The impact of the 101S storytelling on children's social-emotional and executive function development in preschool classrooms
Issued Date
2017
Copyright Date
2017
Resource Type
Language
eng
File Type
application/pdf
No. of Pages/File Size
xiii, 144 leaves : ill. (some col.)
Access Rights
open access
Rights
ผลงานนี้เป็นลิขสิทธิ์ของมหาวิทยาลัยมหิดล ขอสงวนไว้สำหรับเพื่อการศึกษาเท่านั้น ต้องอ้างอิงแหล่งที่มา ห้ามดัดแปลงเนื้อหา และห้ามนำไปใช้เพื่อการค้า
Rights Holder(s)
Mahidol University
Bibliographic Citation
Thesis (M.Sc. (Human Development))--Mahidol University, 2017
Suggested Citation
Piyanarth Themkumkwun The impact of the 101S storytelling on children's social-emotional and executive function development in preschool classrooms. Thesis (M.Sc. (Human Development))--Mahidol University, 2017. Retrieved from: https://repository.li.mahidol.ac.th/handle/20.500.14594/92356
Title
The impact of the 101S storytelling on children's social-emotional and executive function development in preschool classrooms
Alternative Title(s)
ผลของการเล่านิทาน 101s ที่มีต่อพัฒนาการทักษะทางอารมณ์-สังคมและการคิดเชิงบริหารในห้องเรียนปฐมวัย
Author(s)
Abstract
The aims of the study were to investigate the impact of the 101s use of Storybook on the preschoolers' and the teachers' interaction practices. The sample was 61 five year old children from three preschool institutions in Thailand. One school was assigned to be the intervention group, while the others were the control group. Before and after implementing the program, the teachers of the sample were asked to rate the sample' s EF skills, using Executive Function assessment in Mahidol University version (MU.EF-101), and the 101s Social-emotional skills, using the 101s Social-Emotional Checklist. A series of MANCOVA and Paired t-test were performed to examine the differences of the mean scores on EF skills and the 101s Socialemotional skills in the intervention and control groups. For the teachers' knowledge of 101s Positive Discipline (101s), data was collected by a Questionnaire, and the researcher observed and assessed the teachers' interaction practices using the 101s Teacher Interaction Checklist (TIC). Content analysis was performed to investigate the changes in the teachers' interaction practices after implementing the program. The results showed that there was a significant positive impact of the 101s Storybooks telling on the children's 101s Social-emotional skills and EF skills, and that there was a positive impact on the teachers' interaction practices. For preparing and supporting the preschoolers and teachers in 21st Century, Thailand
งานวิจัยนี้มีจุดประสงค์เพื่อศึกษาผลของการเล่านิทาน 101s ที่มีต่อพัฒนาการทักษะ ทางอารมณ์-สังคม และการคิดเชิงบริหารในห้องเรียนปฐมวัย และวิธีการมีปฏิสัมพันธ์ของครู กลุ่มตัวอย่างคือนักเรียนปฐมวัย อายุ 5 ปี จำนวน 61 คน จากโรงเรียนอนุบาล 3 แห่ง โดยแบ่งออกเป็นกลุ่มทดลอง (นักเรียน N = 29 คน, ครู N = 2 คน) และกลุ่มควบคุม (นักเรียน N = 31 คน, ครู = 2 คน) ก่อนและหลังทำการทดลอง ครูในกลุ่มตัวอย่างเป็นผู้ทำการ ประเมินทักษะทางอารมณ์-สังคม โดยแบบประเมิน 101s ทักษะทางอารมณ์-สังคม และประเมินการ คิดเชิงบริหารของนักเรียนปฐมวัย โดยแบบประเมินทักษะการคิดเชิงบริหารของมหาวิทยาลัยมหิดล (MU.EF-101) ซึ่งทำการวิเคราะห์ผลทางสถิติด้วยวิธีการวิเคราะห์ตัวแปรร่วมแบบพหุคูณ (MANCOVA) และการทดสอบความแตกต่างของค่ากลางภายในกลุ่ม (Paired t-test) และผู้วิจัยเป็น ผู้ทำการเก็บข้อมูลความรู้ความเข้าใจของครูเกี่ยวกับหลักการ 101s การสร้างวินัยเชิงบวก (101s) โดยแบบสอบถามสำหรับครู และเก็บข้อมูลวิธีการมีปฏิสัมพันธ์ของครู โดยแบบประเมิน 101s Teacher Interaction Checklist (TIC) ซึ่งทำการวิเคราะห์ผลด้วยวิธีการวิเคราะห์เนื้อหา ผลการศึกษาพบว่า การเล่านิทาน 101s ส่งผลเชิงบวกอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติต่อทักษะทางอารมณ์-สังคม และการคิดเชิงบริหารของเด็กปฐมวัย และส่งผลเชิงบวกต่อวิธีการมีปฏิสัมพันธ์ของครู ผู้วิจัยได้ทำการอภิปรายผลการศึกษาไว้ในส่วนท้ายของงานวิจัย
งานวิจัยนี้มีจุดประสงค์เพื่อศึกษาผลของการเล่านิทาน 101s ที่มีต่อพัฒนาการทักษะ ทางอารมณ์-สังคม และการคิดเชิงบริหารในห้องเรียนปฐมวัย และวิธีการมีปฏิสัมพันธ์ของครู กลุ่มตัวอย่างคือนักเรียนปฐมวัย อายุ 5 ปี จำนวน 61 คน จากโรงเรียนอนุบาล 3 แห่ง โดยแบ่งออกเป็นกลุ่มทดลอง (นักเรียน N = 29 คน, ครู N = 2 คน) และกลุ่มควบคุม (นักเรียน N = 31 คน, ครู = 2 คน) ก่อนและหลังทำการทดลอง ครูในกลุ่มตัวอย่างเป็นผู้ทำการ ประเมินทักษะทางอารมณ์-สังคม โดยแบบประเมิน 101s ทักษะทางอารมณ์-สังคม และประเมินการ คิดเชิงบริหารของนักเรียนปฐมวัย โดยแบบประเมินทักษะการคิดเชิงบริหารของมหาวิทยาลัยมหิดล (MU.EF-101) ซึ่งทำการวิเคราะห์ผลทางสถิติด้วยวิธีการวิเคราะห์ตัวแปรร่วมแบบพหุคูณ (MANCOVA) และการทดสอบความแตกต่างของค่ากลางภายในกลุ่ม (Paired t-test) และผู้วิจัยเป็น ผู้ทำการเก็บข้อมูลความรู้ความเข้าใจของครูเกี่ยวกับหลักการ 101s การสร้างวินัยเชิงบวก (101s) โดยแบบสอบถามสำหรับครู และเก็บข้อมูลวิธีการมีปฏิสัมพันธ์ของครู โดยแบบประเมิน 101s Teacher Interaction Checklist (TIC) ซึ่งทำการวิเคราะห์ผลด้วยวิธีการวิเคราะห์เนื้อหา ผลการศึกษาพบว่า การเล่านิทาน 101s ส่งผลเชิงบวกอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติต่อทักษะทางอารมณ์-สังคม และการคิดเชิงบริหารของเด็กปฐมวัย และส่งผลเชิงบวกต่อวิธีการมีปฏิสัมพันธ์ของครู ผู้วิจัยได้ทำการอภิปรายผลการศึกษาไว้ในส่วนท้ายของงานวิจัย
Description
Human Development (Mahidol University 2017)
Degree Name
Master of Science
Degree Level
Master's degree
Degree Department
National Institute for Child and Family Development
Degree Discipline
Human Development
Degree Grantor(s)
Mahidol University