมันตามส่วนต่างๆของร่างกายและเส้นรอบวงเอวทั้ง 3 ระดับ ได้อย่างมีประสิทธิภาพและไม่มีผลข้างเคียง
Description
Food and Nutrition for Development (Mahidol University 2016)
Degree Name
Master of Science
Degree Level
Master's degree
Degree Department
Institute of Nutrition
Degree Discipline
Food and Nutrition for Development
Degree Grantor(s)
Mahidol University