ความเชื่อและพิธีกรรมลิมนต์ในอำเภอนาหม่อม จังหวัดสงขลา

dc.contributor.advisorรังสิพันธุ์ แข็งขัน
dc.contributor.advisorพชร สุวรรณภาชน์
dc.contributor.advisorณรงชัย ปิฎกรัชต์
dc.contributor.authorนันทิยา ชูดำ
dc.date.accessioned2024-01-15T04:07:40Z
dc.date.available2024-01-15T04:07:40Z
dc.date.copyright2559
dc.date.created2567
dc.date.issued2559
dc.descriptionวัฒนธรรมศึกษา (มหาวิทยาลัยมหิดล 2559)
dc.description.abstractการศึกษาวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาความเชื่อ รูปแบบและกระบวนการของพิธีกรรมลิมนต์ใน อำเภอนาหม่อม จังหวัดสงขลา ที่ยังคงมีการประกอบพิธีกรรมอยู่อย่างต่อเนื่อง ผู้วิจัยเลือกใช้แนวคิดภูมิปัญญาชาวบ้านมาใช้ทำความเข้าใจความเชื่อและพิธีกรรมลิมนต์ เพราะพิธีกรรมลิมนต์เป็นผลของบริบททางสังคมวัฒนธรรม ซึ่งสะท้อนวิธีคิดและ รากเหง้าของคนภาคใต้ และประยุกต์ใช้แนวคิดของ เอมิล เดอร์ไคม์ในการศึกษาพิธีกรรมด้วยการจำแนกแยกแยะระหว่างสิ่งศักดิ์สิทธิ์ (the sacred) กับสิ่งสาธารณะ (the profane) และแนวคิดของวิคเตอร์ เทอร์เนอร์ในการเปลี่ยนผ่านสถานภาพ (rite de passage) ในพิธีกรรมลิมนต์ การออกแบบวิจัยใช้ระเบียบวิธีวิจัยเชิงคุณภาพ เพื่ออธิบายปรากฏการณ์ทางสังคมผ่านการวิเคราะห์ ตีความความเชื่อและพิธีกรรมลิมนต์จาก มุมมองเจ้าของวัฒนธรรมตามสภาพความเป็นจริงทางสังคม ผลการศึกษาพบว่า ที่อำเภอนาหม่อม จังหวัดสงขลา ซึ่งเป็ นพื้นที่สนาม ยังคงมีการประกอบพิธีกรรมลิมนต์อยู่อย่างต่อเนื่อง อันเป็ นผลจากความเชื่อพื้นบ้าน ได้แก่ ความเชื่อเกี่ยวกับวิญญาณบรรพบุรุษเครื่องรางของขลัง และเวทมนต์คาถา นายมนต์และนางทรง ดนตรีและบทร้องหรือบทบูชา การเข้าทรง หลอมรวมเป็นระบบความเชื่อของลูกหลานที่มีต่อบรรพบุรุษ สะท้อนให้เห็นความสำคัญของระบบเครือญาติ การนับถือผู้อาวุโส และจิตสำนึกร่วมของสังคมด้านรูปแบบและกระบวนการของพิธีกรรมลิมนต์พบว่า มีความซับซ้อน ความละเอียดอ่อน รวมทั้งสอดคล้องกับระบบความเชื่อของแต่ละพื้นที่ ดังปรากฏในรูปแบบของพิธีกรรมตั้งแต่การจัดหาวันเวลา การรับขันหมากเพื่อบอกกล่าวการจัดงาน การจัดเตรียมงาน การประกอบพิธี ขั้นตอนพิธีกรรมต่างๆ ด้วยการจำแนกแยกแยะพื้นที่ออกเป็น พื้นที่ศักดิ์สิทธิ์และพื้นที่สาธารณะแสดงให้เห็นพิธีกรรมเปลี่ยนผ่านจากพื้นที่ทั้งสองนี้ เช่น การเปลี่ยนผ่านของนางทรงจากคนปกติไปสู่ร่างทรง และจากร่างทรงกลับมาสู่สถานภาพเดิม พิธีกรรมลิมนต์จึงไม่ได้เป็นเพียงภูมิปัญญาชาวบ้านที่ได้สรรค์สร้าง สืบทอดความเชื่อต่อบรรพบุรุษ ความเชื่อในผีตายายที่ปกปักรักษาลูกหลานเท่านั้น แต่ยังช่วยสร้างจิตสำนึกร่วมของคนในท้องถิ่นผ่านรูปแบบของพิธีกรรมศักดิ์สิทธิ์
dc.description.abstractThe purpose of this research was to examine beliefs, formats, and procedures of the Limont Ritual in Na Mom District, Songkhla Province that has been continuously held by groups of local people. In this research, local wisdom was deployed to comprehend the beliefs and the ritual itself since the ritual is influenced by the socio-cultural context which reflects the origin of the Southern people. Furthermore, Emile Durkheim's proposition was used to study the ritual by separating the sacred from the profane, while Victor Turner's concept of liminality (or rite de passage) was brought in to investigate the ritual. For this, a qualitative research methodology was chosen as the research design in order to describe social phenomena through analyzing and interpreting methods. As a result, facts and beliefs of Limont Ritual were presented from a local insider view. The findings showed that people in the Na Mom District , Songkhla Province, which is a specific fieldwork area, are still carrying on the ritual. This consequence is the result of local wisdom, such as the beliefs of the ancestor spirit, talismans and magic, Nai Mont and Nang Song, chants and folk songs. These unite the descendants' beliefs of their ancestors, which represent, that the Southern people give precedence to their family, pay respect to the elders, and pay attention to the collective consciousness. The research also found that the pattern and procedures of the Limont Ritual are complexity, delicacy, and according with beliefs in different areas where the ritual is held. These could be seen from many complicated things included in the ritual, for example calculating and picking an auspicious day, getting Khan Mak from the host of the ritual, together with the practices. Besides this, the ritual operations shows the separation between the sacred area and the profane area, before these two areas go through the liminality process. Nang Song, for instance, changes from an ordinary person to the medium before returning to a previous character when the ritual is finished. To summarize, it could be regarded that the Limont Ritual is not only the local wisdom of the prior generation that inherits the beliefs of their ancestors and Phi Ta Yaai (the ancestor spirit who protect the descendants) to the descendants but also builds a local consciousness in the form of the sacred ritual.
dc.format.extent[ก]-ญ, 139 แผ่น : ภาพประกอบ, แผนผัง
dc.format.mimetypeapplication/pdf
dc.identifier.citationวิทยานิพนธ์ (ศศ.ม. (วัฒนธรรมศึกษา))--มหาวิทยาลัยมหิดล, 2559
dc.identifier.urihttps://repository.li.mahidol.ac.th/handle/20.500.14594/92758
dc.language.isotha
dc.publisherมหาวิทยาลัยมหิดล. หอสมุดและคลังความรู้มหาวิทยาลัยมหิดล
dc.rightsผลงานนี้เป็นลิขสิทธิ์ของมหาวิทยาลัยมหิดล ขอสงวนไว้สำหรับเพื่อการศึกษาเท่านั้น ต้องอ้างอิงแหล่งที่มา ห้ามดัดแปลงเนื้อหา และห้ามนำไปใช้เพื่อการค้า
dc.rights.holderมหาวิทยาลัยมหิดล
dc.subjectพิธีกรรมลิมนต์
dc.subjectพิธีทางศาสนาและพิธีกรรม -- ไทย -- สงขลา
dc.subjectความเชื่อ
dc.titleความเชื่อและพิธีกรรมลิมนต์ในอำเภอนาหม่อม จังหวัดสงขลา
dc.title.alternativeBelief and Limont ritual in Na Mom district, Songkhla province
dc.typeMaster Thesis
dcterms.accessRightsopen access
mods.location.urlhttp://mulinet11.li.mahidol.ac.th/e-thesis/2558/510/5636444.pdf
thesis.degree.departmentสถาบันวิจัยภาษาและวัฒนธรรมเอเชีย
thesis.degree.disciplineวัฒนธรรมศึกษา
thesis.degree.grantorมหาวิทยาลัยมหิดล
thesis.degree.levelปริญญาโท
thesis.degree.nameศิลปศาสตรมหาบัณฑิต

Files