A survey study of needs, problems and wants in English language teaching and learning of nursing students at Nursing Colleges under the control of Nursing College Division, Office of the Permanent Secretary, Ministry of Public Health, Thailand
9
Issued Date
1993
Copyright Date
1993
Resource Type
Language
eng
File Type
application/pdf
No. of Pages/File Size
vii, 107 leaves : ill., map.
Access Rights
open access
Rights
ผลงานนี้เป็นลิขสิทธิ์ของมหาวิทยาลัยมหิดล ขอสงวนไว้สำหรับเพื่อการศึกษาเท่านั้น ต้องอ้างอิงแหล่งที่มา ห้ามดัดแปลงเนื้อหา และห้ามนำไปใช้เพื่อการค้า
Rights Holder(s)
Mahidol University
Bibliographic Citation
Thesis (M.A. (Linguistics))--Mahidol University, 1993
Suggested Citation
Songsri Soranastaporn A survey study of needs, problems and wants in English language teaching and learning of nursing students at Nursing Colleges under the control of Nursing College Division, Office of the Permanent Secretary, Ministry of Public Health, Thailand. Thesis (M.A. (Linguistics))--Mahidol University, 1993. Retrieved from: https://repository.li.mahidol.ac.th/handle/123456789/106889
Title
A survey study of needs, problems and wants in English language teaching and learning of nursing students at Nursing Colleges under the control of Nursing College Division, Office of the Permanent Secretary, Ministry of Public Health, Thailand
Alternative Title(s)
การสำรวจความจำเป็นและปัญหาในการใช้ภาษาอังกฤษและความต้องการในการเรียนการสอนภาษาอังกฤษ สำหรับนักศึกษาพยาบาล วิทยาลัยพยาบาลในสังกัดกองงานวิทยาลัยพยาบาล สำนักงานปลัดกระทรวง กระทรวงสาธารณสุข
Author(s)
Abstract
This study investigated the needs, problems and wants in English language
teaching and learning of nursing students at Nursing Colleges under the Control of the Nursing College Division, Office of the Permanent Secretary, Ministry of Public Health, Thailand. The 353 subjects of the study were divided into 2 groups: permanent nursing teachers (135) and fourth year nursing students (218) of Diploma in Nursing Science (4 years). The questionnaire was constructed, and the content validity was verified. The revised instrument was field-tested. The reliability of the instrument were
0.97 for teachers and 0.96 for the students. The questionnaires were mailed to subjects in 23 nursing colleges located in 22 provinces around Thailand. The return rate of the questionnaire was 94.6%. The findings indicated that nursing students and teachers not only felt positive towards English but also wanted more English language courses. Main reasons for these demands were to keep in touch with what is happening abroad, to read English magazines and/or journals, to communicate with foreigners, to experience foreigner
ways of thinking, to enjoy movies and songs, to get a job where English is needed, to study abroad, and to be an international person. Nursing teachers indicated that nursing students who have high proficiency in English have chances to study abroad, are able to read English magazines and/or journals, keep in touch with what is happening abroad, are international persons, get a job where English is needed, have foreign friends, experience foreign ways of thinking and enjoy movies and songs. Both students and teachers expressed a need in reading. Four traditional English skills are problems for nursing students. However, students want to practice listening and speaking while teachers want them to practice reading and writing. As for English courses, both students and teachers wanted: 1. The objectives of English courses to include occupational use, daily life, a means to study other subjects and a means for communication. These courses should either be taught every year or only in the first year, 1-2 hours twice a week. Those courses should be both core and elective courses. The contents of the courses should be nursing related more than any others. 2. English learning and teaching methodology to include group learning activities, communicative English, sound lab, and teaching aids. 3. English instructors to have nursing, medicine, and/or science knowledge. Additionally, they should teach mostly in English and use Thai only, when necessary, in the English class.
การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาความจำเป็นและปัญหาในการใช้ภาษาอังกฤษ และความต้องการในการเรียนการสอนภาษาอังกฤษสำหรับนักศึกษาพยาบาล ในวิทยาลัยพยาบาลสังกัดกองงานวิทยาลัยพยาบาล สำนักงานปลัดกระทรวง กระทรวงสาธารณสุข ตัวอย่างประชากรในการวิจัยรวมทั้งหมด 353 คน แบ่งเป็น อาจารย์พยาบาลประจำวิทยาลัยพยาบาล จำนวน 135 คน และนักศึกษาพยาบาลชั้นปีที่ 4 หลักสูตร ประกาศนียบัตรพยาบาลศาสตร์ (4 ปี) จำนวน 218 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยคือ แบบสอบถามซึ่งส่งไปทางไปรษณีย์ แบบสอบถามดังกล่าวถือได้ว่ามีความตรงตามเนื้อหา เนื่องจากได้รับการตรวจและแก้ไขตามคำแนะนำของผู้เชี่ยวชาญในสาขานี้และตามผลของการวิจัยนำร่อง แบบสอบถามที่ส่งกลับทุกฉบับที่มี internal consistency เท่านั้นที่ได้รับการนำไปประมวลผลด้วยคอมพิวเตอร์ ค่าความเชื่อถือได้ยืนยันด้วยผลของ C coefficient ที่ 0.97 (ฉบับอาจารย์) และ 0.96 (ฉบับนักศึกษา) ตามลำดับ ผลการวิจัยสรุปได้ว่า 1.นักศึกษาและอาจารย์พยาบาลไม่เพียงแต่มีทัศนคติในทางบวกต่อภาษาอังกฤษเท่านั้นยังต้องการให้มีการจัดการเรียนการสอนวิชาภาษาอังกฤษเพิ่มขึ้นจากเดิมอีกด้วยนักศึกษาให้เหตุผลที่เลือกเรียนวิชาภาษาอังกฤษดังนี้ ต้องการเป็นผู้ที่ทันต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในต่างประเทศทั้งด้านการแพทย์พยาบาลหรือเรื่องทั่วๆไป ต้องการอ่านนิตยสารหรือวารสารภาษาอังกฤษได้ ต้องการติดต่อสื่อสารกับชาวต่างประเทศได้ ต้องการเรียนรู้ วิธีคิดเห็นของชาวต่างชาติ ต้องการดูภาพยนตร์หรือเพลงภาษาอังกฤษได้ ต้องการทำงานที่ต่างประเทศหรือสถานที่ทำงานนั้นต้องใช้ภาษาอังกฤษ ต้องการไปศึกษาต่อต่างประเทศ และต้องการเป็นพยาบาลระดับนานาชาติ ส่วนอาจารย์พยาบาลให้ความเห็นว่า นักศึกษาที่มีความรู้ความสามารถทางภาษาอังกฤษสูงมีโอกาสดังต่อไปนี้ ไปศึกษาต่อต่างประเทศ อ่านนิตยสารหรือวารสารภาษาอังกฤษ เป็นผู้ที่ทันต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในต่างประเทศทั้งด้านการแพทย์พยาบาลหรือเรื่องทั่วๆไป เป็นพยาบาลระดับนานาชาติ ทำงานในที่ที่มีรายได้สูง ผูกมิตรกับเพื่อนชาวต่างชาติ เรียนรู้วิธีคิดเห็นของชาวต่างชาติ และเพลิดเพลินกับภาพยนต์หรือเพลงภาษาอังกฤษ 2. นักศึกษาและอาจารย์พยาบาลเห็นว่าทักษะการอ่านภาษาอังกฤษจำเป็นสำหรับการศึกษาวิชาชีพพยาบาลมากที่สุด นอกจากนี้ทักษะทั้ง 4 (ฟัง พูด อ่าน เขียน) เป็นปัญหาหรือมีความยากสำหรับนักศึกษามากนักศึกษาเองต้องการฝึกทักษะฟัง และพูด ส่วนอาจารย์พยาบาลต้องการให้นักศึกษาฝึกทักษะอ่านและเขียน 3. นักศึกษาและอาจารย์พยาบาลเห็นว่าหลักสูตรวิชาภาษาอังกฤษควรมีลักษณะดังนี้ จุดประสงค์ของวิชาควรนำมาใช้ประโยชน์ในวิชาชีพและชีวิตประจำวันได้ เป็นเครื่องมือในการศึกษาวิชาอื่น และติดต่อสื่อสารได้ควรสอนภาษาอังกฤษทุกชั้นปี หรือสอนในปีที่ 1 ประมาณ 1-2 ชั่วโมง อาทิตย์ละ 2 ครั้ง วิชาภาษาอังกฤษควรเป็นทั้งวิชาบังคับและวิชาเลือก เนื้อหาที่เรียนควรมีความเกี่ยวข้องทางด้านพยาบาล การเรียนการสอนควรจัดแบ่งเป็นกลุ่ม สอนภาษาอังกฤษเพื่อการติดต่อสื่อสาร มีห้องปฏิบัติการทางภาษา (Sound Lab) และใช้อุปกรณ์ ประกอบการสอน ผู้สอนภาษาอังกฤษควรมีความรู้ทางด้านพยาบาล แพทย์ หรือวิทยาศาสตร์ และควรพูดภาษาอังกฤษในขณะที่สอนมากที่สุด ส่วนภาษาไทยควรใช้เฉพาะเมื่อจำเป็น
การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาความจำเป็นและปัญหาในการใช้ภาษาอังกฤษ และความต้องการในการเรียนการสอนภาษาอังกฤษสำหรับนักศึกษาพยาบาล ในวิทยาลัยพยาบาลสังกัดกองงานวิทยาลัยพยาบาล สำนักงานปลัดกระทรวง กระทรวงสาธารณสุข ตัวอย่างประชากรในการวิจัยรวมทั้งหมด 353 คน แบ่งเป็น อาจารย์พยาบาลประจำวิทยาลัยพยาบาล จำนวน 135 คน และนักศึกษาพยาบาลชั้นปีที่ 4 หลักสูตร ประกาศนียบัตรพยาบาลศาสตร์ (4 ปี) จำนวน 218 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยคือ แบบสอบถามซึ่งส่งไปทางไปรษณีย์ แบบสอบถามดังกล่าวถือได้ว่ามีความตรงตามเนื้อหา เนื่องจากได้รับการตรวจและแก้ไขตามคำแนะนำของผู้เชี่ยวชาญในสาขานี้และตามผลของการวิจัยนำร่อง แบบสอบถามที่ส่งกลับทุกฉบับที่มี internal consistency เท่านั้นที่ได้รับการนำไปประมวลผลด้วยคอมพิวเตอร์ ค่าความเชื่อถือได้ยืนยันด้วยผลของ C coefficient ที่ 0.97 (ฉบับอาจารย์) และ 0.96 (ฉบับนักศึกษา) ตามลำดับ ผลการวิจัยสรุปได้ว่า 1.นักศึกษาและอาจารย์พยาบาลไม่เพียงแต่มีทัศนคติในทางบวกต่อภาษาอังกฤษเท่านั้นยังต้องการให้มีการจัดการเรียนการสอนวิชาภาษาอังกฤษเพิ่มขึ้นจากเดิมอีกด้วยนักศึกษาให้เหตุผลที่เลือกเรียนวิชาภาษาอังกฤษดังนี้ ต้องการเป็นผู้ที่ทันต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในต่างประเทศทั้งด้านการแพทย์พยาบาลหรือเรื่องทั่วๆไป ต้องการอ่านนิตยสารหรือวารสารภาษาอังกฤษได้ ต้องการติดต่อสื่อสารกับชาวต่างประเทศได้ ต้องการเรียนรู้ วิธีคิดเห็นของชาวต่างชาติ ต้องการดูภาพยนตร์หรือเพลงภาษาอังกฤษได้ ต้องการทำงานที่ต่างประเทศหรือสถานที่ทำงานนั้นต้องใช้ภาษาอังกฤษ ต้องการไปศึกษาต่อต่างประเทศ และต้องการเป็นพยาบาลระดับนานาชาติ ส่วนอาจารย์พยาบาลให้ความเห็นว่า นักศึกษาที่มีความรู้ความสามารถทางภาษาอังกฤษสูงมีโอกาสดังต่อไปนี้ ไปศึกษาต่อต่างประเทศ อ่านนิตยสารหรือวารสารภาษาอังกฤษ เป็นผู้ที่ทันต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในต่างประเทศทั้งด้านการแพทย์พยาบาลหรือเรื่องทั่วๆไป เป็นพยาบาลระดับนานาชาติ ทำงานในที่ที่มีรายได้สูง ผูกมิตรกับเพื่อนชาวต่างชาติ เรียนรู้วิธีคิดเห็นของชาวต่างชาติ และเพลิดเพลินกับภาพยนต์หรือเพลงภาษาอังกฤษ 2. นักศึกษาและอาจารย์พยาบาลเห็นว่าทักษะการอ่านภาษาอังกฤษจำเป็นสำหรับการศึกษาวิชาชีพพยาบาลมากที่สุด นอกจากนี้ทักษะทั้ง 4 (ฟัง พูด อ่าน เขียน) เป็นปัญหาหรือมีความยากสำหรับนักศึกษามากนักศึกษาเองต้องการฝึกทักษะฟัง และพูด ส่วนอาจารย์พยาบาลต้องการให้นักศึกษาฝึกทักษะอ่านและเขียน 3. นักศึกษาและอาจารย์พยาบาลเห็นว่าหลักสูตรวิชาภาษาอังกฤษควรมีลักษณะดังนี้ จุดประสงค์ของวิชาควรนำมาใช้ประโยชน์ในวิชาชีพและชีวิตประจำวันได้ เป็นเครื่องมือในการศึกษาวิชาอื่น และติดต่อสื่อสารได้ควรสอนภาษาอังกฤษทุกชั้นปี หรือสอนในปีที่ 1 ประมาณ 1-2 ชั่วโมง อาทิตย์ละ 2 ครั้ง วิชาภาษาอังกฤษควรเป็นทั้งวิชาบังคับและวิชาเลือก เนื้อหาที่เรียนควรมีความเกี่ยวข้องทางด้านพยาบาล การเรียนการสอนควรจัดแบ่งเป็นกลุ่ม สอนภาษาอังกฤษเพื่อการติดต่อสื่อสาร มีห้องปฏิบัติการทางภาษา (Sound Lab) และใช้อุปกรณ์ ประกอบการสอน ผู้สอนภาษาอังกฤษควรมีความรู้ทางด้านพยาบาล แพทย์ หรือวิทยาศาสตร์ และควรพูดภาษาอังกฤษในขณะที่สอนมากที่สุด ส่วนภาษาไทยควรใช้เฉพาะเมื่อจำเป็น
Description
Linguistics (Mahidol University 1993)
Degree Name
Master of Arts
Degree Level
Master's degree
Degree Department
Institute of Language and Culture for Rural Development
Degree Discipline
Linguistics
Degree Grantor(s)
Mahidol University
